พระชายาผู้เร้นลับกับท่านอ๋องผู้หวั่นไหวง่าย: ตอนที่ 1 คุณหนูตัวจริงผู้มีพรสวรรค์ในการทำนาย ตอนที่ 1
สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งมานั่งลงเบื้องหน้าแผงทำนายของถังสือจิ่น
“จะให้ข้าดูโหงวเฮ้งหรือทำนายโชคชะตา?” ถังสือจิ่นก้มหน้าวาดอักขระยันต์ แสงอรุณในยามเช้าสาดส่องลงบนใบหน้าของนาง จนสามารถมองเห็นขนอ่อนเล็ก ๆ บนผิวแก้มของหญิงสาวได้ เห็นถึงผิวพรรณอันอ่อนเยาว์ผุดผ่อง
“เจ้าคือท่านเทพทำนายถังใช่หรือไม่?” สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “สามีและตัวข้าไม่ทราบว่าตนมีปัญหาติดขัดจุดใด จึงมาเพื่อขอให้ท่านช่วยทำนายเรื่องบุตรให้เรา”
ถังสือจิ่นเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งคู่กระจ่างใสไร้ที่ติ “ยามเจ็บป่วยต้องไปโรงหมอ ที่นี่ไม่ได้รับรักษาโรคภัย”
“นี่เจ้าพูดจาให้น่าฟังหน่อยได้หรือไม่! เจ้าว่าผู้ใดเจ็บป่วยกัน!” ชายวัยกลางคนลุกพรวดขึ้นด้วยความโมโห แต่ถูกภรรยาดึงกลับไป สตรีผู้นั้นตวัดสายตามองเขาแวบหนึ่ง “หุบปาก! เจ้ายังต้องการบุตรชายอยู่หรือไม่!”
จากนั้นสตรีผู้นั้นก็หันมามองถังสือจิ่นแล้วกล่าวว่า “พวกเราแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แต่...แต่ไม่เคยมีวี่แววที่จะตั้งครรภ์เลย ข้าเคยไปหาหมอมาแล้วหลายครั้ง แต่ท่านหมอก็ไม่อาจชี้ชัดได้ว่าเกิดจากปัญหาใด ดังนั้นจึงคิดจะมาขอให้ท่านเทพทำนายช่วยชี้แนะ ดูว่าข้านั้นอาภัพวาสนาจริง ๆ หรือไร จึงไม่อาจมีบุตรเป็นของตนเองได้”
ในยุคสมัยนี้ การที่ผู้หญิงมีบุตรไม่ได้ นับเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยถึงอย่างมาก
ถังสือจิ่นมองดูโหงวเฮ้งของสตรีผู้นั้น เห็นในดวงตามีร่องรอยของความรู้สึกผิดและตำหนิตนเอง
นางไม่อาจให้กำเนิดบุตรให้แก่สามีได้
แม้แต่มารดาสามีของนางก็ไปพักอยู่ที่อารามเพื่อขอพรเรื่องบุตรให้แก่นาง
“เรือนบุตรของเจ้าอิ่มเต็ม ในชะตามีบุตรชายหญิงครบถ้วน” ถังสือจิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงใสกระจ่าง
“จริงหรือเจ้าคะ?” สตรีผู้นั้นได้ยินก็พลันเผยสีหน้ายินดี “แล้วไฉนผ่านมาเนิ่นนานเช่นนี้ ท้องของข้าจึงยังไม่มีความเคลื่อนไหว?”
ถังสือจิ่นกำลังจะเอ่ยปาก แต่สามีของนางก็ส่งเสียงเย้ยหยันแทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ “ฮึ! ฮูหยิน เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ว่าเราจะมีบุตรชาย คำทำนายนั้นเชื่อถือได้เพียงครึ่ง เพราะพวกเขาจะกล่าวความจริงเท็จปะปนกันไป ไม่เช่นนั้นจะโกยเงินจากเราได้อย่างไร?”
สตรีผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏความลังเล
นี่มิใช่ครั้งแรกที่นางมาดูดวง
ทุกครั้งที่หมอดูทำนาย ก็ล้วนแต่กล่าวว่านางจะตั้งครรภ์ได้ แต่ทุกๆ ครั้งก็เพียงเพื่อหลอกลวงเงินของนางเท่านั้น
สตรีผู้นั้นรู้ดีว่าคำทำนายนั้นเชื่อถือไม่ได้ แต่นางก็ยังคงยึดมั่นในความหวังอันริบหรี่
หากมีสักคนที่แม่นขึ้นมาล่ะ?
