ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 9 จะเอาชีวิตเธอ ตอนที่ 9
มู่ซย่าลุกขึ้นจากเตียง แต่เธอไม่เปิดไฟ ยังคงใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือ และสำรวจทุกส่วนในห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหาร่องรอยที่หลงเหลืออยู่
“ฟ่อๆ!”
ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงแปลกๆ เสียงเหมือนคนหายใจแรงๆ
มู่ซย่าพบที่มาของเสียง เสียงนั้นมาจากข้างเตียง และห่างจากเท้าของเธอไปเพียงเมตรเดียว!
ตัวอะไรน่ะ!
มู่ซย่ารีบเปิดแสงของหน้าจอโทรศัพท์ให้สว่างที่สุด และส่องไปที่จุดนั้น
เธอเห็นงูเห่าตัวหนึ่งกำลังแลบลิ้น
งูตัวนั้นจ้องมาที่เธออยู่นานแล้ว ตัวของมันยืดขึ้นมาครึ่งหนึ่ง ดวงตาสีเขียวปานดวงวิญญาณร้ายจ้องเขม็งมาที่เธอ
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเธอได้ยินเสียงแล้วตื่นขึ้นมา ป่านนี้เธอก็คงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
และในตอนนี้ งูเห่าก็เริ่มโจมตีเธอ มันใช้แรงจากหางดีดพุ่งตัวตรงมาที่คอของเธอ!
มู่ซย่าที่ได้รับการฝึกฝนตอบสนองอย่างฉับไว เธอขดตัวลงไปแล้วกลิ้ง เพื่อหลบหลีกการโจมตีของงูเห่า
ทันใดนั้น เธอรีบลุกขึ้นคว้าหางงูเห่า แล้วสะบัดมือขวาฟาดงูลงกับพื้นอย่างแรง
งูตัวนั้นถูกเธอฟาดลงไปจนมึน
มู่ซย่าลุกขึ้นหยิบกรรไกรที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนไว้ก่อนหน้านี้สำหรับป้องกันตัว เธอเดินไปเตรียมจะตัดหัวงูเห่า
แต่เมื่อกำลังจะลงมือ จู่ๆ มู่ซย่าก็พบว่านี่คืองูเห่าชนิดหนึ่ง พวกมันอาศัยอยู่ทางใต้ ส่วนทางเหนือนั้นไม่มีงูชนิดนี้
งูตัวนี้ไม่ได้เลื้อยเข้ามาในห้องของเธอเอง แต่มีคนจงใจเอาเข้ามา
มู่ซย่านึกขึ้นได้ว่าเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของคน ตอนนี้สิ่งต่างๆสอดคล้องกัน และในที่สุดเธอก็รู้ว่า คนที่ยืนอยู่ที่ระเบียงห้องของเธอครู่หนึ่งและจากไป ที่แท้แล้วมาทำอะไร
คนเหล่านี้ต้องการชีวิตเธอ!
สมองของมู่ซย่าประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ซือถูไห่คิดว่าเธอมีประโยชน์ เขาสามารถใช้เธอเพื่อเข้าหาตระกูลเยี่ย และโปรดปรานเธอมาก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะทำสิ่งนี้
ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวคือ มู่ซินเย่ว์และซือถูชิงซาน
อย่างไรก็ตาม มู่ซินเย่ว์เป็นคนสุขุมและฉลาดมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะทำสิ่งนี้ทันทีในคืนแรกที่เธอกลับมา คนที่มีความเป็นไปได้ที่จะลงมือทำสิ่งนี้มากที่สุด ก็คือซือถูชิงซาน
คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของมู่ซย่าค่อยๆหรี่ลง ภายใต้แสงสะท้อนของดวงจันทร์ ดวงตาของเธอเปล่งประกายแสงอ่อนๆราวกับแสงของดวงจันทร์
อยากจะเอาชีวิตเธองั้นหรือ
ซือถูชิงซานต้องชั่งน้ำหนักตัวเองเสียก่อน!
