ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว

ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 025 ตอนที่ 25

#25Chapter 025

ตอนที่ 25 ติดหนี้บุญคุณแมว

หลังจากคิดดีแล้ว เจิ้งทั่นจึงเดินไปทางโกดัง

เว่ยเหลิงมองแมวดำที่เดินไปทางโกดัง จึงตัดสินใจจะจัดการกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังกำแพงก่อน หากมีแมวดำผ่านไปทางนั้น เพื่อนของเขาคงจะเอะใจ

เจิ้งทั่นมองดูพัดลมระบายอากาศที่ไม่มีตะแกรงเหล็กครอบ มันอยู่ค่อนข้างสูง กระโดดครั้งเดียวคงไม่ถึงแน่ เขาจึงปีนไปที่กองกระดานไม้ที่ถูกวางพิงกำแพงอยู่ จากนั้นก็กระโดดไปที่ช่องพัดลมระบายอากาศ เขามองลอดช่องระหว่างใบพัดออกไป...นอกจากกองของระเกะระกะแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร

ห้องที่มีพัดลมระบายอากาศนี้ขนาดไม่ใหญ่ หลังจากที่เจิ้งทั่นเข้าไปแล้วก็เดินสำรวจหนึ่งรอบ ประตูน่าจะถูกอุดด้วยแผ่นไม้และกล่องลังขวดบรรจุภัณฑ์อยู่นานแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีคนเข้ามาขนขวดเหล่านี้ไปขายแล้ว ไม่พบพวกแมลงต่างๆ อาจเป็นเพราะที่นี่มีพวกสารเคมีปรุงแต่งกระจัดกระจายอยู่

ถึงแม้ว่าประตูจะถูกอุดไว้ แต่บนกำแพงก็มีรูขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ น่าจะถูกเจาะตอนที่ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เจิ้งทั่นลองมุดเข้าไป แต่ก็ลำบากพอดู สุดท้ายก็ฝืนยัดตัวเองเข้าไปได้

แมวมีกระดูกที่ประหลาด ไม่ต้องฝึกโยคะก็ยืดหยุ่นร่างกายได้ดั่งใจ แต่ตอนนี้เนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยฝุ่น

หลังออกมาจากห้องเล็กๆ นั่นแล้ว เจิ้งทั่นก็สะบัดขนเอาฝุ่นออกจากตัว แล้วมองไปรอบๆ ที่นี่เป็นโกดังเก็บของ ตอนนี้โรงงานถูกย้ายไปแล้ว ด้านในจึงไม่มีของหลงเหลืออยู่ มีแต่ขยะ ภายในมืดสลัว คานไม้ทรุดโทรมถูกวางอย่างระเกะระกะ คานไม้พวกนี้ไม่ใช่ของโกดังแห่งนี้ แต่น่าจะเป็นของโกดังเล็กๆ ที่พังลงมาแล้วถูกนำมาไว้ที่นี่

สายตาของเขาถูกบดบังไปด้วยซากของที่วางเกลื่อนไปหมด ประสาทการรับรู้เรื่องกลิ่นก็ถูกรบกวนด้วยสารเคมีปรุงแต่งเหล่านั้น เจิ้งทั่นจึงทำได้แค่ฟังเสียงหาคน

ฟังจากทิศทางที่มีเสียงลอยมา เจิ้งทั่นก็เดินเข้าไปในกองซากสิ่งของ ถ้าเป็นคนคงไม่สะดวกแบบนี้ ตอนนี้เขาได้เปรียบเรื่องสรีระจึงทำให้เดินได้เร็ว

โกดังแห่งนี้ไม่ใหญ่มาก หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่งแล้วเขาก็เข้าใกล้ที่มาของเสียง

ที่นี่ถูกจัดการให้เป็นที่โล่ง บนพื้นมีคนนอนกองอยู่สามคน เหอเถาเพื่อนของเว่ยเหลิงกำลังใช้เชือกป่านที่หาได้จากแถวนั้นมัดมือเท้าของสามคนนั้นอยู่ ปากของทั้งสามคนถูกอุดด้วยถุงบรรจุภัณฑ์ จะร้องก็ไม่ได้ ทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ออกมา

วันนี้เหอเถาไม่ได้ใส่ชุดตำรวจ อาจเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่

