ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 23 ตอนที่ 23

#23บทที่ 23

ตอนที่ 23 แม่นางน้อย (2)

หลินหว่านหรงเหงื่อแตกโซมกาย นังหนูนี่ไม่โง่เลยนะ รู้จักตรวจสอบก่อนแล้วค่อยมาต่อรองราคา

แม้ว่าหนังหน้าของเขาจะหนาเป็นที่สุด แต่เมื่อถูกแม่นางน้อยอายุสิบหกสิบเจ็ดเปิดโปงแผนการ หน้าด้านๆ ก็ยังรู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง แย่งคู่มือที่อยู่ในมือแม่นางน้อย หัวเราะแล้วพูดว่า “แม่นางท่านนี้ อย่าว่าแต่สิบตำลึงเลย แม้แต่เล่มละหนึ่งตำลึงก็มีคนทำ นู่น เจ้าดูสิ——”

เขาบุ้ยใบ้ปากไปด้านข้าง บัณฑิตยากจนคนหนึ่งกำลังอ่านคู่มือฉบับลอกเลียนแบบราวกับเป็นของล้ำค่า สายตาเลื่อนลอยนั้นเหมือนครอบครองเจ้าคู่มือเล่มนี้แล้วจะได้ครอบครองคุณหนูใหญ่เซียว

แม่นางน้อยคนนี้สังเกตหลินหว่านหรงมานานแล้ว ย่อมรู้ว่าของลอกเลียนแบบซึ่งรีบร้อนทำออกมาในมือของผู้อื่นกับของจริงนั้นแตกต่างกันมาก นางมองหลินหว่านหรง แล้วแค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง “ต่อให้ของเจ้าเป็นของแท้ แต่ก็ไม่อาจขึ้นราคาได้”

ดวงหน้าแม่นางน้อยคนนี้แดงก่ำ ขมวดคิ้วมุ่น น่าดูชมมาก ช่างเป็นหญิงงามผู้โดดเด่นยิ่งเสียงจริง น่าเสียดายพอหลินหว่านหรงทำการค้าย่อมไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น หัวเราะฮิฮะและพูดออกมาทันทีว่า “แม่นางน้อย เจ้าเคยได้ยินคำที่ว่าของหายากย่อมเก็บไว้เพื่อขึ้นราคาได้หรือไม่? ของแท้ของพวกเราขายจนหมดสิ้นแล้ว เดิมทีเล่มนี้ข้าเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ตอนนี้เจ้าต้องการซื้อ แย่งของรักของข้า ย่อมต้องจ่ายเพิ่มบ้างเป็นธรรมดา”

แม่นางน้อยกลอกตาครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า “ได้ สิบห้าตำลึงก็สิบห้าตำลึง แต่ทว่าเจ้าต้องตอบคำถามข้าข้อหนึ่งก่อน”

หลินหว่านหรงมองนางแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “แม่นางน้อย ตอบคำถามหนึ่งข้อต้องจ่ายเพิ่มห้าตำลึง เจ้าต้องคิดให้ดีนะ”

แม่นางน้องกล่าวด้วยโทสะ “นี่มันกฎเกณฑ์อะไรที่ไหนของเจ้ากัน ตอบคำถามก็ต้องคิดเงิน? หากเป็นเช่นเจ้าหมด เช่นนั้นจะไม่วุ่นวายไปหมดหรอกหรือ?”

“มิได้ มิได้” หลินหว่านหรงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เหมือนผู้อื่น ข้าคือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำชี้แนะ ทุกถ้อยคำย่อมมีค่าดั่งอัญมณี จึงย่อมต้องคิดเงินอยู่แล้ว”

แม่นางน้อยกล่าวอย่างดูแคลน “ผู้เชี่ยวชาญอะไรกัน? รับเงินผู้อื่นเพื่อให้ข้อมูล แล้วยังจะมาบอกว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญอีก”

หลินหว่านหรงหัวเราะร่าแล้วพูดว่า “แม่นางน้อย ไม่คิดว่าความรู้ของเจ้าจะลึกซึ้งเช่นนี้ เกือบจะถูกเจ้าเปิดโปงเสียแล้ว เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ข้าขอถามเจ้า คำถามที่เจ้าต้องการถามมีเพียงข้าที่รู้คำตอบใช่หรือไม่?”

