พระชายาผู้เร้นลับกับท่านอ๋องผู้หวั่นไหวง่าย: ตอนที่ 2 ขอแต่งงานต้องคุกเข่า ตอนที่ 2
หนึ่งวันสามคำทำนาย นับเป็นกฎเกณฑ์ที่นางยึดถือ
วันนี้เพิ่งทำนายไปได้เพียงหนึ่งคำทำนาย
ถังสือจิ่นครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วจัดตั้งแผงทำนายขึ้นอีกครั้ง
ป้าข้างแผงที่ค้าขายอยู่เอ่ยถามนางว่า “แม่นางเสี่ยวลั่ว ยังจะทำนายต่ออีกหรือ?”
“เจ้าค่ะ ท่านป้า วันนี้กิจการของท่านดูไม่ค่อยดี จะให้ข้าทำนายให้ท่านสักคำทำนายหรือไม่?”
“ไม่เอา ไม่เอาหรอก! เจ้าน่ะทำนายได้ซื่อสัตย์เกินไป เช่นนี้ไม่ดีหรอก”
นางไม่กล้าขอให้ถังสือจิ่นทำนายให้ตนเป็นอันขาด
แม่หนูผู้นี้ปากจัดเหลือเกิน!
ถังสือจิ่นเพียงยักไหล่ ไม่ได้คิดจะฝืนใจใคร
นางเริ่มเรียนการทำนายจากอาจารย์ตั้งแต่อายุแปดขวบ แม่หมูที่เรือนป้าที่อยู่เรือนใกล้เคียงจะออกลูกกี่ตัวในคอกเดียว นางก็สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ
เมื่อวานนางทำนายให้ตัวเองว่า วันนี้โชคชะตาดี จะมีผู้มีบุญมาเยือนถึงที่
ทันทีที่ตั้งแผงเสร็จ ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำยาวก็มายืนอยู่เบื้องหน้าถังสือจิ่น นางกล่าวตามความเคยชินว่า “ดูโหงวเฮ้งหรือทำนายโชคชะตา”
“ทำนายโชคชะตา” เสียงของอีกฝ่ายทุ้มหนักมั่นคง
ถังสือจิ่นเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าของเขา นางถึงกับสูดปาก “โชคชะตาของท่านนี้ ไม่ทำนายเสียจะดีกว่า”
“เพราะเหตุใด?” สีหน้าของเซียวเยี่ยนเรียบเฉย
“อายุสั้น หากมีเรื่องใดที่อยากทำ ก็จงรีบไปทำเสียเถิด อย่าปล่อยให้ตนต้องเสียใจภายหลัง” เสียงของนางแฝงไว้ด้วยความเสียดาย
ป้าข้างแผงรีบขยับถอยไปไกลยิ่งกว่าเดิม
โอ๊ย แม่เอ๊ย!
คำพูดนี้ หมายความว่าบุรุษผู้นี้กำลังจะตายมิใช่หรือ?
เกาเฟิงได้ยินก็โกรธจัดทันที “บังอาจ! เจ้ากล้าสาปแช่งนายท่านของข้าหรือ!”
สีหน้าของเซียวเยี่ยนดูไม่สู้ดีนัก แต่เขาก็ยังยับยั้งเกาเฟิงไว้ “เจ้ายังไม่ได้ทำนาย ไฉนรู้ว่าข้าจะต้องเสียใจ?”
ถังสือจิ่นเม้มปาก โหงวเฮ้งของบุรุษผู้นี้ นับว่าดีงามอย่างยิ่ง ถึงขั้นเป็นโหงวเฮ้งจักรพรรดิที่หาได้ยากยิ่ง ต้องยอมรับว่าแวบแรกที่นางเห็นก็รู้สึกตื่นตะลึง
ทว่า โหงวเฮ้งจักรพรรดินั้น หากไม่มีวาสนาดาวจื่อเวยคอยคุ้มครอง ก็มักจะอายุสั้น
อีกทั้งบุรุษผู้นี้ยังมี ไอสังหารพันธนาการอยู่รอบกาย ชะตาแตกสลาย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ช่างน่าเสียดาย
ถังสือจิ่นถอนหายใจ “ข้าจะทำนายให้ แต่ท่านห้ามทำลายแผงของข้า”
“ตกลง”
เมื่ออีกฝ่ายรับคำ ถังสือจิ่นจึงกล่าว “ดูจากโหงวเฮ้งของท่านแล้ว ชะตาของท่านย่อมสูงส่งมิอาจเอ่ยถึง ทว่าน่าเสียดายที่ชะตาของท่านไม่สมบูรณ์ ทำให้ท่านถูกพลังหยินและไอสังหารรุมล้อม จะมีชีวิตอยู่ได้มากที่สุด...”
