ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 21 ตอนที่ 21

#21บทที่ 21

ตอนที่ 21 ของลอกเลียนแบบ

ครั้นเห็นหลินหว่านหรงหาเงินได้ยี่สิบตำลึงภายในชั่วพริบตา ต่งเหรินเต๋อก็ตื่นเต้นยินดีด้วยเช่นเดียวกัน สิบตำลึงก็สิบตำลึง อย่างไรเสียตอนนี้ก็เป็นตลาดของผู้ขาย ทั้งยั้งเป็นการซื้อขายครั้งเดียว จะกลัวอะไรกันเล่า

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวที่แต่งกายเป็นชายซึ่งร่วมมือแสดงเป็นลูกคู่กับหลินหว่านหรงเมื่อสักครู่นี้กำลังยืนอยู่ข้างต่งเหรินเต๋อ หัวเราะพร้อมกับพูดกับหลินหว่านหรงว่า “พี่หลินเจ้าคะ ท่านพูดคำหยาบแล้วเจ้าค่ะ”

หลินหว่านหรงหัวเราะฮ่า ฮ่าพูดว่า “ใจคิดเช่นไรก็ทำเช่นนั้น ข้าเป็นคนจริงใจตรงไปตรงมา”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวแย้มยิ้มอย่างงดงาม ทอดสายตามองเขาไม่พูดไม่จา

หลินหว่านหรงกล่าวกับต่งเหรินเต๋อว่า “ท่านลุงต่ง ยังรออะไรอีกเล่า เงินขาววาววับกำลังรอพวกเราอยู่นะ”

ดวงตาต่งเหรินเต๋อฉายแววประกายแห่งสัตว์ป่า หลินหว่านหรงหัวเราะร่าให้เขา จากนั้นจึงมุ่งไปยังท่ามกลางเหล่าบัณฑิต

หลินหว่านหรงเชื่อมั่น ไม่นานนักพวกมันจะต้องเป็นผู้ได้รับการต้อนรับจากเหล่าบัณฑิตเป็นวงกว้าง

เมื่อประสบความสำเร็จในการทำการตลาดหลายครั้ง เหล่าต่งจึงทำเลียนแบบ การค้าก่อนหน้านี้ของพวกเขาอยู่ในสายตาของพวกบัณฑิตที่อยู่โดยรอบมาตั้งแต่แรก ด้วยเหตุนี้เมื่อทั้งสองเข้าไปหาจึงได้รับการรุมล้อมแย่งชิงจากฝูงบัณฑิต

“สหาย นี่คือภาพใบหน้าของคุณหนูใหญ่เซียว?”

“สหาย มีข่าววงในของคุณหนูใหญ่เซียวหรือไม่?”

“สหาย มีข่าววงในของคุณหนูรองเซียวหรือไม่?”

“สหาย มีข่าววงในของเซียวฮูหยินหรือไม่?”

หลินหว่านหรงพูดไม่ออก ที่แท้จิตใจของผู้ชายทุกคนก็เป็นเหมือนกันนี่นา ดูท่าว่าแม่ลูกตระกูลเซียวนี้จะกลายเป็นเนื้อชิ้นโตที่ใครก็อยากจะมากัดสักคำ

ถึงกระนั้นสำหรับเขา ถ้าไม่มีเจ้าพวกจิตใจหยาบช้ากลุ่มนี้ แล้วเขาจะไปหาเงินได้จากที่ไหนกันเล่า

คนรุมล้อมเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าต่งและหลินหว่านหรงถูกรายล้อมอยู่ตรงกลาง ความรู้สึกอันร้อนแรงของพวกบัณฑิตระเบิดปะทุออกมา หลินหว่านหรงร้องเสียงดังว่า “อย่าแย่งกัน อย่าแย่งกัน นี่เป็นต้นฉบับที่แพร่มาจากส่วนในของตระกูลเซียว จำนวนไม่มาก ล้ำค่ายิ่งนัก ราคาเดียว สิบตำลึงต่อเล่ม มือหนึ่งจ่ายเงิน มือหนึ่งส่งของ”

“ไม่ต้องทอน” บัณฑิตอวดรวยผู้หนึ่งโยนเงินหนักๆ มาให้เหล่าต่ง ชิงคู่มือจากมือเหล่าต่งไปเล่มหนึ่ง จากนั้นจึงสอดเข้าไปในอกด้วยความทะนุถนอมประดุจสมบัติอันล้ำค่า

คราวนี้เหล่าบัณฑิตจึงกรูปะทะเข้ามาราวกับสายน้ำไหลบ่า เบียดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง “ข้าจ่ายสิบเอ็ดตำลึง สหาย ส่งมาให้ข้าโดยเร็ว!”

“ข้าจ่ายสิบห้าตำลึง——”

“ยี่สิบตำลึง——”

เหล่าต่งและหลินหว่านหรงถูกเบียดอยู่ตรงกลาง สองคนเหงื่อโซมกาย เพียงชั่วพริบตาคู่มือจำนวนไม่กี่สิบเล่มที่สองคนถืออยู่ในอกเพื่อทดลองตลาดก็ถูกแย่งชิงไปจนเกลี้ยง

โชคดีที่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเห็นแนวโน้มตั้งแต่แรก ส่งให้ต่งชิงซานนำคู่มือที่เหลือทั้งหมดมาตั้งแต่เนิ่นๆ ถึงเพียงพอต่อความต้องการอันบ้าคลั่งของเหล่าบัณฑิตได้ ครั้นใกล้เที่ยง คู่มือห้าร้อยเล่มก็เหลือเพียงสิบกว่าเล่มเท่านั้น

บัณฑิตที่อยู่ตรงนั้นแม้จะมีจำนวนมากกว่าพันคนก็ตาม ทว่าผู้ที่มีกำลังทรัพย์อันแท้จริงซึ่งสามารถซื้อคู่มือล่อลวงสตรีราคาสิบตำลึงต่อเล่มได้นั้นกลับมีจำนวนจำกัด การที่ขายจนเกือบหมดห้าร้อยเล่มนั้นอยู่เหนือความคาดหมายหลินหว่านหรงอย่างยิ่งยวด

เหล่าบัณฑิตจับกลุ่มเล็กๆ สุมหัวกันชื่นชมสมุดภาพเล่มนี้ ปากส่งเสียงชื่นชมดังจึ๊จ๊ะไม่หยุด เห็นชัดว่ารูปโฉมโนมพรรณของคุณหนูใหญ่เซียวผู้นี้ดึงดูดใจพวกมันอย่างมากล้น หลินหว่านหรงลอบหัวร่อในใจ ไม่คาดคิดว่าภาพเหมือนของคุณหนูใหญ่เซียวผู้นี้จะมีราคาค่างวดมากขนาดนี้

สามคนพ่อลูกตระกูลต่งต้องแบ่งเป็นสองรอบถึงจะนำรายรับทั้งหมดกลับไปได้ ต่งเหรินเต๋อไม่เคยคิดว่าเจ้าคู่มือเล่มนี้จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าดังที่หลินหว่านหรงบอก ทอดสายตามองเงินขาววาววับ ใบหน้าระรื่นมาตั้งนานนมแล้ว

อาหารเที่ยงมีต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเป็นผู้ทำมาส่ง นางยังคงแต่งเป็นบุรุษ หาต้นไม้ใหญ่แล้วนั่งลง นำอาหารอันร้อนระอุภายในตะกร้าออกมาแล้วเอ่ยว่า “พี่หลิน กินข้าวเจ้าค่ะ”

ฝีมือของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหาได้คุยโว อาหารเล็กน้อยไม่กี่อย่างเหล่านี้ล้วนครบครันด้วยรูปรสและกลิ่น หลินหว่านหรงกลืนน้ำลายอย่างแรงไปหลายอึก “เฉี่ยวเฉี่ยว ด้วยฝีมือของเจ้า พวกที่อยู่ในครัวใหญ่เหล่านั้นเกรงว่าจะเทียบเจ้าไม่ติดเช่นเดียวกัน”