ข้างๆ เหอเถามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นคนที่เรียบร้อย เธอใส่แว่นกรอบเหลี่ยมสีแดง สวมเสื้อนอกแบบกระชับตัว เผยให้เห็นสัดส่วน ถ้าเกิดว่าคนที่เว่ยเหลิงสงสัยคือผู้หญิงคนนี้ล่ะก็ เจิ้งทั่นคงเชื่อมโยงไม่ถูกเลยว่าเด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนนักศึกษาทั่วไปคนนี้จะเกี่ยวอะไรกับฆาตกรที่ฆ่ามาแล้วหลายศพ

แต่คนเราจะดูแค่ภายนอกไม่ได้ ก็เหมือนกับโจรสองคนที่จับได้ก่อนหน้านี้ที่มองดูภายนอกเรียบร้อย ไม่มีพิษมีภัย

เจิ้งทั่นไม่ได้แสดงตัวในทันที แต่หลบอยู่หลังกองไม้เก่าๆ รอดูสถานการณ์ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้น เหอเถามีท่าทีระแวงผู้หญิงคนนั้นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้หันหลังให้กับเธอ

พอเหอเถามัดสามคนที่กองอยู่บนพื้นเสร็จก็ควักโทรศัพท์ออกมา

“ไม่มีสัญญาณเหรอเนี่ย?”

เหอเถาขมวดคิ้วพลางมองไปรอบๆ เขาถือโทรศัพท์เดินวนอยู่แถวนั้น แต่ก็ยังคงไม่มีสัญญาณ ขณะที่ตัดสินใจจะออกไปโทรศัพท์ข้างนอกแล้วนั้น พอเดินไปได้สองก้าวเขาก็หันกลับมาพูดกับผู้หญิงคนนั้นที่ยังยืนอยู่ที่เดิม “เธอมากับฉัน”

เธอไม่ตอบอะไรพลางเดินตามออกไป แต่ยังคงรักษาระยะห่างกับเหอเถาไว้สองเมตร นี่คือระยะที่ปลอดภัยตามที่นักจิตวิทยาได้ว่าไว้

ไม่เพียงแค่เหอเถาที่ระแวงเธอ เธอเองก็ระแวงเหอเถาเช่นกัน

เจิ้งทั่นค่อยๆ ย่องตามไป เขาเดินอยู่ท่ามกลางซากสิ่งของ เขาต้องคอยระวังเรื่องเสียงและความเร็วในการเดินตาม เดินไปหยุดไป ทุกครั้งที่หยุดก็จะเล็งเส้นทางที่จะเดินไปให้ดีก่อน และก็คอยสังเกตสถานการณ์รอบๆ ไปด้วย ดังนั้นพอเริ่มเดินต่อเขาจึงต้องรีบเดินให้ไว

เหมือนกับคนเลี้ยงแมวบางคนที่เวลาเล่นกับแมว ตอนแรกเห็นแมวตัวเองยืนอยู่ที่ระยะห่างออกไป เจ็ดสิบแปดสิบเมตร พอละสายตาแล้วหันกลับไปใหม่ แมวก็มายืนอยู่ที่ระยะห้าสิบหกสิบเมตรแล้ว

เจิ้งทั่นไม่รู้ว่าพฤติกรรมของตัวเองตอนนี้เหมือนกับ ‘จ่า’ เวลาล่าเหยื่อมาก สะกดรอยตามอย่างเงียบๆ รอเวลาจู่โจม

พอเดินไปใกล้ๆ ประตู ของระเกะระกะก็น้อยลง อาจเป็นเพราะสามคนนั้นที่เข้ามาก่อนเบิกทางไว้ให้ เหอเถาที่เดินออกไปจึงไม่ต้องเหนื่อยมาก เขาแค่เขี่ยเศษซากที่ขวางทางอยู่เล็กน้อยออกไป ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตผู้หญิงคนที่เดินตามมาไปด้วย

ขณะที่เหอเถากำลังเขี่ยแผ่นไม้ที่ขวางทางออกอยู่นั้น เจิ้งทั่นก็เห็นผู้หญิงที่ดูเหมือนนักศึกษาคนนั้นหยิบของรูปร่างคล้ายกระบอกออกมาจากแขนเสื้อ แล้วพุ่งไปที่เหอเถา

เจิ้งทั่นรับรู้ได้ถึงภัยทันที

แล้วในตอนนั้นเอง!

