ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 13 สอนศีลธรรมของความเป็นคนให้เธอ ตอนที่ 13
นังคนนี้พิษสงร้ายกาจขนาดนี้ พ่อจะต้องไล่มันออกจากบ้านแน่ๆ และจากนี้ไป ตำแหน่งคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซือถูก็จะกลับคืนมาสู่เธอ
เธอไม่ต้องการเป็นคุณหนูรองอะไรนั่นสักหน่อย!
“ขับเร็วๆ หน่อยสิ ฉันอยากถึงบ้านเต็มแก่แล้ว!”
ซือถูชิงซานใจร้อนเร่งคนขับรถ
รถตะบึงห้อมาตลอดทาง ไม่นานนักก็ถึงคฤหาสน์ซือถู
เมื่อลงจากรถ เธอเห็นบ้านทั้งหลังยังสว่างไสว เหมือนกับว่าทุกคนยังไม่หลับ
คงจะเป็นเพราะทุกคนกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ จึงยังไม่มีใครเข้านอน
เธอเป็นเจ้าหญิงน้อยที่มีความสำคัญยิ่งของตระกูลซือถูจริงๆ
ซือถูชิงซานกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ และก้าวเดินเข้าไปในตัวบ้านอย่างมาดมั่น
เธอคาดเดาเอาไว้ว่า เดี๋ยวทันทีที่เธอเข้าไปในบ้าน มู่ซินเย่ว์และซือถูไห่จะรีบเข้ามาไถ่ถามเธออย่างอบอุ่น
และเมื่อถึงเวลานั้น ก็ถึงเวลาที่เธอจะชี้นำให้ทุกคนได้เห็นว่าอาจจะเป็นมู่ซย่าที่ปล่อยงูให้มาทำร้ายเธอ จากนั้น มู่ซย่าก็จะต้องเก็บของแล้วก็ไสหัวไปให้ในที่สุด!
ไม่ใช่สิ มู่ซย่าไม่ได้เอาอะไรมาด้วย เธอสามารถออกไปจากที่นี่ได้เลยทันที!
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ความเร็วในการเดินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน
แค่นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่มู่ซย่าโดนเฉดหัวออกไปจากที่นี่ เลือดในตัวของซือถูชิงซานก็เดือดพล่าน จนเธอเกือบจะลืมความเจ็บปวดจากบาดแผลบนร่างกายและความรู้สึกไม่สบายหลังถูกงูพิษ
“แม่คะ!”
ในที่สุด ซือถูชิงซานก็เดินมาถึงห้องโถง
ไฟในห้องโถงสว่างไสว คนรับใช้ทั้งหมดยืนนิ่งเงียบอยู่ในนั้น บรรยากาศในเวลานี้ดูเงียบขรึมและวังเวง ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้น
นี่ไม่ใช่ภาพที่เธอคาดหวังว่าจะได้เจอเมื่อกลับบ้าน
“แม่คะ เกิดอะไรขึ้น” ซือถูชิงซานถามมู่ซินเย่ว์ที่นิ่งเงียบเหมือนคนอื่นด้วยความงุนงง
มู่ซินเย่ว์เดินมาที่ตรงหน้าเธอ ในดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและผิดหวัง
แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของซือถูชิงซาน เธอกลับดุไม่ออก ทำได้เพียงถามไถ่ออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งทื่อ “เป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงรีบออกจากโรงพยาบาลล่ะ”
ซือถูชิงซานจึงนึกขึ้นได้ถึง ‘เรื่องสำคัญ’ และพูดขึ้นมาโดยไม่สนใจบรรยากาศแปลกๆ ในห้องโถงเลย “แม่คะ หนูไม่เป็นไรค่ะ ที่หนูรีบกลับมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะต้องบอกพ่อ!”
มู่ซินเย่ว์รู้สึกสังหรณ์ใจ เธอดึงตัวซือถูชิงซานโดยไม่รู้ตัว “มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้เกิดเรื่องราวตั้งมากมาย รอจนกว่าลูกหายดีแล้วเราค่อยๆ พูดให้ลูกฟังนะจ๊ะ”
“ไม่ได้ค่ะแม่ ต้องพูดตอนนี้เลยค่ะ!”
หากเธอพลาดจังหวะและโอกาสนี้ไป เธอไม่มั่นใจว่าจะมีวิธีกำจัดมู่ซย่าที่ดีกว่านี้หรือไม่
แม้แต่วินาทีเดียว เธอก็รอไม่ไหวแล้ว!
