เสน่ห์รักเกมแค้น

เสน่ห์รักเกมแค้น: เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 9 ตอนที่ 9

#9เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 9

รถยนต์คันหรูเลื่อนเข้ามาจอดยังบ้านวรวัฒนประเสริฐ วรวุธเปิดประตูฝั่งคนขับออกแล้วเดินอ้อมมายังฝั่งด้านข้างคนขับเพื่อเปิดประตูให้หญิงสาวที่นั่งมาด้วยลงจากรถ แต่ไม่ทันหญิงสาวที่เปิดประตูออกเสียก่อน เธอก้าวลงจากรถแล้วยืนนิ่ง แววตาเลื่อนลอยไร้จิตวิญญาณจนกระทั่งวรวุธต้องสะกิดเตือน

"คุณมิ้นต์ครับ ไหวไหมครับ"

คำเอ่ยทักนั้นดึงสติมินตราให้กลับคืนมา เธอหันกลับไปมองฝ่ายเอ่ยเรียกที่ยืนอยู่ด้านหลัง พยายามฝืนยิ้มให้แต่ยากเต็มที

"มิ้นต์ไหวค่ะพี่วุธ"

วรวุธมองหญิงสาวที่รักเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แสนเสียใจนักที่มินตราต้องอยู่ในสภาพทุกข์ตรมมากถึงเพียงนี้

"ผมขอโทษที่ผมดูแลคุณมิ้นต์ไม่ดี จนเกิดเรื่อง..."

พูดไม่ทันจบ มินตราเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อนที่เขาจะพูดเรื่องแสนอัปยศเมื่อคืนออกมาให้เธอได้รับรู้อีกครั้ง

"อย่าพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นค่ะพี่วุธ มิ้นต์ไม่อยากฟัง... ไม่ใช่ความผิดของพี่วุธเลยสักนิด คนที่ผิด คนที่เลวก็มีเพียงคนเดียว"

"แต่ผม..."

"พอเถอะค่ะ มิ้นต์อยากพักผ่อน พี่วุธช่วยถือกระเป๋าเข้าไปข้างในบ้านให้มิ้นต์ทีเถอะ"

ไม่รอฟังคำตอบวรวุธ มินตราหันหน้าเดินกลับเข้าไปภายในบ้านทันที วรวุธรีบเปิดฝากระโปรงหลังรถยนต์แล้วหยิบกระเป๋าหญิงสาวมาวางที่พื้น รีบปิดกะโปรงหลังรถยนต์ รีบเดินตามมินตราเข้าไปภายในบ้านทันที

มินตราเดินผ่านเข้ามาหน้าห้องรับแขก ไม่ทันไรวารีรีบวิ่งเข้ามาหาหญิงสาวพร้อมยกมือแตะแขนหญิงสาวไว้ราวปลอบประโลม

"คุณมิ้นต์ คุณกลับมาก็ดีแล้ว รีบเข้าไปพบคุณพ่อคุณแม่เถอะค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"

มินตรามองหญิงผู้สูงวัยกว่า เช่นเดียวกับวรวุธที่เดินเข้ามารีบเอ่ยถามผู้เป็นมารดาทันที

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับแม่"

วารีหันไปมองบุตรชายที่เข้ามาสมทบหลังมินตรา ดวงตาฉายแววโกรธขึ้ง

"แกก็เหมือนกันวุธ เรื่องนี้แกก็ผิดเพราะแกดูแลคุณมิ้นต์ไม่ดี เข้าไปพบท่านทั้งสองคนพร้อมกับคุณมิ้นต์นี่แหละ"

ทั้งวรวุธและมินตรายังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น มินตราเป็นฝ่ายเอ่ยถามวารีขึ้น

"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอคะน้าวารี"

กระทั่งสิ่งที่วารีแจ้งแก่มินตราและวรวุธต่างทำให้ผู้ฝังทั้งสองตัวชาวาบ

"เรื่องที่เกิดขึ้นที่รีสอร์ทค่ะ"

---------------------------------------------------

มินตราก้าวเดินเข้าไปในห้องโดยมีวารีเดินนำและวรวุธเดินตามท้าย เธอเห็นบิดาและมารดานั่งดูโทรศัพท์มือถือในมือของบิดา กระทั่งเธอนั่งลงบนโซฟา ส่วนวรวุธยืนอยู่มุมห้องคู่กับผู้เป็นแม่ ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวสีหน้าเต็มไปด้วยความเครียด มินตราปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เอ่ยถามบุพการีทั้งสอง