ว่าแล้วนางก็ใช้นิ้วมือคำนวณ “มากที่สุดเพียงครึ่งปีเท่านั้น”
เกาเฟิงประหลาดใจ
นางทำนายได้แม่นยำจริงหรือ?
ทว่าเซียวเยี่ยนกลับนิ่งเฉย “ข้าไม่ทำนายอายุขัย”
“แล้วท่านอยากทำนายเรื่องใด?”
“วาสนาคู่ครอง”
“...”
ท่านเป็นถึงขึ้นนี้แล้ว ไฉนต้องมาทำร้ายบุตรสาวคนอื่นด้วยเล่า?
ถังสือจิ่นมุมปากกระตุก “โหงวเฮ้งอายุสั้น ย่อมพิฆาตหกญาติ ท่านแน่ใจหรือว่าจะทำนายเรื่องคู่ครอง?”
จะสะสมบุญบ้างไม่ได้หรือ?
“เกาเฟิง” เซียวเยี่ยนยกมือ เกาเฟิงเข้าใจความหมาย รีบล้วงเอาเงินตำลึงเงินก้อนหนึ่งวางไว้บนแผง “ทำนาย!”
ถังสือจิ่นมองตำลึงเงินก้อนนั้น โอ้! ที่แท้ผู้มีบุญก็อยู่ที่นี่เอง
นางยิ้มมุมปาก “ท่านรอสักครู่”
แล้วนางก็เริ่มคำนวณอย่างตั้งใจตามโหงวเฮ้งของเขา
โหงวเฮ้งจักรพรรดิ ชะตาดาวจักรพรรดิ และอายุสั้น ทั้งสามสิ่งรวมอยู่ในร่างเดียว กลับมิได้ขัดแย้งกันเลย
กล่าวง่ายๆคือ เป็นคนซวยนั่นเอง
เดี๋ยวก่อน คู่ครองนี้...
เซียวเยี่ยนรอผลการทำนายของนาง ทว่าแม่นางน้อยคำนวณไปรอบหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “ตายแล้ว!”
“...”
คำนวณผิดไปแน่ ๆ ต้องผิดไปแน่ ๆ
ถังสือจิ่นเปลี่ยนมือ แล้วคำนวณอีกครั้ง จากนั้นนางก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน “เล่นตลกกับข้าหรือนี่?”
ไอ้คนอายุสั้นผู้นี้ กลับเป็นคู่ครองที่แท้จริงของนางอย่างนั้นรึ?
นี่เป็นครั้งแรกถังสือจิ่นที่หวังว่าตัวเองจะคำนวณผิด สีหน้าของนางดูเย็นชาลง “ทำนายไม่ออก ไม่ทำนายแล้ว!”
เซียวเยี่ยนสังเกตเห็นท่าทีของนาง “เจ้าคำนวณไปสองครั้งแล้ว ไฉนจะทำนายไม่ออก? ไม่กล้าพูดหรือ?”
ถังสือจิ่นหัวเราะเยาะ “หากข้ากล่าวว่าข้าคือคู่ครองที่แท้จริงของท่าน ไม่ใช่ว่าท่านจะไม่มาบอกว่าข้าไม่คู่ควร แล้วหันหลังเดินจากไปหรอกหรือ?”
กลายเป็ว่า ผู้เคราะห์ร้ายคือข้าเองอย่างนั้นรึ
นางจุดธูปหอมบูชาวันละสามดอก เครื่องสักการะผลไม้ไม่เคยขาด ไฉนอาจารย์ถึงไม่คุ้มครองนางเลยเล่า?
