พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 035 ตอนที่ 35

#35Chapter 035

ตอนที่ 35 รอขี่กระเรียนทอง

หู่โถวย่นหน้าเป็นซาลาเปาทันที แล้วพูดอย่างทุกข์ใจว่า “ก็เรื่องของท่านอาสิบสามน่ะสิ พวกท่านตาเขาเหมือนจะทราบเรื่องท่านอาสิบสามทุบของหมั้นหมายทิ้งแล้ว ส่งคนมาต่อว่าท่านแม่ จากนั้น...จากนั้นท่านพ่อท่านแม่ข้าก็ทะเลาะกัน”

มั่วชิงเฉินได้ยินว่าเป็นเรื่องนี้ ยื่นมือหยิกแก้มหู่โถวว่า “หู่โถวเอ๊ย เรื่องของผู้ใหญ่เรายุ่งไม่ได้หรอก เจ้าอย่ากังวลไปเลย เอาอย่างนี้ข้าให้อวิ๋นจือส่งเจ้ากลับไปนะ”

หู่โถวส่ายศีรษะราวกับกลองป๋องแป๋ง พลันตะโกนว่า “ไม่เอา ข้าไม่กลับไป ชิงเฉิน วันนี้เรานอนด้วยกันนะ”

“หา?” มั่วชิงเฉินเกือบหายใจติดขัด

“ทำไมล่ะ เจ้าไม่เต็มใจหรือ ไม่เอานะ หู่โถวนอนคนเดียวไม่หลับ จะนอนกับเจ้าด้วย” หู่โถวเล่นขี้โกงเสียเลย

มั่วชิงเฉินรู้ดีว่าเด็กเล็กหากไม่ยอมขึ้นมาเหตุผลย่อมใช้ไม่ได้ จึงได้แต่ปลอบประโลมว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ได้ ทว่าหู่โถว รอพรุ่งนี้เราเลิกเรียนจากโถงเฉาหยางแล้ว เจ้าต้องกลับบ้านไป”

“เอ่อ...ก็ได้” หู่โถวเห็นสีหน้าแน่วแน่ของมั่วชิงเฉินสุดท้ายก็พยักหน้า

“ถ้าเช่นนั้น เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่นะ ข้าจะไปหาพี่อวิ๋นจือให้หยิบผ้าห่มมาให้เจ้า” พูดจบมั่วชิงเฉินก็หมุนตัวเดินออกไป

“คุณหนู มีอะไรให้รับใช้เจ้าคะ” อวิ๋นจือเห็นมั่วชิงเฉินเดินมา รีบวางผ้าเช็ดหน้าลายไผ่เขียวที่ปักได้ครึ่งหนึ่งไว้ข้างๆ ลุกขึ้นมาเอ่ยว่า

“เอ๋ พี่อวิ๋นจือ พี่ยังปักผ้าเป็นด้วยหรือนี่” มั่วชิงเฉินเหล่ผ้าเช็ดหน้าปราดหนึ่ง เห็นไผ่เขียวตระหง่าน ใบไผ่สีเข้มบ้างอ่อนบ้างราวกับขยับได้ตามลมพัดจึงอดสงสัยไม่ได้

“ดูคุณหนูพูดเข้าสิ พวกข้าเป็นผู้หญิงธรรมดา ไม่เป็นพวกนี้จะได้อย่างไรกันเจ้าคะ” อวิ๋นจือยิ้มเอ่ย

มั่วชิงเฉินชะงัก จากนั้นคิดได้ว่า หญิงสาวเช่นอวิ๋นจือช้าเร็วต้องแต่งงานล่ะนะ เดิมคิดอยากหยอกเล่นเสียหน่อย แต่ก็คิดขึ้นมาได้อีกว่าอวิ๋นจือมองดูสุขุม แต่ก็เพียงสิบขวบนิดหน่อย พูดเรื่องพวกนี้มีแต่โทษไม่มีประโยชน์ จึงล้มเลิกคิดเสีย

“พี่อวิ๋นจือ วันนี้หู่โถวไม่กลับไปแล้ว จะนอนด้วยกันกับข้า รบกวนพี่เอาผ้าปูเตียงชุดใหม่มาให้ที” มั่วชิงเฉินเอ่ย

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือก็ไม่ถามมากความ รับคำอย่างตรงไปตรงมา