"มีอะไรเหรอคะคุณพ่อคุณแม่"

ไมตรีและติรกามองหน้ากัน จากนั้นไมตรีส่งโทรศัพท์มือถือในมือให้ภรรยาเพื่อส่งให้หญิงสาวซึ่งนั่งใกล้มากกว่าเขา เมื่อโทรศัพท์มือถือถูกส่งถึงมือมินตราพร้อมคำเอ่ยของผู้เป็นบิดา

"ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในมือถือสิ แล้วอธิบายให้พ่อกับแม่ฟังทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

มินตราเปิดดูคลิปในโทรศัพท์มือถือ เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใบหน้าเธอซีดเผือด ตัวเริ่มสั่นเทา น้ำตาไหลคลอหน่วยตา

สิ่งที่ปรากฏในคลิปคือภาพมินตราที่มีเพียงเสื้อคลุมกำลังผลักไสเหล็กเพชรซึ่งมีเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวปกคลุมเบื้องล่างออกจากห้องจนมาถึงบริเวณหน้าห้องพักของเธอ นอกจากนี้ภายในคลิปยังปรากฏทั้งวรวุธ ชลธี วราลี และรตีภายในนั้นด้วย พียงแค่นั้นมินตราก็รู้ว่าเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องถูกบิดามารดาเรียกพบทันทีที่กลับมาถึงคือเรื่องใด

มินตราหันมองวรวุธแล้วหันกลับมามองบิดามารดา เอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ใครส่งคลิปนี้มาให้คุณพ่อคุณแม่กันคะ"

พูดจบ มินตรามืออ่อนแรงจนติรกาต้องรีบเข้าจับมือบุตรสาวข้างที่ถือมือถือ หยิบอุปกรณ์สื่อสารนั้นออกจากมือแล้วสอดมือเข้าจับมือบุตรสาวที่เริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ไมตรีมองบุตรสาวเต็มไปด้วยความสงสารแต่จำใจต้องเอ่ยถามเพื่อสืบหาความจริง

"พ่อก็ไม่รู้ว่าใคร แต่สิ่งที่เห็นในคลิปมันปรากฏทั้งลูกและเหล็กเพชรชัดเจนมาก และนี่มันเป็นสิ่งที่ลูกต้องให้คำตอบพ่อกับแม่ให้ได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น"

มินตรานั่งมองพ่อกับแม่ น้ำตาตาไหล ก้มหน้าลงไม่ยอมตอบคำถามบิดาจนผู้เป็นแม่ต้องเอ่ยเตือน

"มิ้นต์เกิดอะไรขึ้นก็บอกพ่อกับแม่เถอะนะ มีอะไรเราจะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เก็บไว้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกลูก"

มินตราส่ายศีรษะทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่ พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่คลอหน่วยตาไม่ให้ไหลรินออกมาให้บุพการีเห็น

"ไม่มีอะไรค่ะ มันไม่มีอะไรจริงๆ"

คำตอบบุตรสาวทำให้ไมตรีลุกขึ้นยืนจากโซฟา ติรการู้ว่าผู้เป็นสามีเริ่มมีอารมณ์โกรธกรุ่น

"มันจะไม่มีอะไรได้ไงกัน ภาพที่มันเห็นมันก็ชวนคิดไปแล้วว่าลูกกับเหล็กเพชรมันเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องพูดความจริงกับพ่อตอนนี้" จากนั้นเบนหน้าหันไปมองบุตรชายวารี "หรือถ้ามิ้นต์ไม่ยอมพูด วุธก็ต้องเป็นคนพูดแทน ห้ามปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอันขาด"

มินตรายังคงส่ายหน้าไม่ยอมพูดสิ่งใดออกมาตามที่บิดาบังคับ ฝ่ายวรวุธเองก็ก้มหน้านิ่งด้วยสัญญากับหญิงสาวไว้ว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น ยิ่งทำให้ไมตรีทวีความโกรธยิ่งขึ้น เตรียมขยับเดินเข้าไปหาบุตรสาวแต่เสียงที่ดังขึ้นจากหน้าห้องทำให้เขาต้องหยุดอยู่ที่เดิม