เจิ้งทั่นที่จ้องผู้หญิงคนนั้นอยู่นานก็กระโจนเข้าไปหาด้วยความรวดเร็ว

ผู้หญิงที่หยิบกระบอกเข็มฉีดยาออกมาเตรียมจะลงมือนั้นมีสายตาเย็นชา เพียงแค่ว่ามันถูกซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตา ขณะที่เธอคิดว่าแผนการกำลังจะสำเร็จอยู่นั้น อยู่ๆ ก็รู้สึเหมือนมีอะไรกระแทกเข้ามาที่หน้าอกอย่างแรงจนล้มลงไปด้านข้าง ส่วนเข็มฉีดยาก็ถูกเหวี่ยงไปตามทิศทางด้วย

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว เหอเถาที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ลงมือทันที เขาบิดแขนกดตัวเธอลงบนกองไม้ เพราะร่างกายของเธอถูกกระแทกอย่างแรง ทำให้แว่นตากระเด็นร่วงลงไป

เจิ้งทั่นที่ช่วยจัดการได้ในทีเดียวกำลังนั่งอยู่บนกองไม้ด้านข้าง เขาขยับอุ้งมือเล็กน้อยพลางคิด ‘ดูเหมือนว่าหน้าอกเธอจะไม่ใหญ่ ไม่โอเคเลย’

เหอเถาหยิบเอาเชือกป่านออกมา เมื่อครู่ตอนที่ไปหาเชือกเขาหามาเกินไว้เผื่อได้ใช้ นึกไม่ถึงว่าจะได้ใช้จริงๆ

“ระวังมาตั้งนาน ในที่สุดก็ลงมือจนได้นะ” เหอเถามองหัวเข็มฉีดยาที่ถูกปักลงบนแผ่นไม้จนงอ แล้วจึงหันไปมองกระบอกฉีดยาขนาดเล็กที่หล่นอยู่บนพื้น ตรงที่สูบมีการดัดแปลง ด้านหน้ากระบอกแตกต่างจากกระบอกฉีดยาทั่วไป เมื่อที่สูบถูกดันออกไปเข็มถึงจะโผล่ออกมา ส่วนยาที่อยู่ในนั้นคงจะเป็นยาสลบชนิดรุนแรง

“โอ๊ะ จัดการได้ไวขนาดนี้เลย?” เว่ยเหลิงที่เพิ่งมุดเข้ามาทางหน้าต่างพูดขึ้น

เจิ้งทั่นมองไปตามเสียง ด้านหลังของเว่ยเหลิงคือหน้าต่างบานใหญ่ แต่เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้มันถูกปิดอยู่ แล้วก็ดูน่าจะถูกล็อคไว้ด้วย อีกทั้งห่างจากพื้นประมาณห้าเมตรได้ แล้วเว่ยเหลิงเข้ามาอย่างเงียบๆ ได้อย่างไร?

เหอเถาดูไม่แปลกใจเลยที่เว่ยเหลิงเข้ามาได้ “เมื่อกี๊ได้แมวดำตัวนี้ช่วยไว้แท้ๆ ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนเข็มนี่ปัก นึกไม่ถึงว่ายัยคนนี้จะมีวิธีฆ่าแบบนี้ด้วย”

เว่ยเหลิงมองผู้หญิงที่ถูกจับได้แต่ยังทำหน้านิ่ง “ฉันถึงได้บอกไงว่ายัยนี่ต้องไม่ธรรมดา แต่นายกลับไม่เชื่อว่าเป็นฆาตกร ลองไปตรวจ DNA สิ ต้องเหมือนกับ DNA ที่เคยได้มาในที่เกิดเหตุแน่นอน”

“ไม่ควรจะเป็นผู้ชายเหรอ เขาอาจจะแปลงเพศมาก็ได้นะ ไม่หรอก ฉันอ่านข้อมูลมาหมดแล้ว”

“ยัยนี่นี่แหละ แค่รูปร่างดูแปลกๆ เท่านั้น ถ้าอยากจะรู้มากกว่านี้คงต้องลองไปถามนักพันธุศาสตร์”

พอเว่ยเหลิงมาเจิ้งทั่นก็ไม่สนใจเรื่องที่เหลือแล้ว เขาเดินฝ่าซากปรักหักพังออกมา จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนกองซากสิ่งของเพื่อขึ้นไปยังหน้าต่างที่เว่ยเหลิงมุดเข้ามา ฝั่งตรงข้ามกับหน้าต่างคือซากเสาไฟ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่ดูน่าจะใช้ปีนเข้ามาได้แล้ว