“ใช่แล้ว พี่อวิ๋นจือ ยังต้องรบกวนพี่ไปที่บ้านท่านอาสิบเอ็ดสักครั้ง บอกท่านว่าหู่โถวอยู่ที่นี่กับข้า” มั่วชิงเฉินกำชับอีก

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู” อวิ๋นจือรับคำ

เพราะการมาเยือนโดยไม่ได้คาดคิดของหู่โถว การฝึกเข็มกล้วยไม้ปัดจุดที่ไม่เคยขาดของมั่วชิงเฉินจึงต้องหยุดลง เพียงแต่นางที่ชินกับการฝึกฝนในตอนกลางคืนมานานแล้วนั้น เมื่อหยุดฝึกแล้วกลับรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง มีความรู้สึกผิดบาปอย่างมหันต์ที่ปล่อยให้เวลาต้องเสียเปล่า

“หู่โถว หรือไม่เราบำเพ็ญเพียรกันก่อนเถอะ” มั่วชิงเฉินอดไม่ได้จึงเอ่ยขึ้น

หู่โถวมองมั่วชิงเฉินปราดหนึ่งอย่างไม่พอใจว่า “ข้าไม่เอา กลางวันก็บำเพ็ญเพียรตลอดทั้งวันแล้ว เหตุใดกลางคืนยังจะบำเพ็ญเพียรอีก”

มั่วชิงเฉินแอบคิดในใจว่า แม้หู่โถวจะมีพรสวรรค์ดีเยี่ยม แต่อย่างไรเสียก็อายุยังน้อย ไม่รู้จักควบคุมตนเองสักเท่าไร ดูท่าการบำเพ็ญเพียรที่โถงเฉาหยางก็มีข้อดีข้อหนึ่ง สามารถรับประกันให้เด็กในวัยชอบเล่นมีเวลาบำเพ็ญเพียรที่เพียงพอ

“หู่โถว จะถึงการประลองย่อยปลายปีแล้วนะ ชิงเฉินโง่ ยังดึงลมปราณเข้าร่างไม่ได้ตลอดเลย เวลานี้ไม่รีบบำเพ็ญเพียร จะถูกมั่วอวี้ฉีอัดจนบวมเป็นหัวหมูได้นะ” มั่วชิงเฉินพูดอย่างน่าเวทนา

หู่โถวเม้มปากว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ได้ บำเพ็ญเพียรชั่วยามเดียวก็พอ ถึงเวลาเจ้าต้องเล่นเป็นเพื่อนข้านะ”

“ได้ๆ” มั่วชิงเฉินรีบเอ่ย

มั่วชิงเฉินไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย รีบหลับตาเริ่มบำเพ็ญเพียร จุดแสงที่คุ้นเคยจนไม่รู้จะคุ้นเคยอย่างไรส่องแสงระยิบระยับอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ราวกับตนอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ยิ่งเหมือนกับหลงเข้าไปในทางช้างเผือก จมดิ่งอยู่ในทะเลแห่งดวงดาว

อย่างช้าๆ มั่วชิงเฉินรู้สึกถึงความอุ่นๆ ร้อนๆ เล็กน้อย จุดแสงที่ร่ายรำอยู่เหล่านั้น เริ่มเข้าใกล้ตัวนาง ขนบนตัวของนางทุกเส้นล้วนสามารถสัมผัสได้ว่าจุดแสงเหล่านั้นกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างบน

เข้ามา รีบเข้ามา มั่วชิงเฉินพยายามบังคับร่างกาย ให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น ไปรับจุดแสงเหล่านั้นอย่างสุดกำลัง ทว่าในพริบตาที่จุดแสงกำลังจะเข้าไปในร่างกายนั้น ภายในร่างกายเกิดแรงผลักอย่างแรง ผลักจุดแสงที่เข้ามาใกล้เหล่านั้นออกไป

มั่วชิงเฉินถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ลืมตาแล้วใช้วิชาหมุนลูกตาฝึกสายตาพักหนึ่ง ถึงหลับตาเริ่มบำเพ็ญเพียรขึ้นมาอีก

อย่างสะลึมสะลือ มั่วชิงเฉินรู้สึกมีคนจิ้มหน้านางจึงลืมตาขึ้นทันที และก็เห็นหู่โถวกำลังยื่นนิ้วมืออวบๆ จิ้มหน้านางทีแล้วทีเล่า