"อย่าคาดคั้นคุณมิ้นต์กับคุณวุธเลยครับ ผมจะเป็นคนอธิบายทุกอย่างแก่คุณอาทั้งสองเอง"

เสียงนั้นดึงให้ทุกคนภายในห้องหันมองตามต้นเสียง มินตราเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้น เตรียมขยับปากพูดแต่ผู้เป็นบิดาเอ่ยปากเสียก่อน

"เหล็กเพชร พรต... เอาสิ จะได้จบทุกเรื่องกันเสียวันนี้"

---------------------------------------------------

พรตและเหล็กเพชรทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามมินตรา หญิงสาวสบตาเหล็กเพชร สีหน้าบังคับไม่ให้เขาพูดเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่ไม่ตรีและติรกาได้รับรู้ เหล็กเพชรสบตาหญิงสาวแล้วหันไหทางไมตรี

"ทุกอย่างเป็นอย่างที่คุณอาเข้าใจครับ ผมเป็นคนผิดเองที่เข้าไปในห้องคุณมิ้นต์และทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างด้วยความเต็มใจครับ"

คำสารภาพจากชายหนุ่มทำให้ไมตรีและติรกานิ่งงัน พรตมองหน้าบุคคลทั้งสอง แล้วเอ่ยแก่เพื่อนรักและภรรยา

"เจ้าเพชรมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังทั้งหมด ฉันก็เห็นจริงว่ามันเป็นคนผิดจึงพาเจ้าเพชรมาขอโทษนาย คุณติ และหนูมิ้นต์ และฉันยินดีที่จะให้เจ้าเพชรมาสู่ขอหนูมิ้นต์เพื่อรับผิดชอบทันที"

มินตราได้ยินสิ่งที่พรตเอ่ยรีบสั่นหน้าแทนคำตอบ

"ไม่ค่ะ มิ้นต์จะไม่แต่งงานกับเขา มิ้นต์ไม่เคยต้องการความรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ขอแค่เพียงให้เรื่องนี้มันจบไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้ก็พอ"

บิดาเหล็กเพชรหันหน้ามามองหญิงสาว เอ่ยเสียงเครียด

"ไม่นะหนูมิ้นต์ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ลูกชายอาทำผิดที่ทำให้หนูเสียใจ เขาควรรับผิดชอบสิ่งที่ได้กระทำลงไป เขาจะต้องดูแลหนูเป็นอย่างดีที่สุด ให้สมกับสิ่งที่เขาทำกับหนู... อาจจะมองว่าเป็นการจับคลุมถุงชนอีกครั้งก็คงไม่ผิด แต่ครั้งนี้อาขอร้อง เพราะมันจะช่วยปกปิดทุกอย่าง ตอนนี้คลิปอาจจะยังไม่ได้ส่งต่อแพร่หลาย แต่ไม่แน่ว่าต่อไปถ้ามันหลุดออกไปหนูเองที่จะเป็นฝ่ายเสียหายได้ กันไว้ดีกว่าแก้เถอะหนูมิ้นต์"

"แต่มิ้นต์ไม่อยากแต่งงานกับเขา เราไม่เคยรักกัน และมิ้นต์ไม่สนใจว่าถ้าคลิปมันหลุดออกไปจะเป็นอย่างไร"

เหล็กเพชรหันไปมองมินตรา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อให้อีกฝ่ายทุเลาความโกรธลง

"คุณมิ้นต์ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้รักผม แต่ผมอยากช่วยปกป้องศักดิ์ศรีคุณ ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณเถอะนะครับ"

หญิงสาวหันมองหน้าเหล็กเพชร แววตากร้าว

"ไม่จำเป็น ฉันไม่เคยต้องการให้คุณมาปกป้องฉัน"

"พอเถอะ หยุดเสียที"

เสียงไมตรีดังขัดขึ้นจนทุกคนหันไปมองเขา และทุกคนในห้องต้องเบิกตาโพลงขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ฟังสิ่งที่ไมตรีตัดสินใจ

"ฉันเห็นด้วยว่าเพชรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ขอให้เป็นแค่การหมั้นกันก่อนเพียงเท่านั้น ส่วนการแต่งงานให้เกิดขึ้นภายหลัง ฉันไม่อยากให้เกิดคำครหาว่าเป็นงานวิวาห์สายฟ้าแลบ มันจะยิ่งเป็นที่ซุบซิบนินทา"