แม่นางน้อยครุ่นคิดอยู่สักครู่ ผงกศีรษะแล้วพูดว่า “เหมือนจะมีเพียงเจ้าที่รู้จริงๆ”

“นี่มิใช่แก้ปัญหาได้แล้วหรือ” หลินหว่านหรงลอบหัวร่อในใจ นังหนูคนนี้ช่างหลอกง่ายเหลือเกิน “คำตอบที่มีเพียงข้าที่รู้ ข้าเลือกที่จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ เจ้าต้องการได้ข้อมูลจากข้าก็ต้องจ่ายค่าข้อมูล นี่คือความยุติธรรม ข้าผู้นี้ทำการค้าซื่อสัตย์จริงใจ เงินหนึ่งก้อนสินค้าหนึ่งชิ้น ห้าตำลึงถือว่าราคาถูกมากแล้ว ไม่มีทางหลอกเจ้าแน่”

แม่นางน้อยตะลึงงัน คิดอยู่สักครู่ แค่นเสียงออกมาคราหนึ่งแล้วพูดว่า “ได้ ห้าตำลึงก็ห้าตำลึง แต่เจ้าต้องตอบข้าตามความจริง ห้ามหลอกลวงเป็นอันขาด”

หลินหว่านหรงตบแก้มของตนเบาๆ “เจ้าเห็นหรือไม่? นี่เป็นใบหน้าที่หล่อเหลามากเพียงใด เจ้าจงจำเอาไว้ ใบหน้าของข้านี้ก็คือป้ายยี่ห้อ ป้ายทองเรียกแขก เยาว์วัยแก่ชราล้วนเท่าเทียม ปราศจากการหลอกลวง”

แม่นางน้อยป้องปากน้อยๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากคราหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยเสียงค่อยว่า “ไม่เคยมีผู้ใดหน้าไม่อายเช่นเจ้านี้มาก่อน”

หลินหว่านหรงใช้สีหน้าชั่วร้ายถลึงตามองแม่นางน้อยครั้งหนึ่ง ถึงกระนั้นแม่นางน้อยกลับปราศจากความหวาดกลัว ตีหน้าขรึมแล้วเอ่ยว่า “คำถามที่ข้าต้องการจะถามก็คือ เจ้าเคยพบคุณหนูใหญ่เซียวหรือไม่?”

หลินหว่านหรงย่อมไม่เคยพบมาก่อนแน่ เขาหัวเราะด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติยิ่งแล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ข้าเคยบอกเจ้าแล้วหรือว่านี่คือคู่มือที่มีเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเผยแพร่จากบ่าวรับใช้ชั้นกลางที่อยู่ส่วนในของตระกูลเซียว เขากับข้าเป็นพี่น้องร่วมสาบาน ถึงแม้ข้าจะไม่เคยพบคุณหนูใหญ่เซียว แต่ข้าขอสาบานต่อฟ้า ภาพเหมือนของคุณหนูใหญ่เซียวภาพนี้คือคุณหนูใหญ่เซียว ข้าเป็นคนแรกที่ได้เห็น”

ภาพนี้เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา เขาย่อมต้องเห็นเป็นคนแรกแน่นอน คำสาบานนี้ช่างไร้ยางอายอย่างที่สุด หลอกเด็กน้อยที่สุด

“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าภาพนี้เป็นของท่านอาจารย์ท่านใด?” แม่นางน้อยถามต่อ

