ตื้อหัวใจยัยจอมหยิ่ง: ตอนที่ 15 โดดเด่นเกินใคร ตอนที่ 15
ทั้งซือถูชิงซานและมู่ซินเย่ว์ต่างก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ อีก แล้วมู่ซินเย่ว์ไม่ได้พูดหรือขอร้องให้ซือถูไห่เลิกกักบริเวณซือถูชิงซาน อีกทั้งยังดูแลมู่ซย่าเป็นอย่างดี สิ่งนี้ทำให้ซือถูไห่อารมณ์ดีขึ้น
เหตุการณ์งูพิษถือเป็นหัวข้อต้องห้ามในคฤหาสน์แห่งนี้ ทุกคนทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
หลังจากที่นอนอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลาห้าวัน ซือถูไห่ก็ย้ายกลับห้องนอนมานอนกับมู่ซินเย่ว์
เช้าวันที่หก ซือถูไห่ออกมาจากห้องด้วยใบหน้าที่เปล่งปลั่ง และแววตาที่มองมู่ซินเย่ว์นั้นอ่อนโยนราวกับสายน้ำ แม้แต่ผีก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้
และระหว่างมื้อเย็นของวันนั้น มู่ซินเย่ว์คีบน่องไก่ให้มู่ซย่า
มู่ซย่าฉีกยิ้มหวานและกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณค่ะคุณน้า”
“ตอนนี้ควรจะเรียกแม่ได้แล้วนะจ๊ะ” มู่ซินเย่ว์กล่าว “ฉันจะดูแลเธอให้เหมือนแม่ของเธอเลยจ้ะ เด็กดี ก็เหมือนกับซานซานไงจ๊ะ แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ฉันก็ดูแลเหมือนลูกแท้ๆ เลยล่ะ ต่อไป ถ้าต้องการอะไรก็บอกได้นะจ๊ะ”
ในใจของมู่ซย่ายิ้มเยาะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ หรือยะ? ต่อให้ตอนนี้เธอเป็นเด็กหกขวบ เธอยังไม่เชื่อเลย
ซือถูชิงซานอายุน้อยกว่าเธอแค่ไม่กี่เดือน หมายความว่าซือถูไห่ลอบเป็นชู้กับมู่ซินเย่ว์ตอนที่แม่ของเธอตั้งครรภ์
เรื่องอื้อฉาวแบบนี้ เป็นธรรมดาที่ซือถูไห่จะไม่ยอมปล่อยให้แพร่สะพัดออกไป
แต่จู่ๆ มู่ซินเย่ว์พูดขึ้นมาแบบนี้ จะต้องมีแผนการอะไรแน่ๆ
ต้องการให้เธอเรียกมู่ซินเย่ว์ว่า ‘แม่’ งั้นหรือ
เธอมีแม่เพียงสองคนเท่านั้น คือแม่ที่ให้กำเนิดเธอและแม่บุญธรรม คนอื่นน่ะไม่คู่ควรหรอก
มู่ซย่าส่งสายตาอ้อนวอนไปทางซือถูไห่ “พ่อคะ ตอนนี้หนู...ยังไม่ชินค่ะ”
นัยน์ตาของเธอเป็นประกายและอ่อนโยนดุจสายน้ำ ดูน่าสงสารจับใจ
หากชาเขียวแบ่งได้เป็นหลายเกรด มู่ซย่าเชื่อว่าแววตาของเธอวินาทีนี้จะต้องเป็นชาเขียวเกรดดีที่สุดแน่ๆ
และแล้ว ซือถูไห่แทบจะใจละลายเมื่อเห็นเธอ
อย่าว่าแต่เป็นพ่อของมู่ซย่าเลย ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ไม่อาจทัดทานสายตาแบบนี้ได้
เขากระแอมไอเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีกเยอะ ค่อยๆ ปรับกันไป ไม่ต้องรีบภายในวันสองวันนี้หรอก”
“ขอบคุณนะคะพ่อ ขอโทษค่ะคุณน้า หนูจะค่อยๆ ปรับตัวค่ะ” มู่ซย่าเอ่ยคำขอโทษกับมู่ซินเย่ว์
มู่ซินเย่ว์เกลียดเธอเข้าไส้ นังเด็กเวรนี่ แม้แต่คำว่า ‘แม่’ คำเดียวก็ไม่ยอมเรียก”