ดวงตาของเซียวเยี่ยนสั่นไหวเล็กน้อย “เจ้าพูดจริงหรือ?”
ดูจากสีหน้าของนางแล้ว ใจของนางคงกำลังด่าทออย่างแน่นอน
“ข้าหวังว่ามันจะไม่ใช่ความจริง” ถังสือจิ่นสีหน้าเย็นชา “ท่านคนอายุสั้น อย่าได้มาพิฆาตข้าเลย”
เซียวเยี่ยนคล้ายจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
เขามั่นใจแล้วว่า ตนเองจะไม่ต้องเสียใจอีกต่อไป
ท่านราชครูเคยกล่าวว่า เมื่อพบสตรีผู้ทำนายดวงชะตาได้ นางผู้นั้นคือผู้มีบุญของเขา
สตรีผู้นี้ คือ ผู้ที่ลิขิตไว้ ให้กับเขา
จะสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ข้าน้อยคารวะพระชายา!”
“พระชายาจะกลับเมืองหลวงกับนายท่านเมื่อใด?”
ถังสือจิ่น ???
พวกท่านพูดอะไรกันอยู่?
นางจะไปเมืองหลวงก็จริง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย
“พระชายา? ท่านคือท่านอ๋องหรือ?” ใช่แล้ว อีกฝ่ายแม้จะไม่มีชะตาดาวจักรพรรดิแล้ว แต่โหงวเฮ้งจักรพรรดิยังอยู่ รูปลักษณ์หล่อเหลาเป็นอันดับหนึ่ง มาจากตระกูลจักรพรรดิจะมีโหงวเฮ้งจักรพรรดิก็ไม่แปลก
“ข้าคืออ๋องสิบเก้า” ในมือของเซียวเยี่ยนปรากฏแหวนวงหนึ่ง “เมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าคือคู่ครองที่แท้จริงของข้า ของสิ่งนี้จึงเป็นของหมั้น”
ถังสือจิ่น: ???
ใครต้องการของหมั้นของท่านกัน?
แต่พอมองดูอีกครั้ง นางต้องการ!
แหวนวงนั้นดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับ ถังสือจิ่นจำได้ในทันที นั่นคือแหวนวิญญาณ ที่นางตามหามาโดยตลอด
นางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปรับ ทว่าอีกฝ่ายกลับหดมือกลับ “การรับของหมั้น หมายความว่าเจ้าตอบตกลงแล้ว”
“ตอบตกลงอะไร?”
“ของหมั้นของข้า มอบให้เฉพาะภรรยาและบุตรเท่านั้น”
ถังสือจิ่นกัดฟันกรอด แหวนวงนั้นมีความสำคัญต่อนางอย่างยิ่งยวด
วิญญาณกายหนึ่งดวงของนางอยู่ในแหวนวงนั้น
คนเราล้วนมีสามวิญญาณจิตเจ็ดวิญญาณกาย แต่นางกลับเหลือเพียงหกวิญญาณกายเท่านั้น อาจารย์ของนางบอกว่า หากไม่เติมวิญญาณกายให้ครบ นางก็จะกลายเป็นคนอายุสั้นเช่นกัน
แท้จริงแล้วถังสือจิ่นมิใช่คนในแผ่นดินนี้ ถังสือจิ่นตัวจริงได้สิ้นชีวิตไปตั้งแต่แปดปีก่อนแล้ว
นางในตอนนี้ คือนักพรตแห่งวิชาเร้นลับจากโลกอนาคต
สมัยเด็ก ถังสือจิ่นตัวจริงก็เคยถูกท่านราชครูทำนายว่าชะตาขัดแย้งกับผู้มีบุญคนหนึ่งในเมืองหลวง จึงไม่ควรถูกเลี้ยงดูในเมืองหลวง
ดังนั้น บิดามารดาบุญธรรมของนางจึงตัดสินใจให้ถังสือจิ่นไปฝากตัวเป็นศิษย์ของนักพรตกุยซวี
สำหรับการฝึกบำเพ็ญพรตนั้น สำหรับถังสือจิ่นซึ่งเป็นนักพรตวิชาเร้นลับอยู่แล้ว ยิ่งเหมือนเสือติดปีก
ถังสือจิ่นไม่ชอบทำอะไรอืดอาด ในชั่วพริบตา นางก็ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้ว กล่าวกับท่านอ๋องสิบเก้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “คุกเข่าลง”
เกาเฟิงตกตะลึง
ให้ท่านอ๋องคุกเข่าให้นางอย่างนั้นรึ?