ประกาศิตจากผู้เป็นพ่อทำให้มินตราทนนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกต่อไป เธอลุกขึ้นจากโซฟาเดินขึ้นไปยังชั้นบนทันที เหล็กเพชรและวรวุธเตรียมตามหญิงสาวไปแต่เสียงประมุขของบ้านขัดขึ้นเสียก่อน

"ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันกับคุณติจะขึ้นไปดูมิ้นต์เอง... พรต นายพาเพชรกลับไปก่อนเถอะแล้วเราค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกที" จากนั้นหันหน้าไปทางสองแม่ลูกซึ่งยืนอยู่อีกด้าน "วารี วุธ ฝากส่งแขกแทนฉันกับคุณติด้วย"

---------------------------------------------------

มินตราวิ่งขึ้นมายังห้องนอนของตน เปิดประตูแล้วรีบถลาเข้าไปในห้องพร้อมกดล็อกทันที หญิงสาวยืนหลังพิงประตู ค่อยๆ ไถลกายลงไปจนนั่งชันเข่าลงที่พื้น ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ให้ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง เธอนั่งตรงนั้นจนกระทั่งเสียเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกจากบุคคลหลังประตู

"มิ้นต์ เปิดประตูให้แม่เข้าไปได้ไหมลูก"

หญิงสาวหันมองประตู เอ่ยตอบเสียงเรียก

"มิ้นต์ขออยู่คนเดียวเถอะค่ะ"

ไม่นานนัก เสียงผู้เป็นบิดาดังขึ้นด้านหลังประตู

"มิ้นต์ ฟังพ่ออธิบายก่อนได้ไหมว่าทำไมพ่อถึงตัดสินใจแบบนั้น"

เพียงเท่านั้น มินตรายิ่งตัวสั่นเทา หันไปตอบบิดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"มีอะไรที่คุณพ่อต้องอธิบายอีกเหรอคะนอกจากต้องการจับมิ้นต์คลุมถุงชนอีกครั้ง ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นทำร้ายมิ้นต์ถึงขนาดนี้ แต่คุณพ่อก็ยังอยากยกมิ้นต์ให้กับเขา คุณพ่อยังเห็นมิ้นต์เป็นคน เป็นลูกของคุณพ่ออยู่ไหม หรือเห็นมิ้นต์เป็นสิ่งของที่อยากจะยกให้ใครก็ได้ เคยสนใจความรู้สึกของมิ้นต์บ้างไหม"

"พ่อรู้ว่าสิ่งที่พ่อตัดสินใจจะทำให้มิ้นต์เสียใจ แต่พ่อก็ยอมไม่ได้ที่มิ้นต์จะต้องถูกนินทาเสียหายถ้าคลิปนี้หลุดออกไป พ่อถึงได้พยายามเลี่ยงขอจากการแต่งงานเป็นงานหมั้น อย่างน้อยเพื่อรักษาชื่อเสียงของมิ้นต์เอาไว้... อดทนหมั้นไปสักพักเถอะนะลูก อย่างน้อยก็รอจนข่าวซา หรือสักปี แล้วจากนั้นถ้าลูกอยากจะถอนหมั้นก็แล้วแต่ลูกเถอะนะ"

ทุกสิ่งภายในห้องยังคงเงียบงัน จนติรกาตัดสินใจเอ่ยผ่านประตูบานนั้น

"มิ้นต์ หมั้นไปก่อนเถอะนะลูก แม่เชื่อว่าเหล็กเพชรเป็นคนน่าไว้วางใจพอจะดูแลลูกได้ แค่การที่เขาเดินเข้ามายอมรับสิ่งที่ทำวันนี้ด้วยตัวเองแม่ก็เชื่อว่าเขาเป็นคนมีความรับผิดชอบมากพอทีเดียว"

เสียงภายในห้องยังคงเงียบงันจนกระทั่งไมตรีและติรกาเริ่มใจเสีย เตรียมเคาะประตูเรียกบุตรสาวด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย แต่ไม่ทันได้ทำตามที่ใจคิด ประตูบานนั้นเปิดอ้าพร้อมร่างหญิงสาวอาบน้ำตายืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์ เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ

"มิ้นต์เข้าใจแล้วค่ะ"