ทว่า มู่ซินเย่ว์ใจเย็นกว่าซือถูชิงซานมากนัก เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องแบบนี้คงจะยากสำหรับเธอ น้าใจร้อนไปเองจ้ะ ไม่ต้องขอโทษหรอกนะ น้าสิที่ต้องขอโทษ รอจนกว่ารู้สึกสบายใจแล้วค่อยเรียกก็ยังไม่สาย ยังไงเสีย พวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันไปตลอดชีวิต”
“ขอบคุณค่ะคุณน้า”
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะจ๊ะ”
คนทั้งคู่ต่างพูดคุยและยิ้มแย้มกันแบบนี้ บรรยากาศดูเหมือนจะมีความสุข
ซือถูไห่เห็นความกลมเกลียวกันบนโต๊ะอาหาร ความเหนื่อยล้าจากการทำงานก็หายไป
เหมือนดังคำโบราณที่ว่าไว้ ‘ครอบครัวสมัครสมานกิจการจึงจะเจริญรุ่งเรือง’ อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายอีกเลย เขาจะได้ไม่ต้องปวดหัวอะไรอีก
อย่างไรก็ดี ขณะที่ซือถูไห่กำลังคิดแบบนี้ มู่ซินเย่ว์ก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณคะ มีเรื่องหนึ่งฉันยังไม่ได้บอกคุณเลยค่ะ เกี่ยวกับซานซาน”
เมื่อได้ยินชื่อซือถูชิงซาน อารมณ์ดีๆ ของซือถูไห่ก็หายไปทันที เขาวางตะเกียบลงเสียงดังแล้วพูดอย่างขุ่นเคือง “จะช่วยนังลูกไม่รักดีนั่นพูดหรือไง เธอทำผิดร้ายแรงขนาดนี้ กักบริเวณแค่เดือนเดียวยังน้อยไปด้วยซ้ำ! อย่าคิดจะพูดแทนเธออีก!”
มู่ซย่ามองมู่ซินเย่ว์อย่างสงสัยใคร่รู้ มู่ซินเย่ว์ไม่เหมือนคนที่จะพูดอะไรแบบนี้ในเวลานี้ เธอรู้จักดูอารมณ์คนจะตาย เธอรู้ดีว่าระยะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะขอร้องอะไรแทนซือถูชิงซาน
มู่ซินเย่ว์จะมาไม้ไหนอีก
มู่ซินเย่ว์ทำท่าลำบากใจ “คุณคะ ฉันไม่ได้จะขอร้องอะไรแทนเธอนะคะ แต่มีบางเรื่อง ไม่รู้ว่าควรบอกคุณดีไหม”
เมื่อได้ยินว่ามู่ซินเย่ว์ไม่ได้คิดจะขอร้องแทนซือถูชิงซาน สีหน้าของซือถูไห่ก็ดีขึ้นมานิดหน่อย แต่น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา “เรื่องอะไร”
มู่ซินเย่ว์ถอนหายใจโล่งอก เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วพูดว่า “คืออย่างนี้ค่ะ วันนี้ฉันเพิ่งได้รับจดหมายฉบับหนึ่งแจ้งว่า ซานซานได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคอฟฟี่เซเลบรีตี้ที่สถาบันกาแฟเดอะรอยัลจัดขึ้นค่ะ”
“อะไรนะ!”
ซือถูไห่รู้ดีว่า หากคว้ารางวัลชนะเลิศได้ก็จะได้เป็นพรีเซนเตอร์ของร้านเซินเยี่ยคอฟฟี่เฮ้าส์ เซินเยี่ยคอฟฟี่เฮ้าส์นี่เป็นเชนกาแฟชื่อดังระดับโลกเชียวนะ!
สีหน้าของเขามีความสุขมาก ยิ่งได้อ่านจดหมายในมือของมู่ซินเย่ว์อย่างละเอียด และได้เห็นชื่อของเยี่ยซือเจวี๋ยปรากฏเป็นแขกผู้มีเกียรติในพิธี มือทั้งสองข้างของเขาเหมือนจะเปล่งลำแสงออกมา
นั่นเป็นลักษณะของคนโลภ
มือของเขาสั่นขณะถือจดหมาย “เรื่องดีๆ ขนาดนี้ ทำไมเธอไม่รีบบอกล่ะ พิธีจะจัดขึ้นพรุ่งนี้บ่ายแล้วนะ!”
