นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 8 วิกฤตตระกูลเซี่ย แแบ่งฝั่งอย่างชัดเจน ตอนที่ 8
เถ้าแก่หยุนไม่ได้พูดจบประโยค แต่เจียงหลานเยว่ก็เข้าใจดีว่าเขาไม่ได้เข้าพบ
เวลานี้ทั้งร่างของเจียงหลานเยว่เย็นเฉียบ มือทั้งสองยิ่งหนาวเข้ากระดูก
ไห่ถังประคองนางไว้ น้ำตาไหลด้วยความเวทนา “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ พวกเรารีบไปบอกนายท่านกับคุณชายรองเถิดเจ้าค่ะ!”
เซี่ยอันพยักหน้า “ใช่แล้วขอรับ คุณหนูใหญ่ ควรให้ราชครูเจียงคิดหาหนทางจะดีกว่า”
สีหน้าของเจียงหลานเยว่ซีดขาวไร้เลือดฝาด นางผ่อนลมหายใจแรง ๆ ไอสีขาวลอยหายไปในอากาศ ราวกับเสาหลักที่เคยค้ำจุนอยู่เบื้องหลังกำลังสลายไป
นางหัวเราะอย่างขมขื่น “พวกเจ้าคิดว่าท่านพ่อจะยอมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รึ?”
ต้องมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังผู้ตรวจทัพหวังเป็นแน่ เมื่อเขากลับถึงเมืองหลวงเมื่อใด ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ลำพังทหารสามหมื่นนายที่สิ้นชีพในเหวสืออวิ๋น ตระกูลเซี่ยก็ย่อมถูกกล่าวโทษอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เภทภัยใหญ่หลวงปานนี้ ท่านพ่อไม่มีทางยอมให้ตระกูลเจียงต้องพลอยติดร่างแหหรอก
เซี่ยอันลังเล “แต่ถ้าเกิดว่า…”
เจียงหลานเยว่หลุบตาลง ภายในใจระลึกถึงเหตุการณ์ครั้นอยู่ในวัดหานซานเมื่อชาติก่อน เถ้าแก่หยุนกับเซี่ยอันย่อมไม่ได้พบนาง และเมื่อขาดผู้นำในตระกูลเซี่ย พวกเขาย่อมต้องส่งข่าวนี้ไปให้คนอื่นแน่
ชาติปางก่อน ข่าวนี้ส่งไปถึงผู้ใดกันแน่?
คือบิดาและพี่ชายของนาง หรือว่า...เจียงชิงเฉิง?
เจียงหลานเยว่ไม่กล้าเสี่ยง ยิ่งไม่กล้าเชื่อพวกเขา และยิ่งไม่แน่ใจว่าความหายนะครานี้ เป็นฝีมือพวกเขาหรือไม่
จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
เซี่ยอันขมวดคิ้วแน่นเป็นปม เรื่องนี้ใหญ่โตนัก คุณหนูใหญ่ยังเยาว์วัย จะมีวิธีรับมือได้อย่างไร?
เขาเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “คุณหนูใหญ่ เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ควรนำไปกราบเรียนราชครูหรือเหล่าคุณชายจะดีกว่าขอรับ”
เจียงหลานเยว่ยื่นแผ่นหลังบอบบางขึ้น ยกมุมปากอย่างเย็นชา แล้วปรายตามองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว
“องครักษ์เซี่ย เจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าข้าก็เป็นบุตรีแห่งตระกูลแม่ทัพเช่นกัน ท่านตาของข้าคือท่านกั๋วกงผู้ผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ข้าเติบโตมากับม้าศึกในแดนเหนือ โดยมีท่านลุงทั้งสองคอยสอนสั่ง”
“ท่านแม่เคยเชิญอาจารย์มาสอนข้า อาจารย์ข้าคืออดีตขุนนางอาวุโสผู้ทรงคุณวุฒิ นามว่า โจวจูเจิ้ง ข้าเป็นศิษย์สายในคนสุดท้ายของเขา”
เมื่อนางยังเยาว์ นางเคยชำนาญการยิงธนู มารดาเป็นผู้ว่าจ้างอาจารย์มาสอนนางทั้งอักษรศาสตร์และศิลปะการต่อสู้
ในชาติปางก่อน นางโง่เขลา งมงายในความรัก ถูกพันธนาการด้วยความผูกพันทางสายเลือดจนมองสถานการณ์อันเลวร้ายไม่ออก สุดท้ายยังถูกคนชั่วล่อลวงและทำร้าย