ก็คือท่านอาจารย์อย่างข้านี่ล่ะ หลินหว่านหรงลอบหัวเราะในใจ แต่เขาไม่มีวันยอมรับว่าตัวเองเป็นตัวการร้ายแน่ เขามองแม่นางน้อยพลางหัวเราะแล้วพูดว่า “แม่นางท่านนี้ หากข้าจำไม่ผิดแล้วล่ะก็ เจ้าเคยพูดว่าว่าจะถามข้าหนึ่งคำถาม คำถามก่อนหน้านั้นข้าก็ได้ตอบไปแล้ว นี่ควรจะนับเป็นข้อที่สองกระมัง ฮิฮิ——”

แม่นางน้อยควักเงินออกมาจากอกแล้วพูดว่า “ข้ารู้ อยากเพิ่มเงินใช่หรือไม่? ดูท่าทางโลภมากของเจ้านั่นสิ”

“เจ้ามองคนง่ายเกินไปแล้ว” หลินหว่านหรงหัวเราะฮิฮะ “ผู้เชี่ยวชาญอย่างข้าจะตอบคำถามก็ต้องดูอารมณ์ วันนี้จะตอบคำถามเจ้าเพียงคำถามเดียว ส่วนอีกคำถามนั้นถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน”

แม่นางน้อยมองเขาแวบหนึ่ง “เจ้าช่างหัวเราะได้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก เจ้ามันพ่อค้าหน้าเลือดตัวใหญ่” แม่นางน้อยเบ้ปากน้อยๆ ดูหมิ่นหลินหว่านหรงอย่างที่สุด

“เด็กน้อย ประสบการณ์ของข้าไม่ได้ธรรมดาเช่นเจ้า” เห็นแม่หนูน้อยใสซื่อน่ารัก กระเซ้าเย้าแหย่คงน่าสนุก หลินหว่านหรงหัวเราะร่าแล้วพูดว่า “เจ้าก็รู้ เมืองมีกฎเมือง วิชาชีพก็มีกฎของวิชาชีพ ทำอาชีพเช่นข้านี้ความน่าเชื่อถือย่อมสำคัญที่สุด หากวันนี้ข้าบอกนามของท่านอาจารย์ท่านนี้แก่เจ้า เช่นนั้นจากนี้ไปข้าจะไปพบคนอาชีพเดียวกันได้อย่างไรกันเล่า?”

“นี่กลับมีเหตุผลอยู่บ้าง” แม่นางน้อยผงกศีรษะ ทอดสายตามองหลินหว่านหรงแล้วพูดว่า “ไม่คิดว่าพ่อค้าหน้าเลือดอย่างเจ้าจะมีคุณธรรมยิ่ง”

“เจ้าเห็นความดีข้าเร็วขนาดนี้?” หลินหว่านหรงกล่าวด้วยความ “ตกใจ” “เดิมทีข้านึกว่าข้าปกปิดเอาไว้ดีแล้ว เฮ้อคมที่อยู่ในฝักของข้าเด่นชัดเกินไป อย่างที่ว่า ไม้งามกลางป่าเขา ลมพัดเป่าล้มลงครืน (คนมีความสามารถโดดเด่นย่อมถูกคนอิจฉาตาร้อน) ดูท่าถึงเวลาที่จะต้องเก็บเนื้อเก็บตัวเสียที”

แม่นางนำมือป้องปากน้อยๆ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากน่ารักออกมา “เจ้าคนนี้ที่แท้ก็ยังไร้ยางอาย?”