เพียงเท่านั้นหญิงสาวเดินผ่านหน้าบุพการีทั้งสองไป ก้าวลงบันไดมุ่งไปยังชั้นล่าง ไมตรีและติรการีบก้าวตามบุตรสาว มินตรายังคงเดินลงไปโดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่รอบข้าง เธอมองเห็นรถของเหล็กเพชรซึ่งมีพรตนั่งเคียงข้างกำลังจะแล่นออกนอกตัวบ้าน หญิงสาวเดินออกไปยืนขวางหน้ารถจนทำให้เหล็กเพชรที่กำลังแล่นรถออกมาต้องหยุดกะทันหัน

เมื่อรถยนต์จอดสนิท เหล็กเพชรเปิดประตูรถเข้ามายืนประชิดตัวหญิงสาว จับแขนเธอไว้เพื่อเรียกสติ

"คุณทำอะไรของคุณ มายืนขวางหน้ารถผมทำไม รู้ไหมถ้าผมหยุดรถไม่ทันผมอาจชนคุณได้เลยนะ"

มินตราเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย แววตาหญิงสาวแข็งกระด้าง เพ่งมองที่เหล็กเพชรนิ่ง จนกระทั่งไมตรี ติรกา วรวุธและวารีเดินมาสมทบ มินตราจึงเอ่ยเสียงกระด้าง

"นี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากให้มิ้นต์ทำเพื่อให้เรื่องเงียบใช่ไหมคะ... ได้ค่ะ มิ้นต์ยอมเป็นตุ๊กตาให้ทุกคนจับโยนเล่นไปมาให้ตามใจ ในเมื่อมิ้นต์ไม่มีอิสระในการตัดสินใจด้วยตัวเอง มิ้นต์ก็จะไม่เลือก ไม่คิด จะทำตามที่ทุกคนอยากให้ทำ"

หญิงสาวมองมือเหล็กเพชรและเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา ยกมือข้างซ้ายขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มซึ่งยืนนิ่งงัน

"ถอดแหวนที่นิ้วคุณออกมา แล้วใส่ที่นิ้วนางของฉัน เหมือนกับที่ทุกคนอยากให้คุณสวมปลอกคอให้ฉันตามที่คุณต้องการ" แล้วหญิงสาวหันไปมองวรวุธพร้อมเอ่ยปาก "พี่วุธคะ ช่วยถ่ายรูปแล้วส่งข่าวให้ทุกสื่อที จะได้ป้องกันไม่ให้มีข่าวเสียหายแบบที่ทุกคนอยากให้เป็น"

---------------------------------------------------

ชายหนุ่มนั่งดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์ในผับอยู่เพียงลำพัง เขาส่งน้ำสีอำพันเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวางแก้วลงพร้อมมองมือข้างขวาซิ่งปกติใส่แหวนเงินที่นิ้วนาง แต่บัดนี้ไม่มีแหวนวงนั้นอยู่อีกแล้วด้วยถูกใช้ในการหมั้นอย่างเร่งด่วนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

เขาควรจะดีใจที่ได้หมั้นหมายกับมินตราตามที่หวังไว้ แต่ทำไมกลับรู้สึกแห้งแล้งเสียเต็มที... คงเป็นเพราะการหมั้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของมินตราตามวาดหวัง แต่เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานและความเห็นชอบของผู้ใหญ่บีบบังคับให้มินตราต้องจำนนหมั้นกับเขาโดยไม่เต็มใจ ซ้ำร้ายเขายังได้คู่หมั้นที่เหมือนคนไร้วิญญาณ โอกาสที่เขาได้รับจากมินตราช่างเหมือนคมหอกดาบที่คอยทิ่มแทงมโนสำนึกในใจเหลือเกิน

แต่ถึงอย่างไร เหล็กเพชรก็ยังมุ่งหมายในใจว่าสักวันเขาจะต้องทำทุกอย่างให้มินตรารู้ว่าเขาพร้อมที่จะดูแลหล่อนด้วยใจรัก อาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นเร็วเกินกว่าจะใช้คำว่ารักได้หรือไม่ แต่เขาแน่ใจว่าจะไม่ยอมให้มินตราถอนหมั้นเขาเด็ดขาด

"คุณมีความสุขมากสินะที่บังคับให้คุณมิ้นต์หมั้นกับคุณได้"