เจิ้งทั่นไม่คิดว่าตัวเองจะเอาอย่างเว่ยเหลิงที่ใช้เสาไฟปีนเข้ามาได้ เพราะเสาไฟอยู่ห่างไปพอสมควร เขาจึงเดินเลาะกลับมา แล้วออกไปทางช่องพัดลมระบายอากาศตามเดิม

ด้านนอกมีคนสี่คนถูกมัดไว้ ซึ่งทั้งสี่คนต่างก็สลบกันหมด นี่เป็นผลงานของเว่ยเหลิง

เจิ้งทั่นมองไปรอบๆ จากนั้นก็ปีนต้นไม้เพื่อเข้าไปในตึกห้าชั้น ตึกนี้สองชั้นล่างน่าจะเคยเป็นส่วนออฟฟิศ เพราะขยะกับพวกสารปรุงแต่งมีไม่มาก บนกำแพงมีติดแบบฟอร์มบันทึกบางอย่าง ส่วนสามชั้นบนเป็นหอพักพนักงาน ตรงริมหน้าต่างมีกระถางต้นไม้ที่ใช้ขวดน้ำทำ ในนั้นมีดินที่แห้งกรังกับซากต้นกระบองเพชร

เจิ้งทั่นไม่ได้สนใจอะไรมาก เขาเดินไปที่หลังคาตึก

หากมองไปรอบๆ จากตรงนี้จะเห็นโรงงานเกือบครึ่ง และก็สามารถมองเห็นโซนโรงงานส่วนอื่นอีกสองส่วนที่อยู่ใกล้กันได้ด้วย โซนหนึ่งถูกย้ายออกไปนานแล้ว บรรยากาศเงียบมาก มีแต่ซากสิ่งของ ส่วนอีกโซนดูมีเสียงครึกครื้นขึ้นมาหน่อย

หลังจากที่เจิ้งทั่นออกมาได้สองนาที เว่ยเหลิงกับเพื่อนก็ได้เปิดประตูโกดังออก แล้วเอาคนในนั้นออกมา คนทั้งสามกลุ่มต่างก็มองหน้ากัน กลุ่มหนึ่งคือคนที่เข้ามาทำการซื้อขายยาเสพติดในโกดังร้างแห่งนี้ กลุ่มหนึ่งคือผู้หญิงคนนั้น ส่วนอีกกลุ่มคือพวกที่ถูกเว่ยเหลิงจัดการ พวกมันดักรอเตรียมจะโจมตีพวกที่อยู่ในโกดัง

“ได้ยินมาว่าหลายปีก่อนคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติเคยตรวจเกี่ยวกับโครโมโซมที่อยู่ในตัวนักกีฬาหญิงที่เข้าร่วมแข่งขัน ว่ากันว่านักกีฬาที่มีโครโมโซม Y อยู่ในตัวจะได้เปรียบกว่านักกีฬาหญิงทั่วไป นักโทษคนนี้ดูจะเป็นแบบนั้น นายนี่โชคดีนะ ทำคดียังมีโอกาสได้เจออะไรแบบนี้ที่น้อยคนจะได้เจอ”

เพื่อนทั้งสองคนนั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ กัน พลางคุยกันไปด้วย พวกเขาได้โทรศัพท์ไปแจ้งแล้ว เดี๋ยวจะมีคนมารับช่วงต่อ ดังนั้นพวกเขาจึงแค่รออยู่ตรงนี้พอ

พอได้ฟังเว่ยเหลิงพูดแบบนั้น เหอเทาก็ยิ้มพลางส่ายหน้า “ซวยต่างหาก! จริงสิ ทำไมอยู่ๆ นายก็เอาแมวตัวนั้นมาด้วยล่ะ?”

“อาจารย์เคยบอกว่าแมวจะนำโชคมาให้ ตอนที่ลังเลไม่รู้จะลงมือยังไง การพาแมวมาด้วยจะทำให้เกิดผลอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ฉันก็เลยลองพามา” เว่ยเหลิงตอบ

เหอเทาเบ้ปาก เขายังคงไม่ค่อยยอมรับแนวคิดของอาจารย์เท่าไหร่ แต่ครั้งนี้แมวตัวนั้นก็ได้ช่วยเหลือเขาไว้จริงๆ

“ฉันติดหนี้บุญคุณแมวตัวนั้น ไม่อยากจะยอมรับเลยจริงๆ!”

“ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ติดหนี้บุญคุณแมวซะหน่อย นายก็รู้นี่”

“ไอ้เวร!”