นางปรารถนาในบุตรเหลือเกิน
ถังสือจิ่นขมวดคิ้ว นางทำนายดวงชะตา ไม่เคยหลอกลวงผู้ใด
“เจ้า?” ถังสือจิ่นชี้ไปที่ชายผู้นั้น “เรือนชีวิตของเจ้ามีตำหนิ ลิขิตแล้วว่าจะไร้บุตร”
ชายผู้นั้นได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดทันที “เหลวไหล! เมื่อครู่เจ้ายังกล่าวว่าฮูหยินของข้าจะมีบุตรชายหญิงครบถ้วน ไฉนบุตรของฮูหยินข้าจะไม่ใช่บุตรของข้าเล่า?”
“ไม่แน่เสมอไป” ถังสือจิ่นกล่าวอย่างราบเรียบ
ดวงตาของชายผู้นั้นเบิกกว้าง “นังหนูเหม็น! เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้ากล่าวหาว่าภรรยาของข้าคบชู้ ไม่ซื่อสัตย์ต่อข้าอย่างนั้นรึ?”
สตรีผู้นั้นขมวดคิ้ว คราวนี้นางมิได้ยับยั้งสามีเอาไว้ ในฐานะภรรยา ไฉนจะไม่รู้ถึงความสำคัญของคำว่าซื่อสัตย์ภักดี
นี่เทพทำนายผู้นี้กำลังทำให้ชื่อเสียงของนางป่นปี้มิใช่หรือ?
ทว่าถังสือจิ่นกลับกล่าววาจาที่น่าตกใจยิ่งกว่าออกมา “ท่านมีอนุภรรยาอยู่ภายนอก นางเพิ่งให้กำเนิดบุตรชายได้ไม่เต็มเดือนด้วยซ้ำ”
ชายผู้นั้นตกใจจนแข็งค้างไปชั่วขณะ
“อะไรนะ? อนุภรรยา?” สตรีผู้นั้นมองสามีด้วยความไม่เชื่อ “หลี่เต๋อไฉ ท่านแอบซ่อนอนุภรรยาไว้ข้างนอกลับหลังข้าหรือ?!”
หลี่เต๋อไฉเป็นเศรษฐีเจ้าของที่ดินที่มีเงินทองอยู่บ้าง
ฮูหยินหลี่มีชื่อเสียงว่าเป็นแม่เสือ นางลุกขึ้นยืนในทันทีและดึงหูท่านเศรษฐีหลี่ด้วยแรงทั้งหมด “ข้าว่าแล้วว่าไฉนเจ้าถึงวิ่งรอกอยู่ข้างนอกทุกวัน พอกลับมาก็เอาแต่บ่นว่าเหนื่อย แท้จริงแล้วเจ้าเอาสายเลือดไปฝากไว้ข้างนอกนี่เอง! มิน่าเล่าท้องข้าถึงได้ไม่เป็นผลสักที!”
ถังสือจิ่นเก็บแผงทำนายเงียบ ๆ ด้วยความชำนาญยิ่ง
ฉากเช่นนี้ นางคุ้นเคยดี
บรรดาผู้ที่มาทำนาย ณ ที่แห่งนี้ ในสิบคนมีถึงเก้าคนที่ต้องมาทุบทำลายแผงของนาง
ด้วยเหตุใดหรือ?
เพราะความจริงไม่มีใครอยากฟัง
“เข้าใจผิดแล้ว! ฮูหยิน เข้าใจผิดใหญ่ไปแล้ว! เป็นนาง! เป็นนางที่พูดจาเหลวไหล!” ท่านเศรษฐีหลี่ส่งเสียงโอดโอยขณะที่ชี้ไปยังถังสือจิ่น “เมื่อครู่ นางยังกล่าวว่าข้ามีตำหนิ ชะตาลิขิตให้ไร้บุตรอยู่เลยไม่ใช่รึ!”
อ้อ ใช่แล้ว
ฮูหยินหลี่จึงคลายมือออก “เจ้ากล่าวว่าเขาไร้บุตร ไฉนอนุภรรยาจึงให้กำเนิดบุตรชายได้เล่า?”
คำพูดก่อนหลังขัดแย้งกันเช่นนี้
หรือนางจะเป็นนักต้มตุ๋นจริง ๆ ?
แม่นางน้อยเช่นนางก็เริ่มปลอมเป็นเทพทำนายออกมาหลอกลวงผู้คนแล้วหรือ?
“เพราะบุตรชายที่อนุภรรยาให้กำเนิดนั้น มิใช่บุตรของเขา”
“เป็นไปไม่ได้!”