ซือถูชิงซานรู้สึกว่าแม่ของเธอมัวแต่ลังเล เวลาแบบนี้แหละ เหมาะสมที่สุดที่จะกำจัดให้สิ้นซาก
ดังนั้นเธอจึงผลักมูซินเย่ว์ออกและเดินตรงไปหาซือถูไห่
“พ่อคะ! หนูมีเรื่องจะบอกค่ะ!”
ขณะที่พูด ซือถูชิงซานมองจ้องไปที่มู่ซย่า ความยิ่งผยองและอวดดีเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเธอ
มู่ซย่าเข้าใจความหมายในดวงตาของซือถูชิงซาน เธอจึงเอียงคอมองกลับด้วยความสนใจ
สีหน้าของซือถูไห่เย็นยะเยือก น้ำเสียงของเขาเย็นชา “ลูกจะบอกอะไร”
หากซือถูชิงซานยอมรับผิด เขาอาจจะพิจารณาให้อภัยเธอสักครั้ง
แต่แล้ว...
ทันทีที่ซือถูชิงซานอ้าปากก็พูดว่า “พ่อคะ งูตัวนั้นที่กัดหนูน่ะค่ะ มู่ซย่าเป็นคนเอามาปล่อยไว้ในห้องของหนูค่ะ! เธอไม่ชอบหนู เธออยากให้หนูตาย! คนที่จิตในโหดร้ายขนาดนี้ เลี้ยงไว้ไม่ได้นะคะพ่อ!”
ซือถูไห่ตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ไม่เพียงแต่ซือถูชิงซานจะสำนึกผิดต่อสิ่งที่เธอทำลงไป ซ้ำร้าย ยังปัดความผิดให้มู่ซย่าอีกด้วย
เขาเลี้ยงลูกสาวให้ออกมาโง่เขลาและเลวร้ายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน!
เมื่อเห็นว่าซือถูไห่ยังคงนิ่งเงียบ ซือถูชิงซานคิดว่าซือถูไห่ยังคงทำใจไม่ได้ที่จะขับไล่มู่ซย่าออกไป เธอจึงรีบพูดต่อว่า “พ่อคะ! พ่อจะใจอ่อนไม่ได้นะคะ! ครั้งนี้หนูไม่ตาย จะต้องมีครั้งต่อไปแน่นอนค่ะ! เธอทำร้ายหนูได้ ก็ทำร้ายพ่อได้เหมือนกันนะคะ!”
เปลือกตาของซือถูไห่กระตุก
ทันใดนั้น เขายกมือขึ้นอย่างเหลืออดและตบลงไปที่ใบหน้าของซือถูชิงซานเต็มแรง
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง
ฝ่ามือนี้หนักหนากว่าฝ่ามือของมู่ซินเย่ว์ที่ตบมู่ซย่าหลายเท่านัก เลือดสดๆ ถูกพ่นออกมาจากปากของซือถูชิงซาน
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางกองเลือดที่อยู่บนพื้น ยังมีฟันขาวๆ ซี่หนึ่งอีกด้วย
เธอถูกซือถูไห่ตบจนฟันร่วงไปหนึ่งซี่!
ซือถูชิงซานตกตะลึง
เกิด...อะไรขึ้น?
พ่อควรจะตบหน้ามู่ซย่าไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาตบเธอล่ะ
ซือถูชิงซานเอามือกุมหน้าอย่างเหลือเชื่อ
เธอกำลังจะถามซือถูไห่ว่าทำไมถึงตบเธอ มู่ซินเย่ว์กลับวิ่งเข้ามาดึงตัวของซือถูชิงซานเอาไว้แล้วพูดว่า “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ขึ้นไปข้างบนกันก่อน!”
“ไม่! ทำไมหนูต้องขึ้นไปข้างบนด้วย!"