เป็นเวลาดึกขึ้นไปอีก ดวงจันทร์คล้อยทางตะวันตก
ในคฤหาสน์เวลานี้ ทุกคนหลับกันเกือบหมด ช่วงก่อนฟ้าสางเป็นช่วงเวลาที่คนหลับสนิทที่สุด
ซือถูชิงซานอยู่ในห้องนอน แต่เธอนอนไม่หลับเลย
เธอกำลังรอ รอข่าวการตายของมู่ซย่า
เธอรอมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวดี
ในที่สุด ซือถูชิงซานก็อยู่นิ่งไม่ไหว เธอโทรเรียกแม่นม และแม่นมก็มาถึงห้องของเธออย่างเงียบๆ ในทันที
ซือถูชิงซานเปิดปากถามทันควัน “เธอยังไม่ได้ทำเรื่องที่ฉันสั่งใช่ไหม! พรุ่งนี้เช้า เธอรอตำรวจมายืนหน้าประตูได้เลย!”
แม่นมรีบอธิบาย “คุณหนูคะ คุณเข้าใจผิดแล้ว! ดิฉันจัดการเรียบร้อยแล้วนะคะ ดิฉันไปซื้องูพิษจากตลาดมา และเอาไปปล่อยในห้องของเธอแล้วเมื่อสองชั่วโมงก่อน”
ซือถูชิงซานขมวดคิ้วและถามว่า "แล้วทำไมยังไม่มีข่าวอะไรมาเลย ถ้าถูกงูกัดก็จะต้องตื่นด้วยความเจ็บปวด ห้องของฉันอยู่ใกล้กับห้องของมันมาก ข้ามไปสองระเบียงก็ถึงแล้ว แต่ฉันไม่เห็นจะได้ยินเสียงร้องอะไรเลย”
“อย่างนั้น...ดิฉันก็ไม่รู้จริงๆค่ะ”
“งูตัวนั้นไม่กัดคนหรือเปล่า”
แม่นมปฎิเสธทันที “เป็นไปไม่ได้ค่ะ คนขายงูเลือกงูตัวที่หิวโหยที่สุดให้ฉัน และเป็นงูที่ดุร้ายมาก หากมันเห็นสิ่งมีชีวิตมันจะต้องกัดแน่นอนค่ะ”
ซือถูชิงซานเริ่มสับสน “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
แม่นมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดาออกมา “คนขายงูบอกว่างูมีพิษร้ายแรงมาก ถ้าไม่รีบรักษา คนที่ถูกกัดจะตายทันที บางที...ไม่ใช่ว่างูไม่ได้กัดเธอ แต่ว่ากว่าเธอจะตอบสนอง เธอก็...”
ดวงตาของซือถูชิงซานเป็นประกาย เธอต่อคำพูดของแม่นมจนจบ “บางทีเธอก็อาจจะตายแล้ว!”
แม่นมมองไปที่ใบหน้าของซือถูชิงซาน แล้วถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูคะ คุณต้องการให้ฉันหาข้ออ้างเข้าไปดูไหมคะ”
“ไม่ต้องแล้ว” ซือถูชิงซานโบกมือแล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้ต้องทำอย่างลับๆ ถ้าแม่นมไปตอนนี้ก็จะถูกสงสัยได้ ยังไงคนก็ตายไปแล้ว วันรุ่งขึ้นค่อยเก็บศพจะปลอดภัยกว่า หากส่งเธอไปกู้ภัยตอนนี้ แล้วเธอรอดชีวิตขึ้นมาล่ะ?”
