เงารักในรอยใจ: 006 ตอนที่ 6
บทที่ 6
จี้อี้ที่จมอยู่กับความคิดของตนเองจนถึงเมื่อครู่ ไม่มั่นใจว่าประโยคนี้เป็นประโยคแรกที่เฮ่อจี้เฉินพูดในคืนนี้หรือเป็นเธอเองเพิ่งที่ได้ยินเขาพูดเป็นประโยคแรกกันแน่
สี่ปีก่อน จี้อี้ก็รู้ว่าเฮ่อจี้เฉินเป็นคนที่มีเสียงไพเราะน่าฟัง ไม่ด้อยไปกว่าใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเลย แต่เธอไม่เคยรู้สึกว่าเสียงของเขาเพราะเท่าวันนี้มาก่อน แต่เธอรู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาต่างหาก
เปลี่ยนที่..ในที่สุดอาหารค่ำในคืนนี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว..ในที่สุดเธอก็สามารถหาข้ออ้างออกไปจากที่นี่ได้แล้ว..
อารมณ์อันตึงเครียดของจี้อี้ ค่อยๆผ่อนคลายลง ทำให้เธอที่เอาแต่จมจ่อมอยู่กับโลกตัวเองจนถึงเมื่อครู่ เริ่มที่จะฟังเสียงพูดคุยที่อยู่ภายในห้อง
เมื่อได้ยินคำพูดของ เฮ่อจี้เฉิน ใบหน้าน่ารักของหลินหย่าพยักหน้าพร้อมตอบว่า “ดีสิ”
เฮ่อจี้เฉินไม่พูดอะไรอีกแต่กวักมือเรียกให้บริกรมาคิดค่าอาหาร ขณะที่รอใบเสร็จ เขาก็ถามอีกครั้งว่า "ไปที่จินปี้หุย ฮวางมั้ย?"
" จินปี้หุยฮวาง" เป็นชื่อสถานที่มีระดับและมีชื่อเสียงในเมืองปักกิ่ง เปรียบเทียบแล้วหรูกว่าร้าน "อวี้หวาถาย" ในคืนนี้ ซะอีก ดวงตาของคนบนโต๊ะล้วนเป็นประกายอย่างตื่นเต้น
” หลินหย่ากลับเป็นคนที่สามารถซ่อนอารมณ์ของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม หล่อนยังคงตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า "ได้"
เฮ่อจี้เฉินเงียบไปอีกครั้ง
บริกรรีบนำใบเสร็จมาให้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ดูราคาในใบเสร็จด้วยซ้ำ เซ็นชื่อของตัวเองลงไปทันที
หลินหย่าเองคงอยากจะพูดคุยกับเฮ่อจี้เฉินให้มากกว่านี้ หลังจากคิดหาเรื่องที่จะพูดอยู่ชั่วครู่ หล่อนก็เอ่ยว่า " พี่เฮ่อคะ พี่รู้รึเปล่า จี้อี้ของพวกเราร้องเพลงได้เพราะมากเลยนะ"
จี้อี้ที่ถูกหลินหย่าเอ่ยถึงกะทันหัน ปลายนิ้วสั่นเบาๆ แผ่นหลังเริ่มแข็งเกร็งอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาของจี้อี้หันไปชำเลืองมองบริเวณที่เฮ่อจี้เฉินนั่งอยู่โดยไม่รู้ตัว
เฮ่อจี้เฉินยื่นใบเสร็จที่เซ็นชื่อแล้วให้บริกร พิงเก้าอี้ด้วท่าทางเฉยเมย อารมณ์ที่แสดงออกบนใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ราวกับว่าชื่อของ "จี้อี้" ที่ออกมาจากปากของหลินหย่า เป็นเพียงคำอักษรสองคำธรรมดาๆที่นำมาผสมกันเป็นชื่อเท่านั้น
ก็จริง เรื่องราวเมื่อสี่ปีก่อน สำหรับเธอแล้วเป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือนไปตลอดชีวิต แต่สำหรับเขาก็เป็นเพียงแค่เรื่องยุ่งยากเพราะความเมาเป็นเหตุ ทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น ผ่านไปตั้งสี่ปีแล้ว บางทีเขาอาจจะลืมเรื่องราวในอดีตไปจนหมดแล้ว ลืมแล้วว่าเคยมีเด็กผู้หญิงที่ชื่อจี้อี้ คนที่เคยมอบครั้งแรกให้แก่เขา ลืมไปแล้วว่าคำพูดของเขานั้นโหดร้ายและทำร้ายจิตใจเด็กผู้หญิงคนนั้นมากมายขนาดไหน
”หลินหย่าเห็นเฮ่อจี้เฉินไม่สนใจเรื่องที่เธอพูด จึงหันไปมองจี้อี้ พูดเสริมประโยคเมื่อครู่ว่า " จี้อี้ ไม่กี่วันก่อน เธอเพิ่งหัดเพลงใหม่มาไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวพอถึงจินปี้หุยฮวาง เธอต้องร้องให้ทุกคนฟังนะ"
สิ่งที่หลินหย่าขอไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ถ้าเป็นแต่ก่อนจี้อี้คงไม่ปฏิเสธแต่ว่าคืนนี้มีเฮ่อจี้เฉินเพิ่มขึ้นมา…. จี้อี้หันไปมองหลินหย่า เพราะว่าเฮ่อจี้เฉินเองก็อยู่ด้วยเสียงที่เธอพูดจึงค่อนข้างเบา " ฉันไม่สบาย คงไม่ไปแล้วล่ะ"
" จี้อี้ เธอไม่สบายตรงไหน? อีกอย่าง นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอกลับคนเดียวไม่ปลอดภัยหรอก ยังไงก็ไปเที่ยวกับพวกเรา…” คำพูดรั้งอีกฝ่ายของหลินหย่ายังไม่ทันจบ เฮ่อจี้เฉินที่นั่งอยู่ข้างๆลุกขึ้นยืน จงใจมองข้ามบทสนทนาของจี้อี้และหลินหย่า เขาพูดว่า "ไปกันเถอะ" แล้วก็ก้าวเท้านำหน้า เดินออกจากห้องไปทันที
หลินยามองด้านหลังของเฮ่อจี้เฉินที่เดินหายออกไปจากห้อง แล้วมองจี้อี้อีกครั้ง ไม่ได้พูดต่ออีก เธอหิ้วกระเป๋า แล้วรีบเดินตามออกไป
ทุกคนในห้องต่างก็อยากไปชมความงามของ "จินปี้หุยฮวาง"กันทั้งนั้น ทุกคนพูดรั้งจี้อี้ตามมารยาทอยู่สองสามคำ เห็นว่าเธอไม่อยากไปจริงๆ จึงค่อยๆเดินตามกันออกไป