ซือถูชิงซานทั้งโกรธและน้อยใจเป็นที่สุด
เธอพยายามจะสลัดมือของมู่ซินเย่ว์ออกอีกครั้ง แล้วหันไปถามซือถูไห่ “พ่อคะ พ่อตบหนูทำไมคะ คนที่ทำผิดคือมู่ซย่านะคะ ทำไมพ่อถึงได้ลำเอียงตบหนูที่เป็นผู้ถูกกระทำล่ะคะ”
“ผู้ถูกกระทำ? แกยังคิดว่าแกเป็นผู้ถูกกระทำอีกเหรอ” ซือถูไห่หายใจหอบ เขาโกรธจนพูดไม่ออก
“แล้วไม่ใช่หนูหรือคะ หนูถึงกับเข้าโรงพยาบาลแล้วนะคะ หมอบอกว่า ถ้าช้าไปอีกไม่กี่นาที หนูไม่มีทางได้กลับมาอีกแล้วนะคะ...” ซือถูชิงซานเองแอบรู้สึกหวาดกลัวเมื่อพูดถึง
มุมปากของมู่ซย่าบิดโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอก้าวขึ้นไปข้างหน้า “น้องสาว ถึงป่านนี้แล้วเธอยังไม่พูดความจริงอีกเหรอ เธออยากจะให้คุณพ่อโกรธจนตายอย่างนั้นหรือ”
ซือถูชิงซานขมวดคิ้วขึ้นด้วยความรังเกียจ “เธอมีสิทธิ์พูดอะไรในบ้านหลังนี้ด้วยเหรอ”
มู่ซย่าเลิกคิ้วขึ้นและพูดว่า “ดูท่าแล้ว น้องสาวคงจะไม่รู้ว่าทุกคนรู้พฤติกรรมชั่วร้ายของเธอหมดแล้ว”
ซือถูชิงซานกำมือแน่นด้วยความร้อนตัว “เธอ...เธอหมายความว่ายังไง”
มู่ซย่ายิ้มจางๆ “ดูแล้วเธอคงยังไม่รู้สินะ ว่าแม่นมของเธอยอมรับสารภาพทั้งหมดแล้วว่าเธอน่ะสั่งให้เขาไปซื้องูพิษมากัดฉันให้ตาย แล้วไง งูดันเลื้อยจากระเบียงไปที่ห้องของเธอ...น้องสาว พูดไม่น่าฟังก็คือ เธอน่ะทำตัวเองแท้ๆ!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซือถูชิงซานก็เบิกตาโพลงอย่างตะลึง
แม่นม...ทรยศเธอหรือ
เวลานี้ เธอนึกขึ้นได้ถึงบรรยากาศที่แปลกประหลาดในห้องโถงตอนที่เธอเพิ่งจะเดินเข้ามาในบ้าน และความผิดปกติที่มู่ซินเย่ว์คอยขัดขวางไม่ยอมให้เธอพูด
ที่แท้ ทุกคนรู้ความจริงหมดแล้ว?
มิน่า! สายตาของมู่ซย่าถึงได้ดูยั่วยุแบบนี้
มิน่า พ่อถึงตบเธอ!
ซือถูชิงซานกระวนกระวายแล้ว เธอดึงแขนเสื้อของมู่ซินเย่ว์ “แม่...”
อย่างไรก็ลูกสาวของเธอเอง มู่ซินเย่ว์ยังคงรักและเอ็นดูซือถูชิงซานอย่างหาที่สุดไม่ได้ เธอโอบกอดลูกสาวของเธอไว้แล้วพูดด้วยเสียงเบาๆ “ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ขึ้นข้างบนกับแม่!”
ในที่สุด ซือถูชิงซานก็ยอมเชื่อฟังและไม่กล้าพูดอะไรอีก เธอเดินตามมู่ซินเย่ว์ขึ้นไปข้างบนอย่างสงบเสงี่ยม
“หยุดก่อน!” ซือถูไห่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้อยู่แต่ให้ห้องและทบทวนให้ดี หนึ่งเดือนนี้ห้ามออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว! ฉันจะเชิญครูสอนจริยธรรมที่ดีที่สุดมาสอนศีลธรรมของความเป็นคนให้เธอ!”
ซือถูชิงซานตกใจจนเลือดไหลย้อนกลับ
ซือถูไห่เป็นผู้ควบคุมทุกอย่างในบ้านหลังนี้ หากปราศจากความรักและความเชื่อใจจากเขาแล้ว คนที่น่าจะถูกไล่ออกจะกลายเป็นเธอ!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วของซือถูชิงซานก็ยิ่งซีดลงไปอีก
เธอรู้สึกเสียใจที่ทำเรื่องนั้นลงไป แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเสียใจในเวลานี้ มันสายเกินไปแล้ว