มู่ซินเย่ว์ทำท่าทางรู้สึกผิดและพูดว่า “ก็ไม่ใช่เพราะซานซานบุ่มบ่ามทำความผิดเอาไว้หรือคะ วันนี้ตอนที่ฉันบอกเรื่องนี้กับเธอ เธอยังบอกว่าจะไม่ไปร่วมพิธีเลยค่ะ เธออยากจะอยู่นิ่งๆ ไตร่ตรองความผิดค่ะ”
“ทำอย่างนี้ได้ที่ไหนกัน!” ซือถูไห่โพล่งออกมา
โอกาสที่จะได้โชว์หนังหน้าให้พวกผู้มีเกียรติระดับสูงได้เห็น จะไม่ไปได้อย่างไรเล่า
โง่หรือเปล่าเนี่ย
แต่เมื่อเห็นสายตาที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของมู่ซย่าที่มองแล้ว เขารู้สึกเหมือนตัวเองจะแสดงออกถึงความโลภในใจมากไปหน่อย
เขากระแอมไอเบาๆ อย่างเก้อเขิน “ชิงซานพูดแบบนี้แสดงว่าเธอรู้ว่าตัวเองผิด ในเมื่อสำนึกผิดแล้วจะกักนานแค่ไหนก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ซานซาน ลูกคิดว่ายังไงบ้างล่ะ”
มู่ซย่ายิ้มเยาะในใจ นี่หรือพ่อของเธอ!
เป็นพ่อที่ดีอะไรอย่างนี้!
แต่อย่างไรก็ดี มู่ซย่าไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเธอออกมา เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน และพูดออกมาอย่างเข้าใจ “พ่อคะ ที่จริงหนูก็อยากจะพูดกับพ่อนานเหมือนกันแล้วค่ะว่า จะกักขังน้องตลอดไปก็ใช่เรื่อง รีบปล่อยเธอออกมาก็ดีค่ะ ยังไงน้องก็ยังเด็ก น้องทำผิดไปแล้ว ต่อไปก็คงจะแยกแยะได้แล้วค่ะ หากยังผิดซ้ำอีก คุณพ่อค่อยลงโทษน้องแรงๆ อีกครั้งก็ยังไม่สายนะคะ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่ซินเย่ว์ที่นั่งตรงข้ามเธอรู้สึกโกรธเกลียดจนกัดฟันแทบหัก
มู่ซย่าพูดแบบนี้ เท่ากับว่า หากซือถูชิงซานทำผิดอีกครั้ง ซือถูไห่จะต้องไม่ยอมยกโทษเธอให้เธอง่ายๆ อย่างเด็ดขาด
ซือถูไห่ขมวดคิ้วขึ้นแล้วพูดว่า “ถูกต้อง จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว มู่ซินเย่ว์ ไปบอกชิงซานด้วยว่า หากมีครั้งหน้าอีก เธอจะต้องถูกไล่ออกไปจากที่นี่!”
มู่ซินเย่ว์รู้สึกเกลียดจนอกแทบจะฉีกแล้ว แต่เธอจำต้องพูดว่า “ฉันจะพูดกับเธอค่ะ เธอเองก็สำนึกผิดแล้ว ซานซาน ขอบคุณที่ยอมยกโทษให้น้องนะจ๊ะ”
มู่ซย่ายิ้มอย่างสดใส “ไหนๆ ก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องรู้จักให้อภัยกันค่ะ แม้ว่าเธอจะเคยคิดทำร้ายหนูให้ตายก็ตาม”
รอยยิ้มของมู่ซินเย่ว์ชะงักค้าง เธอทนเสแสร้งต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอยืนขึ้นและพูดว่า “งั้นฉันไปจัดกระเป๋าเตรียมไปเมืองหนานพรุ่งนี้นะคะ”
เมื่อพูดจบ เธอก็เดินขึ้นไปข้างบนทันที แต่เมื่อเดินไปครึ่งทางก็นึกได้ถึงแผนการที่วางไว้ เธอหยุดแล้วพูดว่า “คุณคะ พรุ่งนี้เป็นวันสุดสัปดาห์พอดีเลยค่ะ คุณเองก็ไม่ต้องไปทำงาน ไปด้วยกันไหมคะ พาซานซานไปด้วยกัน”
ซือถูไห่นึกขึ้นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างมู่ซย่าและเยี่ยซือเจวี๋ย เขาพยักหน้าโดยไม่ลังเล “เอาสิ! คุณช่วยจัดกระเป๋าให้ซานซานที แล้วพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าที่จะไปเมืองหนานด้วย”
“ได้ค่ะ” ในที่สุด มู่ซินเย่ว์ก็เผยรอยยิ้มออกมา
ถึงเวลานั้น มู่ซย่าจะได้เห็นถึงความโดดเด่นของลูกสาวของเธอ!