หลังจากเงียบสักพักเหอเทาก็ถามขึ้น “อาทิตย์ก่อนนายบอกว่าเริ่มมีความคิดอยากจะทำงานแล้วนี่ จะไปไหนล่ะ ไปทำงานอะไร?”

“ยาม”

“หะ...แค่กๆ.....แค่กๆ” เหอเทาตกใจจนสำลักควัน ไอจนปอดแทบหลุดออกมา

“ตำรวจไม่เป็น งานบริษัทไม่เอา จะไปเป็นยามเนี่ยนะ! สมองนายมีแต่ขี้แมวเหรอ?” เหอเทาที่อาการดีขึ้นแล้วแทบจะตะโกนออกมา

“นี่ฉันคิดทบทวนมาอย่างดีแล้วนะ”

“ก่อนที่จะคิดเอาหัวไปกระแทกกับอะไรมาเหรอไง!”

“ฉันมีสติดี อีกอย่างฉันก็บอกกับอาจารย์แล้วด้วย”

“...แล้วอาจารย์ว่าไง?”

“อาจารย์บอกว่า ‘อ้อ’ แต่พอพูดจบฉันก็ได้ยินเสียงพังโต๊ะดังมาจากในโทรศัพท์”

“เขาต้องพังโต๊ะเพราะลูกศิษย์อีกแล้วเหรอ”

คีย์เวิร์ดคือคำว่า ‘อีก’

“ฟังจากเสียงแล้วคงต้องเปลี่ยนตัวใหม่ ปีนี้ก็ตัวที่เจ็ดแล้วล่ะ จะซื้อตัวที่มันแข็งแรงทนทานกว่านั้นให้แกก็ไม่เอา”

“แน่ล่ะ พอโมโหทีไรก็ไปลงกับโต๊ะแบบนั้นน่ะ”

“โมโหก็ต้องระบายออกมา ดีกว่าเก็บอัดอั้นไว้ในใจ ยังไงซะเอ้อเหมาก็เตรียมโต๊ะไว้ให้แกเป็นโกดังอยู่แล้ว คงใช้ไปได้อีกหลายปี”

“จริงสิ มีข่าวของเอ้อเหมาบ้างไหม” เหอเทาถาม

“ไม่มี”

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน เจิ้งทั่นก็กำลังนั่งดูสถานการณ์ในโรงงานน้ำอัดลมที่อยู่ข้างๆ อยู่ โรงงานแห่งนั้นเพิ่งจะเริ่มทำการย้าย ตอนนี้รถบรรทุกคันใหญ่ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามาขนของไปจนเต็มคันรถ

สายตาของเจิ้งทั่นพุ่งไปที่รถบรรทุกที่กำลังลำเลียงของขึ้นรถ คนงานกำลังเอาลังที่บรรจุน้ำอัดลมขวดแก้วเรียงขึ้นไป ขณะที่กำลังขนของอยู่นั้น รถตำรวจหลายคันก็ขับเข้ามา คนงานหันไปซุบซิบกันถึงสาเหตุที่มีรถตำรวจมา โดยที่ไม่ได้ระวังฝาขวดที่กลิ้งตกออกมา พอเหยียบโดนปุ๊บ ลังน้ำอัดลมที่อยู่ในมือก็หลุดออก

น้ำอัดลมที่ถูกย้ายไปย้ายมาพอถูกกระแทกเข้า อานุภาพของมันรุนแรงอย่าบอกใคร

หลังจากที่เจิ้งทั่นได้ยินเสียง ‘ตูม’ คนงานที่อยู่ใกล้ๆ นั้นถูกเศษแก้วที่แตกออกบาดจนเสื้อผ้าขาดวิ่น อวัยวะที่อยู่นอกเสื้อผ้าก็ถูกบาดจนเป็นแผลตามจุดต่างๆ

คนงานที่ได้รับบาดเจ็บถูกพาออกไปทำแผล จากนั้นเจิ้งทั่นถึงได้เบนความสนใจกลับมาที่โรงงานฝั่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาคุยกับเว่ยเหลิงและเหอเทา ดูท่าทางเว่ยเหลิงคงจะงานเข้าไปไหนไม่รอดแล้ว

เจิ้งทั่นหาวออกมา บิดขี้เกียจ เตรียมจะนอนรอ

devc-af530e87-33711ย้อนอดีตกลับไปเป็นแมว: Chapter 025 ตอนที่ 25