เสียงเอ่ยดังขึ้นทำให้เหล็กเพชรชะงัก หันมองตามต้นเสียง เมื่อเห็นเป็นใครเหล็กเพชรสีหน้าปรากฏรอยความสงสัย

"คุณวุธ มาดื่มที่นี่เหมือนกันเหรอ"

ชายหนุ่มที่มายืนข้างเหล็กเพชรสีหน้าแดงก่ำ บ่งบอกว่าเขาคงดื่มเขาไปไม่น้อย วรวุธไม่ตอบคำถามนั้นแต่กลับเอ่ยตามอารมณ์กรุ่นโกรธที่อยู่ในใจ

"คุณเก่งนะที่แย่งเอาคุณมิ้นต์กลับไปได้ คุณมันเป็นคนเห็นแก่ตัวจริงๆ อยากจะทิ้งคุณมิ้นต์คุณก็ทิ้ง พอนึกอยากจะรักคุณก็กลับมา... คุณจะกลับมาทำไมในเมื่อคุณไม่เคยจริงใจกับคุณมิ้นต์ ทำไมไม่ปล่อยเธอให้ไปพบคนอื่นที่ดีกว่าคุณ"

เหล็กเพชรมองหน้าอีกฝ่าย ความขุ่นเคืองเกิดขึ้นในใจจนต้องตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม

"คนที่ดีกว่าผมที่คุณว่าคงหมายถึงคุณสินะ มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น แต่ในเมื่อผมรักใครแล้วผมจะไม่มีวันนปล่อยไปให้คนอื่นเด็ดขาด จริงอยู่ผมเคยทำผิดกับคุณมิ้นต์ แต่ครั้งนี้ผมพร้อมแก้ตัวทุกอย่าง ตอนนี้ผมรักคุณมิ้นต์จริงๆ และผมจะรอจนกระทั่งคุณมิ้นต์จะรักผมด้วยความเต็มใจเช่นกัน"

"คุณจะไม่มีทางได้แต่งงานกับคุณมิ้นต์ง่ายๆ ตอนนี้คุณหมั้นได้ ต่อไปก็ถอนหมั้นได้ ผมจะทำทุกอย่างไม่ให้คุณได้คุณมิ้นต์ไปแน่"

เหล็กเพชรขยับลุกขึ้น สบตาฝ่ายตรงข้ามไร้ความกลัวเกรง

"ก็ลองดูสิ แต่ผมรับรองว่าคุณไม่มีทางได้คุณมิ้นต์ไปแน่นอน"

---------------------------------------------------

ชายหนุ่มก้าวเดินออกจากร้าน ร่างกายโซเซด้วยฤทธิ์น้ำเมาที่ถูกส่งผ่านเข้าในร่างกายไม่น้อย เขาเดินมาจนถึงรถยนต์ พยายามเปิดประตูรถจนสามารถเข้าไปนั่งได้สำเร็จ เขากดปุ่มภายในรถยนต์จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์ทำงานจึงรีบพารถยนต์พุ่งออกไปจากบริเวณลานจอด

เขาพยายามขับรถด้วยความระมัดระวังจนกระทั่งออกมาพ้นจากผับเล็กน้อย เขามองเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งพุ่งมาตัดหน้ารถอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มพยายามเหยียบเบรกแต่เมื่อแตะฝ่าเท้าลงไปแล้วพบว่าไม่สามารถบังคับให้รถยนต์หยุดได้

รถยนต์พุ่งเกือบถึงรถที่ตัดหน้า เขาตัดสินใจหักหลบทันที รถของเขาพุ่งชนวัตถุบางอย่างก่อนรถยนต์จะพุ่งชนกำแพงตึกร้างเสียงดังสนั่นเนื่องจากแรงกระแทกของรถยนต์กับกำแพง กระทั่งรถยนต์นิ่งอยู่เช่นนั้นพร้อมร่างผู้ขับค่อยๆ ฟุบลงกับประตูรถยนต์ ก่อนสิ้นสติสายตาเขามองเห็นร่างอีกคนนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล ต่อจากนั้นไม่นานนักมีเสียงตะโกนจากด้านหลัง

"มีรถชน ช่วยโทรเรียกกู้ภัยที"

devc-88b8c9ff-33080เสน่ห์รักเกมแค้น: เสน่ห์รักเกมแค้น ตอนที่ 9 ตอนที่ 9