นางผู้นี้ ช่างกล้าเกินไปแล้วหรือไม่?
เขาลอบมองสีหน้าของนายท่านอย่างระมัดระวัง แม้แต่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบัน นายท่านก็ไม่เคยคุกเข่าให้
เซียวเยี่ยนดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
แววตาของเขามีร่องรอยของความดุร้าย
“รู้สิ ข้ากำลังพูดอยู่กับท่านผีตายซากผู้นี้อย่างไรเล่า”
“...”
แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่กล้าพูดกับเขาเช่นนี้
นางเอาความกล้ามาจากไหน?
ถังสือจิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มแสดงความไม่พอใจ “การขอแต่งงานนั้นต้องคุกเข่า ท่านไม่ขอ แล้วข้าจะตอบตกลงท่านได้อย่างไร”
ดวงตาของเซียวเยี่ยนเย็นยะเยือก มีแต่ผู้อื่นคุกเข่าให้เขา เขาไม่เคยคุกเข่าให้ผู้อื่น
ขอแต่งงานต้องคุกเข่า นี่มันตรรกะอะไรกัน ไม่เคยได้ยินมาก่อน?
เขารู้สึกว่าตนเองหาคนผิดแล้ว
ท่านอ๋องสิบเก้าผู้ผึ่งผาย จะไม่มีทางคุกเข่าให้สตรีที่เพิ่งรู้จักกันกลางถนนเป็นอันขาด
เขาเก็บแหวนกลับคืน เสียงทุ้มต่ำเย็นชาและทรงอำนาจ “รอเจ้าเป็นภรรยาของข้าแล้ว ข้าจะคุกเข่าให้เจ้า”
“ข้าจะรอให้ท่านมาหาข้า”
กล่าวจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไป
รัศมีที่ทรงพลังราวกับจักรพรรดิเช่นนี้ สมแล้วที่เป็นดาวจักรพรรดิ อีกฝ่ายถือแหวนวงนั้นมา ก็เพราะมั่นใจว่านางจะไม่ปฏิเสธ
เพราะอย่างไรเสีย ก็ไม่มีใครอยากตาย
ถังสือจิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บแผงทำนาย
“แม่นางเสี่ยวลั่ว จะกลับแล้วหรือ?” ป้าข้างแผงเอ่ยถาม
“เจ้าค่ะ เก็บแผงแล้ว ข้าจะกลับเรือนแล้ว”
“อ้าว? วันนี้กลับสำนักเต๋าเร็วเชียว” ตราบใดที่ไม่ได้ทำนายดวงชะตา ป้าก็ยังเต็มใจที่จะพูดคุยกับถังสือจิ่น
“ไม่เจ้าค่ะ แต่จะกลับเรือนจริง ๆ ของข้า”
สามวันก่อน ตระกูลถังในเมืองหลวงได้ส่งคนมาตามหา กล่าวว่าเมื่อปีนั้นเกิดการสลับตัวบุตรกับจวนอ๋องชิ่ง จึงต้องการรับถังสือจิ่นกลับจวน
ถูกต้องแล้ว
นางคือคนที่ถูกสลับตัวไป
จวนอ๋องชิ่งคือบิดามารดาบุญธรรมของนาง
กล่าวตามจริง หากมิได้มีการสลับตัว นางก็ควรเรียกบุรุษผู้นั้นว่าเสด็จอาสิบเก้า
เพียงแต่ นางจากเมืองหลวงมาตั้งแต่วัยเยาว์ เติบโตในสำนักเต๋า จึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้คนในเมืองหลวงแล้ว
ดังนั้นจึงจำเขาไม่ได้ตั้งแต่แรก
ถังสือจิ่นถอนหายใจ ก่อนจะเก็บของเสร็จและจากไป