แม่นางน้อยผู้นี้หน้าตาสะสวย รอยยิ้มประดุจบุปผา วันนี้หลินหว่านหรงหาเงินได้ อารมณ์ดียิ่งนัก ได้พูดจาเรื่อยเปื่อยกับนางอยู่หลายคำให้จิตใจปลอดโปร่ง อีกทั้งไม่อยากถือสาหาความคำพูดของเด็ก จึงไม่ได้ไปถกเถียงหนังหน้าหนาอะไร

“เจ้าไม่บอกนามของท่านอาจารย์ท่านนี้ ข้าก็จะไม่ฝืนเจ้า เช่นนั้นเจ้าจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าชื่ออะไร?” แม่นางน้อยกลอกตารอบหนึ่งแล้วเอ่ยถาม

“ข้าชื่อหลินซาน” หลินหว่านหรงตอบอย่าง “ตรงไปตรงมา” “ปัญหานี้ข้ารับเงินนะ”

หลินหว่านหรงหัวเราะร่า แม่หนู มาเล่นไม้นี้ต่อหน้าข้า เจ้ายังอ่อนนัก

“หลินซาน หลินซาน——” แม่นางน้อยท่องพึมพำสองครั้ง “หึ หลินซาน วันนี้เจ้าหลอกเงินข้า วันหน้าข้าจะต้องเอากลับคืนมาพร้อมดอกเบี้ยแน่” เมื่อกล่าวจบก็ถลึงตามองเขาอย่างดุดันคราหนึ่ง ทิ้งเงินก้อนให้เขา หยิบคู่มือจากนั้นก็จากไป

หลอก? หลินหว่านหรง “ตกใจยกใหญ่” กับนังหนูอย่างเจ้านี่ คุณชายอย่างข้ายังต้องใช้การหลอกลวงอีกหรือ? หลินหว่านหรงหัวเราะเย้ยหยันดังฮิฮะ ทอดสายตามองเงาหลังของแม่นางน้อย

ตระกูลเซียวนี้จะต้องมีแรงดึงดูดใจมากทีเดียว ว่ากันว่าผู้รายงานตัวเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกบ่าวรับใช้กลับมีถึงพันกว่าคน ส่วนพวกบัณฑิตยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง คนที่รู้หนังสือในเมืองจินหลิงแทบจะมากันเกือบทั้งหมด

หลินหว่านหรงนำคู่มือที่เหลือสุดท้ายไม่กี่เล่มเร่ขายจนหมด เหลือแต่เพียงต้นฉบับเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นของที่ใช้หาเงินชิ้นแรกในโลกใบนี้ จึงถือว่ามีความหมายเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกอยู่ไม่น้อย

ครั้นกลับมาถึงบ้านตระกูลต่ง เป็นดั่งที่ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวว่าเอาไว้ ต่งเหรินเต๋อกับต่งชิงซานสองพ่อลูกกำลังมองเงินขาววาววับอย่างเหม่อลอย แววละโมบฉายออกมาจากดวงตา พิสูจน์ได้ว่าคนพัฒนามาจากสัตว์ป่า

หลินหว่านหรงหัวเราะพลางตบบ่าต่งเหรินเต๋อแล้วพูดว่า “เป็นอะไรไปท่านลุงต่ง ตาลายหรือ?

ต่งเหรินเต๋อตกใจจนได้สติกลับมา จากนั้นจึงเช็ดดวงตา ครั้นเห็นหลินหว่านหรงกลับมาจึงรีบลากม้านั่งมา ใช้แขนเสื้อเช็ด จากนั้นจึงเชิญให้เขานั่งลง กล่าวด้วยอย่างพินอบพิเทาว่า “คุณชายกลับมาแล้ว”

หลังจากหาเงินได้ก้อนโต ท่าทีที่ต่งเหรินเต๋อมีต่อหลินหว่านหรงจึงทวีความเคารพมากยิ่งขึ้น ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารสชาติที่ถูกคนให้เกียรตินั้นมันดียิ่งนัก หลินหว่านหรงจิตใจเป็นสุข นั่งลงโดยไม่เกรงอกเกรงใจแล้วพูดว่า “ท่านลุง เงินตั้งมากขนาดนี้เหตุใดไม่ไปแลกเป็นตั๋วเงิน เก็บเงินขาววาววับอยู่ในบ้านไม่กลัวจะเรียกโจรหรืออย่างไร?”

devc-174234ce-33051ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 23 ตอนที่ 23