เงารักในรอยใจ: 008 ตอนที่ 8
บทที่ 8
ข้างหน้าประตูหอพัก มีทางเดินแค่ทางนี้ทางเดียว
แม้ตอนมื้อค่ำ การแสดงออกของเฮ่อจี้เฉินจะเหมือนจำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร แต่จี้อี้ก็ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับเฮ่อจี้เฉินอยู่ดียิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอยังถูกฝนสาดจนเปียกโชกไปทั้งตัวอยู่ในสภาพไม่น่าดูเท่าไหร่ ดังนั้นตอนที่เฮ่อจี้เฉินหันกลับมากะทันหัน จี้อี้จึงเอาใบหน้าแนบเข้ากับเสาไฟโดยไม่รู้ตัว
ในตอนแรกที่เฮ่อจี้เฉินยังอยู่ไกลๆ จี้อี้ยังกล้าพอที่จะแอบมองว่าเขาจะเดินไปที่ไหน แต่เมื่อเฮ่อจี้เฉินยิ่งเดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ จี้อี้กลัวว่าเฮ่อจี้เฉินจะพบเธอเข้า หญิงสาวจึงกลั้นลมหายใจไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ฝนยังตกอยู่ เสียงของสายฝนยังโหมกระหน่ำ จี้อี้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเฮ่อจี้เฉิน เหลือเพียงเสียงเงียบสงบจากก้นบึ้งของหัวใจเท่านั้น ผ่านไปราวสี่สิบห้านาที เมื่อจี้อี้แน่ใจว่าเฮ่อจี้เฉินเดินออกไปไกลแล้วเธอก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วรีบวิ่งออกจาหลังเสาไฟฟ้าไปที่ประตูหอพักทันที
แต่วิ่งไปยังไม่ถึงสองก้าว จี้อี้ก็ชะงักหยุดยืนอยู่ที่เดิม
เธอจ้องมองเฮ่อจี้เฉินที่อยู่ห่างไปไม่ถึงสองเมตรตรงหน้าด้วยความงุนงง
เขาไม่ได้เดินไปแล้วเหรอ? ผ่านไปตั้งหลายนาทีแล้ว ทำไมเขาถึงยังอยู่ที่นี่?
จี้อี้เบิกตากว้างเหมือนมองเห็นผี
เฮ่อจี้เฉินเหมือนรู้สึกได้ว่ามีคนมองเขาอยู่ เขาค่อยๆหันหน้ามองตรงมาที่บริเวณจี้อี้ยืนอยู่
ชั่วขณะนั้นคนทั้งสองสบตากันโดยบังเอิญ จี้อี้หลบสายตาของเฮ่อจี้เฉิน หางตาเธอเหลือบไปเห็นว่าในมือของเฮ่อจี้เฉินถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอของโทรศัพท์ส่องสว่าง เขากำลังคุยโทรศัพท์นั่นเอง
ดังนั้นที่เขายังอยู่ที่นี่ เพราะมีสายโทรเข้า?
ขณะที่สมองของจี้อี้กำลังคาดเดาไปต่างต่างนานานั้น เสียงเย็นชาและเรียบนิ่งของเฮ่อจี้เฉินก็พูดกับคนปลายสายว่า "ถ้ามีเรื่องอะไรเดี๋ยวรอฉันกลับไปก่อนแล้วค่อยโทรคุยกันอีกที"
หลังจากพูดจบเฮ่อจี้เฉินก็กดตัดสายในทันที หางตาของจี้อี้เหลือบเห็นว่าเฮ่อจี้เฉินกำลังก้าวเข้ามา
เธอไม่อยากให้เฮ่อจี้เฉินต้องมาเห็นตนเองในสาพอเนจอนาถแบบนี้เลย แต่เมื่อเขาบังเอิญเห็นเธอแล้ว เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้
ไม่ว่าเขาจะลืมเธอจริงๆ หรือว่าแค่ไม่อยากจะสนใจเธอ แต่ในเมื่อเขาไม่ได้อยากจะทักทายเธอ เธอก็ไม่ได้หน้าหนาพอจะเข้าไปคุยกับเขา
จี้อี้ยืนอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงไปที่หอพัก
เขาและเธอก็เหมือนกับคนแปลกหน้าสองคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ต่างคนเดินไปตามทางของตนเอง
ฝนยังตกอยู่ หยดน้ำเริ่มไหลลงมาจากเสื้อผ้าของจี้อี้ เส้นผมของเธอพันกันจนกลายเป็นก้อนเหนียวๆแนบติดไปกับลำคอ
เฮ่อจี้เฉินที่กำลังถือร่มก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคงและสง่างาม นอกจากขากางเกงที่เปียกเล็กน้อยแล้วบริเวณอื่นล้วนแห้งและสะอาดหมดจด
ความแตกต่างที่ชัดเจนขนาดนี้ ทำให้จี้อี้ก้มศีรษะต่ำลง แล้วเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างเร่งรีบ
แม้จี้อี้จะพยายามรักษาท่าทางสงบนิ่งของตนเอง แต่เมื่อเธอและเฮ่อจี้เฉินเผชิญหน้ากัน จังหวะการก้าวเดินของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นยุ่งเหยิงบวกกับที่เธอต้องการไปให้ไกลจากเฮ่อจี้เฉินเร็วๆ ในขณะที่เดินผ่านกันเพราะความรีบร้อนทำให้ไม่ได้ดูพื้นถนนให้ดี ไม่ระวังไปเหยียบโดนแอ่งน้ำเข้าจนลื่นล้มลงไปกับพื้น
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านในทันที แต่ปฏิกิริยาแรกของจี้อี้ก็คือหันกลับไปมองข้างหลังอย่างรวดเร็ว
เป็นอย่างที่เธอคิด เฮ่อจี้เฉินที่กำลังเดินจากไป เมื่อได้ยินเสียงโครมคราม เขาก็หยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับมามอง