ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 19 ตอนที่ 19

#19บทที่ 19

ตอนที่ 19 ขึ้นราคา (2)

วันนี้หลินหว่านหรงก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดเช่นกัน ครั้นกลับถึงบ้านก็ขึ้นเตียงเลย ในยุคนี้ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม น้ำสีเขียวมรกต อากาศสะอาดสดชื่น ผักสดปราศจากสารพิษ ด้วยสภาพแวดล้อมที่หาได้ยากยิ่งนี้ พอนอนหลับย่อมรู้สึกสุขสบาย

ส่วนเรื่องความต้องการทางเพศนั้นไม่ใช่ไม่อยาก เพียงแต่ขณะนี้แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำกับใครเท่านั้นเอง

วันรุ่งขึ้นหลินหว่านหรงตื่นแต่เช้าตรู่ รีบเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่ตื่นเช้าที่สุดบนถนนใหญ่ กินแป้งทอดไปสองชิ้น ดื่มน้ำเต้าฮวยที่เพิ่งออกจากเตาไปหนึ่งชาม อาหารปลอดสารพิษนี้ช่างดีจริง ตอนนี้มีแต่ความกระปรี้กระเปร่าไปทั้งตัว กลับไปที่บ้านของเหล่าต่งด้วยท่าทางองอาจผึ่งผายเต็มเปี่ยมด้วยกำลังวังชา

ครั้นมาถึงบ้านเหล่าต่ง เหล่าต่งกำลังกินแป้งต้มอยู่ แผ่นแป้งที่เพิ่งต้มออกมาใหม่เพิ่งกัดไปได้ครึ่งคำ

“พี่หลิน ท่านคงยังไม่ได้กินข้าวเช้ากระมัง นี่คือแผ่นแป้งขาวที่ข้าเพิ่งต้ม ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวยกแป้งต้มมาให้หลินหว่านหรงหนึ่งชาม หยิบหมั่นโถขาวขนาดใหญ่ที่สุดสองลูกมาให้เขา

นับตั้งแต่ตอนกินอาหารเย็นเมื่อวานที่รู้ว่าหลินหว่านหรงอยู่ตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร อีกทั้งไม่ว่าจะมองอย่างไรหลินหว่านหรงก็ไม่เหมือนคุณชาย ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจึง “ลดสถานะ” ของหลินหว่านหรงจากคุณชายหลินเป็นพี่หลินแทน ทั้งยังเชื้อเชิญให้หลินหว่านหรงแก้ปัญหาเรื่องอาหารสามมื้อด้วยการมาที่บ้านนางอย่างมีไมตรีจิตยิ่ง

เฮ้อ นี่จะให้รู้สึกดีได้อย่างไร หลินหว่านหรงเป็นคนขี้อาย ห้าวันกินแค่สิบมื้อก็ได้

หมั่นโถวขาวทำให้หลินหว่านหรงอยากอาหารอย่างยิ่ง ถึงอย่างไรสันดานเดิมของเขาก็ไร้ยางอายอยู่แล้ว จะมีอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร จึงร้องเรียกเสียงดังว่า “พอดีเลย เฉี่ยวเฉี่ยว ข้ายังไม่ได้กิน——อิ่ม ขอบใจเจ้ามากเลยนะ”

เหล่าต่งสองตาแดงก่ำ เห็นชัดว่าเมื่อคืนอยู่จนโต้รุ่ง ส่วนเมื่อคืนหลินหว่านหรงกลับหลับอุตุ ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้หลินหว่านหรงรู้สึกไม่ดีอยู่บ้างจริงๆ ถึงกระนั้นการทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จก็ถือเป็นความรับผิดชอบของเขา

“ท่านลุงต่ง ทางนั้นพิมพ์เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?” หลินหว่านหรงเห็นเหล่าต่งตั้งอกตั้งใจกินแป้งต้มเท่านั้นจึงรีบเอ่ยถาม

เหล่าต่งเช็ดปาก ชี้ไปทางด้านหลังเขาแล้วพูดว่า “โน่น อยู่ด้านหลังท่าน ห้าร้อยเล่ม อยู่ตรงนั้นทั้งหมด”

หลินหว่านหรงกระโดดผึง กลืนแผ่นแป้งต้มครึ่งหนึ่งลงท้อง หันกลับไปดู ก็เป็นจริงดังคาด คู่มือห้าร้อยเล่มกองอย่างเรียบร้อย ทั้งยังมีกลิ่นน้ำมันแผ่ซ่านออกมาอีกด้วย

หลินหว่านหรงหยิบเล่มบนสุดขึ้นมาเล่มหนึ่ง เริ่มพลิกดูอย่างละเอียด ผลของการทำสำเนาถือว่าพอใช้ได้ ภาพความงามของคุณหนูใหญ่เซียวก็คมชัด แม่สาวน้อยคนนี้น่าจะยังไม่เคยได้ยินเรื่องสิทธิในภาพตัวบุคคล เงินก้อนนี้ให้พี่เถอะนะ อย่างไรเสียพี่ก็ใกล้จะไปรับใช้นางแล้ว ถือว่าเป็นการชดเชยจากนางก็แล้วกัน

มองดูคู่มือห้าร้อยเล่มนี้ หลินหว่านหรงลอบยินดีอยู่ในใจ การเป็นเถ้าแก่หนังสือซุบซิบความรู้สึกนี้ช่างไม่เลวจริงๆ เลยนะ

“คุณชายหลิน เจ้าคู่มือนี้พวกเราจะตั้งราคาเท่าไหร่ดี?”

นับตั้งแต่รู้สถานะของหลินหว่านหรงบัณฑิตที่มีความรู้มากมายผู้นี้ ความเคารพนับถือที่เหล่าต่งมีต่อหลินหว่านกลับปราศจากความเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ตอนที่เรียกเขาว่าคุณชายหลินอีกครั้ง แม้แต่ตัวของหลินหว่านหรงก็ยังไม่คิดแบบนั้นเลย

“ห้าตำลึงต่อเล่ม” หลินหว่านหรงลูบคลำคู่มือไม่ยอมวางมือ กล่าวโดยไม่ได้หันหน้ากลับไป

“โครม” หมั่นโถวครึ่งลูกที่ลุงต่งอมอยู่ในปากก็ร่วงหล่นลงมา

หลินหว่านหรงเห็นสายตาถึงตายก็ไม่ยอมเชื่อของสองพ่อลูกก็รู้สึกน่าหัวร่ออยู่บ้าง จึงกล่าวว่า “เป็นอะไรไป พวกท่านไม่เชื่อใช่หรือไม่?”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวลังเลอยู่สักครู่แล้วพูดว่า “ท่านพี่หลินเจ้าคะ ท่านต้องการขายเล่มละห้าตำลึงจริงหรือ? นี่มัน…นี่มันแพงเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ?” เงินห้าตำลึงเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ครอบครัวสามัญชนสามารถใช้ได้ถึงครึ่งปี ราคานี้ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง และไม่แปลกที่สองพ่อลูกนี้จะตกใจ

“พวกท่านอย่าเพิ่งไม่เชื่อ เงินจำนวนห้าตำลึงยังไม่นับการต่อราคา พวกท่านไม่เคยได้ยินคำว่าของหายากมีค่าแก่การขึ้นราคาหรือ?” หลินหว่านหรงยิ้มด้วยสีหน้าลึกลับโดยไม่รู้สึกรู้สา พูดจาใหญ่โตไม่ละอายแก่ใจ

แม้หลินหว่านหรงจะมองไม่เห็นสีหน้าของตนตอนนี้ แต่เขารู้ว่าสภาพในตอนนี้จะต้องเหมือนพ่อค้าหน้าเลือดสุดๆ แน่ มิหนำซ้ำยังเป็นพวกไร้ยางอายมากที่สุดพวกนั้นอีกด้วย สำหรับเรื่องนี้หลินหว่านหรงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร

“พวกท่านต้องเกาะกุมความคิดของบัณฑิตพวกนั้น ผู้ที่ยอมควักเงินซื้อคู่มือเล่มนี้ มันไม่ได้ใส่ใจว่าเล่มละหนึ่งตำลึงหรือเล่มละสิบตำลึง สิ่งที่พวกมันต้องการคือข้อมูล ต้องการข้อมูลที่มาจากแหล่งโดยตรง สำหรับพวกมันหนึ่งตำลึงหรือสิบตำลึงก็มิได้แตกต่าง หลักการของพวกมันก็คือไม่ขอสิ่งที่ดีที่สุด ทว่าขอแพงที่สุด นี่คือหลักจิตวิทยาที่แปลกประหลาดที่สุด”

คำกล่าวของหลินหว่านหรงนี้พูดเสียจนต่งเฉี่ยวเฉี่ยวสองพ่อลูกตะลึงงัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังเข้าใจสันดานมนุษย์ไม่ลึกซึ้งพอ ยังต้องให้หลินหว่านหรงชี้แนะต่อไป

“พวกท่านลองคิดดู ตอนนี้ขอเพียงมีผู้ซื้อแค่คนเดียว แล้วคนอื่นเขาใครจะอยากล้าหลังผู้อื่นกันเล่า? ใครจะไม่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่เซียวที่มาจากแหล่งโดยตรงกันเล่า? นี่คือการเห่อตามกัน ก็เหมือนโดมิโน พอผลักล้มชิ้นหนึ่งชิ้นที่เหลือก็จะล้มครืนตามกันไปด้วย”