ทันทีที่ถังสือจิ่นเอ่ยจบ ท่านเศรษฐีหลี่ก็โต้กลับเสียงดัง “เจ้าบังอาจใส่ร้ายหญิงรักของข้า!”
ถังสือจิ่นแบมือออก ดูสิ ยังไม่ตีก็สารภาพแล้ว
ท่านเศรษฐีหลี่เพิ่งได้สติ ก็ตระหนักว่าตนเองพลั้งปากไปแล้ว “ฮูหยิน ฟังข้าอธิบายก่อน…”
อารมณ์ของฮูหยินหลี่ก็ปะทุขึ้น “หญิงรัก? ใครคือหญิงรักของเจ้า! คนสารเลว! เจ้าซ่อนสตรีไว้ข้างนอกจริง ๆ หรือ?!”
เสียงร้องดังสนั่น ทำให้ผู้คนทั้งถนนต่างเหลียวมามอง
จากนั้นก็ส่ายหน้าด้วยความชินชา
แผงทำนายนี้ มักจะทำนายให้ผู้คนต้องครอบครัวแตกแยก สิ้นเนื้อประดาตัวอยู่เสมอ
ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังต่อสู้กัน ถังสือจิ่นก็ยื่นหน้าออกมา “มารดาของท่านกำลังดูแลอนุภรรยาของท่านที่เพิ่งคลอดบุตร”
กล่าวจบ นางก็คำนวณจากโหงวเฮ้งของท่านเศรษฐีหลี่ “เขาตั้งเรือนเล็กอยู่กับอนุภรรยาไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเรือนของท่านไปสามร้อยก้าว”
ฮูหยินหลี่ตกตะลึง นางกระชากผมของท่านเศรษฐีหลี่และตะโกนลั่น “เจ้าคนชั่ว! ไฉนเจ้าไม่นำนางเข้าเรือนมาเลยเล่า! วันนี้ข้าจะขอตายพร้อมเจ้า!”
ใบหน้าของท่านเศรษฐีหลี่ถูกข่วนไปหลายรอย รู้สึกว่าตนเองเสียหน้า จึงตะคอกกลับ “จะเสียงดังทำไม? บุรุษมีภรรยาสี่คน อนุภรรยาสามคนก็เป็นเรื่องปกติ! ข้ามีอนุภรรยาข้างนอกแล้วอย่างไร? ก็เพราะเจ้าไม่อาจให้กำเนิดบุตรได้!”
ฮูหยินหลี่รู้สึกราวกับตกลงไปในธารน้ำแข็ง
“เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาโวยวาย!” ท่านเศรษฐีหลี่ผลักภรรยาออกไป และเงื้อมมือจะทุบแผงทำนายของถังสือจิ่น
ทว่า แผงนั้นกลับว่างเปล่าเสียแล้ว
ถังสือจิ่นเก็บของเสร็จแล้ว เผยยิ้มกว้างฟันขาว เอ่ยวาจาที่ทำให้อีกฝ่ายโมโหจนแทบกระอักเลือด “ว่าง ๆ ก็ไปหาหมอตรวจดูเสียบ้างเถิด ผู้ที่ไม่อาจมีบุตรคือท่านต่างหาก ท่านกับมารดาของท่านกำลังช่วยผู้อื่นเลี้ยงดูบุตรชายอยู่”
ท่านเศรษฐีหลี่ “...”
“เจ้าคอยดูเถิด! หากเจ้ากล้าหลอกลวงข้า ข้าจะทุบเจ้าไปด้วยอีกคน!” ท่านเศรษฐีหลี่จากไปอย่างโกรธเกรี้ยว
เหลือเพียงฮูหยินหลี่ที่ยืนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวังอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ถังสือจิ่นถอนหายใจและตบไหล่สตรีผู้นั้นเบา ๆ “ละทิ้งสิ่งที่ไม่ดีไปเสีย จึงจะต้อนรับสิ่งดีงามได้ วาสนาดีของเจ้ายังอยู่ข้างหน้า”
สตรีผู้นั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง เช็ดน้ำตาออก แล้วเอ่ยว่า “ขอบ...ขอบคุณ”
บนรถม้า เซียวเยี่ยนมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เกาเฟิงผู้ติดตามคนสนิท กล่าวว่า “นายท่าน นางคือผู้ที่พวกเราตามหาใช่หรือไม่?”
ดวงตาของเซียวเยี่ยนมองด้วยแววตาเจือความหยอกล้อ แล้วก็พูดโพล่งออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัว “แม่นางน้อยทำตัวเช่นนี้ ไม่กลัวถูกผู้คนทำร้ายเอาหรือ?”