แม่นมพยักหน้าเห็นด้วย “ที่คุณหนูพูดก็คือ เราจะรอจนถึงพรุ่งนี้เช้าค่อยเก็บร่างของเธอ! เมื่อถึงตอนนั้น ร่างกายของเธอจะเย็น ไม่ต้องพูดถึงหมอที่เก่งที่สุด แม้แต่เทพเจ้าต้าหลัวก็ยังช่วยชีวิตเธอไม่ได้”
ซือถูชิงซานอดยิ้มไม่ได้ เธอถอดสร้อยที่คอของเธอออกแล้วยื่นให้แม่นม
“เธอทำดีมาก ฉันให้รางวัล อีกหน่อยอยากได้อะไร ก็บอกฉันได้เลย”
“ขอบคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะคุณหนู” ความรู้สึกกลัวการฆ่าคน ถูกสร้อยคอเส้นนี้ละลายไปโดยสิ้นเชิง
เธอไม่ได้ฆ่าคนเสียหน่อย งูตัวนั้นต่างหาก เมื่อตกนรกท่านพญายมคงจะไม่ทำอะไรเธอหรอกนะ
“เอาล่ะ เธอกลับไปได้แล้ว ฉันจะนอนแล้ว”
เมื่อตื่นขึ้นมา เธอก็จะเก็บศพพี่สาวที่แสนดี และก็ร้องไห้ในงานศพของเธอสักหน่อย
ถ้าหากเธอร้องไห้เก่งพอ ทุกคนก็จะคิดว่าเธอเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นมาก
เธอยังอยากจะเข้าสู่วงการบันเทิง และการแสดงที่ดีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มคะแนนความนิยมให้แก่เธอ
ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่งดงามอะไรเช่นนี้...
ซือถูชิงซานปิดไฟห้องนอน แล้วนอนลงบนเตียง มุมปากของเธอยิ้มไม่หุบจนกระทั่งหลับไป
เพราะว่าอารมณ์ดี อีกทั้งตอนนี้ก็ดึกมาก ซือถูชิงซานที่เมื่อครู่นอนไม่หลับ ตอนนี้หลับลงอย่างรวดเร็ว แถมยังฝันดีอีกด้วย
ในความฝัน เป็นฉากที่เธอเข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตร เยี่ยซือเจวี๋ยรู้สึกว่าเธอมีพรสวรรค์จึงตกหลุมรักเธอ และประกาศในที่สาธารณะว่าเธอจะเป็นคุณผู้หญิงของตระกูลเยี่ยในอนาคต และเป็นภรรยาของเขา เยี่ยซือเจวี๋ย
นับแต่นั้นมา เธอก็ได้มาถึงจุดสูงสุดของชีวิต และใช้ชีวิตคุณนายอย่างสุขสบาย
เมื่อกลางดึกผ่านไป รุ่งอรุณก็ใกล้เข้ามา
ในช่วงเวลาอันเงียบสงัด ทันใดนั้น
“กรี๊ดดด!”
เสียงกรีดร้องของความตกใจและบ้าคลั่งดังลั่นไปทั่วท้องฟ้า
นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในคฤหาสน์ตกใจ พวกมันกระพือปีกบินหนีไปจากยอดไม้
“มีเรื่องอะไร”
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินเสียงกรีดร้อง มีคนร้องตะโกนให้ช่วย...”
“รีบไปเร็ว รู้สึกว่าจะมาจากห้องคุณหนูรอง”
บรรดาคนรับใช้ตกใจตื่นขึ้นมา เมื่อหาที่มาของเสียงแล้ว ก็รีบตรงไปที่ห้องของซือถูชิงซาน
ซือถูชิงซานไม่ได้ล็อคประตู คนรับใช้เปิดประตูและวิ่งเข้าไป
พวกเธอเห็นซือถูชิงซานตกลงมานอนอยู่ที่พื้นข้างเตียง ตัวของเธอกำลังชัก น้ำลายฟูมปาก ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะตาย
คนรับใช้ต่างนิ่งอึ้ง
“นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น”
เมื่อคนรับใช้ได้สติ ก็รีบวิ่งเข้าไปช่วย
“เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งเข้าไป!” หญิงรับใช้คนหนึ่งพูดด้วยความตระหนก “บนเตียงมีงู!”