หลินหว่านหรงพูดหลุดคำว่าโดมิโนออกมา จึงรีบอธิบายว่า “สรุปแล้วก็หมายความว่าการที่ไม่อยากให้ใครได้รับสิ่งดีๆ ก่อนจะทำให้เจ้าคู่มือของพวกเรานี้ขายดิบขายดี ท่านลองนึกดูสิ หากวันหนึ่งขอเพียงโผผินขึ้นกิ่งไม้แล้วกลายเป็นนกเฟิ่งหวง (นกในตำนานของจีน) ได้ เงินเล็กน้อยเช่นนี้จะถือเป็นอะไรได้” หลินหว่านหรงพูดจาใช้คารมคมคาย คุยโตโอ้อวด

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหัวไว นึกถึงหนึ่งในปัญหาได้ทันที “ทว่าต่อให้คุณหนูใหญ่เซียวจะเลือกคู่เขยก็เลือกได้เพียงคนเดียวนะเจ้าคะ แต่พวกเรามีตั้งสี่ห้าร้อยเล่ม"

หลินหว่านหรงหัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดว่า “จอหงวนก็มีได้เพียงคนเดียว แต่หลุนอวี่ ซือจิง เต้าเต๋อจิง เมิ่งจื่อ (ตำราสำคัญที่เหล่าบัณฑิตจีนในสมัยก่อนต้องเรียน) มิใช่ว่าต้องร่ำเรียนทั้งหมดเช่นกันหรอกหรือ? ก่อนที่ผลยังไม่ปรากฏ ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น”

เห็นชัดว่าต่งเฉี่ยวเฉี่ยวเป็นสตรีผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมและมีจิตใจอันดีงาม คิดอ่านแทนคุณหนูใหญ่เซียวมาก “แต่ข้าได้ยินมาว่าครอบครัวตกยากก่อกำเนิดบัณฑิต มีบัณฑิตจากครอบครัวยากจนตั้งมากมาย พวกเขาซื้อคู่มือของพวกเราไม่ไหว นั่นไม่ใช่ทำให้งานวิวาห์ของคุณหนูใหญ่เซียวต้องล่าช้าไปอีกหรือเจ้าคะ”

หลินหว่านหรงเป็นลมอยู่ตรงนั้น แม่หนูคนนี้เห็นค่าเจ้าคนพวกนั้นมากเกินไปแล้ว หากคู่มือหนึ่งเล่มส่งผลกระทบต่องานแต่งของคุณหนูใหญ่เซียวได้ เช่นนั้นตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซียวนี้คงอยู่มาเสียเที่ยวเปล่าแล้ว

เมื่อเผชิญกับสายตากระหายความรู้ของต่งเฉี่ยวเฉี่ยว หลินหว่านหรงจึงรับบทบาทเป็นอาจารย์ด้วยความจนใจอีกครั้งหนึ่ง เขายิ้มเหยียดแล้วพูดว่า “ในเมื่อมีบัณฑิตตกยากมา พวกมันก็ต้องเตรียมใจเอาไว้ให้ดี หากพวกมันมีความสามารถจริงๆ ก็ควรอาศัยความสามารถที่แท้จริงไปสู่ขอคุณหนูใหญ่เซียว การมาซื้อคู่มือของพวกเราจะนับเป็นตัวอะไรได้? ถ้าอยากอาศัยสิ่งนี้เพื่อปีนป่ายขึ้นไม้สูง ข้าคงได้แต่เสียดาย หากต้องการพึ่งพาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่จะต้องลงทุน นี่คือสิ่งที่พวกมันจะต้องจ่ายออกไป ดังนั้นพวกมันต้องคิดให้ดีแน่ ข้าไม่ได้บังคับให้พวกมันซื้อ แต่เป็นเพราะพวกมันที่คิดไม่ซื่อเอง บัณฑิตที่แท้จริงไม่มีวันซื้อคู่มือจากพวกเรา ทว่าบนโลกนี้ไอ้บัณฑิตผู้มีคุณธรรมสูงส่งอะไรที่ว่าพรรค์นี้จะมีสักกี่คนกันเล่า? พวกเราเป็นพ่อค้า สิ่งที่เน้นคือผลกำไร ใครควักเงินพวกเราก็ขายให้ผู้นั้น สำหรับเรื่องงานวิวาห์นั่นเป็นปัญหาที่คุณหนูใหญ่ควรเป็นผู้ขบคิด ต่อให้พวกเราอยากก่อกวนก็ไม่อาจทำได้”

ทฤษฎีของหลินหว่านหรงนี้พูดเสียจนต่งเฉี่ยวเฉี่ยวยังต้องลอบผงกศีรษะ ตีค่าเขาไว้สูงลิ่ว แม้จะยังรู้สึกสงสัย แต่เห็นชัดว่าให้การยอมรับบ้างแล้ว

devc-a3b5dd88-33025ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 19 ตอนที่ 19