เมื่อกลับมาเกิดใหม่อีกครา นางจะไม่ยอมให้ท่านแม่ ท่านตาและท่านลุงใหญ่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ต้องผิดหวังหรือตายตาไม่หลับในปรโลกอีก
นางทำเพื่อตระกูลเซี่ยได้อยู่แล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยอันก็เงียบไป มิได้กล่าวสิ่งใด
เถ้าแก่หยุนเม้มริมฝีปาก ก่อนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง “ก่อนคุณชายรองจะไป เคยบอกว่าหากเกิดเหตุอันใด สมบัติทั้งหมดในนามของคุณชายรองจะตกเป็นของคุณหนูใหญ่ทั้งหมดขอรับ หากคุณหนูมีคำสั่งใด ข้ายินดีถวายชีวิตเพื่อรับใช้ตระกูลเซี่ย”
จากนั้นจึงล้วงป้ายประกาศิตดำออกจากอกเสื้อหนึ่งอัน แล้วยื่นให้เจียงหลานเยว่
เจียงหลานเยว่รับมาแล้วชะงักงันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอัน พลางกล่าวด้วยความเจ็บปวด “หากท่านพ่อกับพี่ชายช่วยได้ ตอนนี้เจ้าก็คงได้เจอหน้าพวกเขา หาใช่ข้าไม่”
เซี่ยอันพลันเข้าใจในบัดดล ก้มหน้าด้วยดวงตาหม่นหมอง
เจียงหลานเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าสั่งการเสียงเรียบเฉย “ท่านลุงเล็กเคยมอบสิทธิ์ให้ข้าใช้งานตระกูลเซี่ยในเมืองหลวง เซี่ยอัน เจ้าจัดคนปกป้องคนตระกูลเซี่ยส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ติดตามเจ้าตามหาท่านลุงเล็กที่ชายแดนเหนือ ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ต้องหาให้เจอ”
“อีกอย่าง บอกลูกน้องเก่าของตระกูลเซี่ยทั้งหมด ว่าต้องปกป้องตัวเองสุดฝีมือ อย่าได้ออกหน้าแทนตระกูลเซี่ย การที่พวกเขายังมีลมหายใจ นั่นแหละคือกำลังเกื้อหนุนของตระกูลเซี่ย”
“เถ้าแก่หยุน ขอรบกวนท่านกลับไปจัดการทรัพย์สินทั้งหมด ตระกูลเซี่ยถูกกล่าวโทษ ต้องใช้เงินแก้ปัญหา คนที่เหลือจะได้ปลอดภัย”
แววตาแน่วแน่ของเจียงหลานเยว่สร้างแรงใจให้กับเซี่ยอัน
เซี่ยอันเปล่งเสียงหนักแน่น คุกเข่าคารวะเจียงหลานเยว่ข้างหนึ่ง “รับทราบขอรับ ข้าน้อยจะรีบนำลูกน้องออกลับไปชายแดนเหนือคืนนี้เลย หากไม่พบท่านแม่ทัพ หรือไม่ได้หลักฐานมาพิสูจน์ ข้าน้อยจะขอตายไถ่โทษ!”
เจียงหลานเยว่เห็นร่างกายของเซี่ยอันเต็มไปด้วยบาดแผล จึงเอ่ยเสียงอ่อนลง “องครักษ์เซี่ย เจ้าก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ข้าขอฝากชะตาชีวิตของท่านลุงเล็กไว้กับเจ้า”
“ข้าน้อยจะไม่ทำให้คุณหนูต้องผิดหวังเป็นอันขาด”
เมื่อเอ่ยจบ เซี่ยอันค้อมกายคารวะต่อหน้าเจียงหลานเยว่ แล้วหายลับไปท่ามกลางลมหนาวและหิมะโปรย
เจียงหลานเยว่ละสายตากลับมามองไปยังหยุนหยาง “เถ้าแก่หยุน รบกวนท่านแจ้งพ่อบ้านเซี่ยด้วยว่า ให้เขาคุมบ่าไพร่ดี ๆ อย่าให้รบกวนท่านยายเด็ดขาด”
หยุนหยางพยักหน้ารับ “ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน”
ก่อนหยุนหยางจะออกไปถามหยั่งเชิงว่า “ตอนข้ามาถึง ได้ยินคนในเรือนเล่าว่า รัฐทายาทซูจะแต่งคุณหนูรองเป็นภรรยาเท่าเทียม คุณหนูใหญ่ยินยอมแล้วหรือ?”
เจียงหลานเยว่วางท่าราบเรียบ เม้มปากยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ “รัฐทายาทซูจะแต่งเมีย เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า?”