เขาคีบอาหารหลายอย่างแล้วเริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพูดกับเขาด้วยใบหน้าแดงว่า “พี่หลิน ข้าไหนเลยจะดีอย่างที่ท่านว่า ข้าว่าท่านถึงจะเป็นยอดคนเจ้าค่ะ ท่านรู้หรือไม่ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหนังสือคู่มือง่ายๆ เล่มนี้กลับขายดีจนหาเงินได้มากขนาดนี้ ห้าพันตำลึงถ้วนเลยนะเจ้าคะ ท่านพ่อกับน้องชายกำลังดูเงินอยู่ที่บ้าน ชอบเสียจนไม่ยอมหลับยอมนอนเลยเจ้าค่ะ”

หลินหว่านหรงส่ายหน้าด้วยความรู้สึกน่าขัน ตาเฒ่าต่งคนนี้ไม่เคยเห็นเงินจริงๆ สินะ

หลินหว่านหรงไม่ค่อยสนใจเงินทองมากนัก หนึ่งล้านก็เคยเห็นมาแล้ว หนึ่งเหรียญก็เคยเห็นมาแล้ว เพียงแต่พอเห็นท่าทางดีอกดีใจของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวในตอนนี้ก็รู้สึกปีติยินดีอยู่หลายส่วนเช่นเดียวกัน จึงหัวเราะฮ่าฮ่าแล้วสัพยอกว่า “พูดเช่นนี้ แม่นางเฉี่ยวเฉี่ยวสินเดิมของเจ้าคงมีมากมายมหาศาลเลยนะ วันใดหาคู่ครองที่ดีสมดั่งใจปรารถนาได้ก็จงอย่าลืมความดีของข้าก็แล้วกัน”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหน้าแดง มุดศีรษะลงแล้วพูดว่า “พี่หลิน ท่านก็อย่าได้หยอกข้าเลยเจ้าค่ะ”

หลินหว่านหรงคนนี้หน้าหนาเป็นที่สุด มองต่งเฉี่ยวเฉี่ยวแล้วหัวเราะร่าออกมาอีกครั้ง ต่งเฉี่ยวหน้าแดงจนถึงลำคอ หน้าก้มต่ำจนถึงหน้าอก เงยหน้าไม่ขึ้นอีกต่อไป

กำจัดข้าวปลาอาหารจนหมดเกลี้ยง หลินหว่านหรงดื่มน้ำอึกหนึ่ง จากนั้นจึงตบหน้าท้อง กล่าวด้วยความพึงพอใจว่า “เฉี่ยวเฉี่ยว ขอบใจเจ้ามาก ข้าแทบจะกลืนลิ้นลงไปแล้ว”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวยิ้มหยาดเยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “หนักหนาดั่งที่ท่านกล่าวเสียที่ไหนล่ะเจ้าคะ ใช่แล้วล่ะ พี่หลิน ท่านพ่อให้ข้ามาถามท่านว่าจะพิมพ์คู่มือเพิ่มอีกสักหลายๆ เล่มหรือไม่เจ้าคะ?”

หลินหว่านหรงส่ายหน้า พูดว่า “ไม่ต้องแล้ว ถึงแม้พวกเราจะพิมพ์เพิ่มก็ขายไม่ได้ราคาอะไรแล้ว”

“ทำไมล่ะเจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“หนึ่งคือเพราะตลาดใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อ้อ ก็คือคนที่ควรซื้อได้ซื้อไปแล้ว” ด้วยความเป็นห่วงว่าต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าจุดอิ่มตัว หลินหว่านหรงจึงรีบอธิบาย

“ถึงอย่างไรของราคาสิบตำลึงต่อเล่มก็หาใช่ว่าใครใครก็จะซื้อหามาได้ อีกอย่างพวกเราต้องคิดอ่านแทนคุณหนูใหญ่เซียวด้วยใช่หรือไม่? ให้บัณฑิตห้าร้อยคนชื่นชมความงามของนางก่อนก็เพียงพอแล้ว แต่ทว่าหากใช้รูปโฉมของต่งเฉี่ยวเฉี่ยว เกรงว่าต้องราคายี่สิบตำลึงต่อเล่มแล้ว ทั้งยังไม่มีการต่อรองราคาอีกด้วย” หลินหว่านหรงแสดงท่าทีคิดอ่านแทนคุณหนูใหญ่เซียวด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทว่าประโยคหลังกลับพูดจากระเซ้าเย้าแหย่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยว

ครั้นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวฟังคำพูดจาใหญ่โตไร้ยางอายของเขา ทั้งยังกระเซ้าตนเองอีก จึงอดโวยวายหน้าแดงก่ำ ส่งเสียฮึดฮัดออกมาไม่ได้ว่า “พี่หลิน ท่านนี่เลวร้ายจริงๆ เลยนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นหรือ? ฮ่า ฮ่า——” หลินหว่านหรงหัวเราะร่าอย่างสามหาว ชายไม่เลวร้ายหญิงไม่รัก นังหนูคนนี้อายุยังน้อยเกินไป จะไปเข้าใจหลักการนี้ได้อย่างไรกันเล่า

เมื่อเอ่ยถึงความหน้าหนาไร้ยางอาย ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวไหนเลยจะเป็นคู่ต่อกรกับคนกะล่อนอย่างหลินหว่านหรงได้ สาวน้อยจึงได้แต่ใช้สองมือปิดใบหน้า ไม่กล้าให้เขาเห็นใบหน้าอันแดงก่ำ

“อีกเหตุผลหนึ่ง ก็เพราะหนังสือของพวกเรานี้มีของลอกเลียนแบบแล้ว” หัวเราะไปสักครู่ หลินหว่านทำสีหน้าจริงจังอีกครั้ง ชี้ไปยังคนหลายคนซึ่งกำลังถือคู่มือเล่มหนึ่งอยู่ในมือ แนะนำสินค้าต่อพวกบัณฑิตด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ไกลๆ

“เร็วถึงเพียงนี้?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวด้วยความตกใจ

บังเอิญว่าด้านข้างมีบัณฑิตผู้หนึ่งซื้อของลักลอบขโมยพิมพ์มาเล่มหนึ่งพอดี ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเหลือบมองดูคร่าวๆ เป็นการนำคู่มือของหลินหว่านหรงไปพิมพ์ซ้ำอีกรอบ เนื่องจากเร่งผลิต หมึกยังไม่แห้งดี เนื้อกระดาษหยาบ ตัวอักษรและภาพต่างไม่คมชัด

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเบ้ปาก “เทียบกับของพวกเรายังห่างไกลมากนัก”

“ใช่ ห่างไกลมาก แต่สิ่งที่ผู้อื่นซื้อนั้นคือของราคาถูก เล่มละหนึ่งตำลึง ฮ่า ฮ่า สำหรับบัณฑิตตกยากพวกนั้นยังถือว่าน่าดึงดูดใจ ช่างเถิด พวกเราขายตลาดบน ส่วนตลาดล่างก็ทิ้งให้ผู้อื่นทำเถิด ต้องเหลือช่องทางให้ผู้อื่นทำมาหากินบ้าง”

หลินหว่านพรงพูดพลางหัวเราะร่า ถึงกระนั้นในใจกลับไม่รู้ว่ารสชาติเป็นเช่นไร แม่เอ๊ย ข้าปลูกต้นไม้ พวกมันใช้ร่มเงา การค้าขายของลอกเลียนแบบของพวกมันนี่ช่างไร้คุณธรรมน้ำมิตรเสียจริง

เดิมเขาเตรียมจะพิมพ์เพิ่ม แต่ชุดแรกขายออกไปยังไม่ถึงสามชั่วยามเขาก็เห็นของลักลอบขโมยพิมพ์แล้ว ไม่คิดว่าในยุคนี้ของลักลอบขโมยพิมพ์จะระบาดเหมือนกัน มือของเจ้าพวกช่างนี้เร็วเหลือเกิน

แม้หลินหว่านหรงจะไม่ให้ความสำคัญต่อเงินทองมากนัก แต่ไม่มีใครรังเกียจที่หาเงินได้มาก หากหาเงินได้มากอีกสักนิดก็ต้องพยายามหาเพิ่ม ใครจะไปเป็นศัตรูกับเงินกันเล่า

devc-a3b5dd88-33025ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 21 ตอนที่ 21