“หู่โถว!” มั่วชิงเฉินตะโกนทีหนึ่ง

“หนึ่งชั่วยามผ่านไปแล้ว” หู่โถวกะพริบตาโตเป็นประกาย ทำให้มั่วชิงเฉินใจอ่อนขึ้นมา

“เร็วจังเลย ถ้าเช่นนั้นเราเล่นอะไรกันดี” มั่วชิงเฉินถาม

หู่โถวชี้ไปข้างนอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นว่า “เราไปเล่นข้างนอกกันดีหรือไม่”

มั่วชิงเฉินยกตาขึ้นมองออกนอกหน้าต่าง ข้างนอกบนพื้นบนต้นไม้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ สะท้อนแสงสีขาว มองแล้วสว่างไสวเยือกเย็น นางสั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว “ข้างนอกหนาวจะตาย มีอะไรน่าเล่นหรือ”

เมื่อก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณระยะหลัง สมรรถภาพทางกายจะกระเตื้องขึ้นขนานใหญ่ ต่อให้เป็นฤดูหนาวก็ทนหนาวได้ดีกว่าคนสามัญ ยิ่งกว่านั้นตามตบะที่ลึกล้ำขึ้นจะยิ่งไม่กลัวร้อนหนาว

บัดนี้หู่โถวอยู่บนยอดระดับหลอมลมปราณขั้นหนึ่งแล้ว แม้ตบะยังน้อยแต่ทนหนาวดีกว่ามั่วชิงเฉินมาก ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ย “เจ้าใส่เสื้อหลายชั้นหน่อย ข้ามีของสนุกให้เล่น เจ้าไม่ไปเล่นกับข้าจะต้องเสียใจทีหลัง”

เห็นท่าทางหู่โถวเต็มไปด้วยความคาดหวัง มั่วชิงเฉินก็ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง จึงพยักหน้าว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ได้”

พูดจบมั่วชิงเฉินเปิดตู้เสื้อผ้าออก หยิบเสื้อคลุมหนังจิ้งจอกสีขาวที่ยังไม่เคยใส่แม้สักครั้งเดียวคลุมไว้บนตัวว่า “ไปเถอะ”

ทั้งสองคนไม่อยากทำให้คนรอบข้างแตกตื่น จึงคลานออกจากหน้าต่างและลงพื้นอย่างแผ่วเบา มั่วชิงเฉินยืนไม่นิ่งแถมล้มกลิ้งไปอีก ทั้งตัวเต็มไปด้วยหิมะทันที

หู่โถวอดหัวเราหึๆ ไม่ได้ว่า “ชิงเฉินเจ้าโง่จัง”

มั่วชิงเฉินยื่นมือปาดหน้าทีหนึ่ง โมโหว่า “ใครให้เจ้าไม่ออกประตูกลับปืนหน้าต่างล่ะ!”

เห็นมั่วชิงเฉินโมโหแก้มป่อง หู่โถวใช้แขนกระแทกนางว่า “เด็กผู้หญิงนี่ใจแคบจัง อย่าโมโหเลย จะให้เจ้าดูของดีนะ”

“ของดีอะไร” มั่วชิงเฉินถาม

จากนั้นก็เห็นหู่โถวล้วนของสิ่งหนึ่งออกจากถุงเก็บวัตถุอย่างลึกลับ “ดูสิ”

“นี่อะไร เอ่อ ดูเหมือนจะเป็นนกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่ง” มั่วชิงเฉินดูอย่างละเอียด นกกระเรียนกระดาษยาวสามนิ้วตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่ในฝ่ามือหู่โถว

หู่โถวทำท่าทางเจ้าไม่รู้จักของดีเสียแล้ว แล้วก็เห็นเขายื่นปากเข้าใกล้นกกระเรียนกระดาษ เป่าลมใส่ทีหนึ่ง

มั่วชิวเฉินค้นพบด้วยความตกตะลึงว่า นกกระเรียนกระดาษตัวนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนยาวหนึ่งจั้งเต็มถึงหยุด ปีกคู่หนึ่งกางออก ทำให้รู้สึกว่ามันกำลังจะกางปีกโบกบินทันที

หู่โถวเห็นสีหน้าตกตะลึงของมั่วชิงเฉิน จึงหัวเราะอย่างได้ใจแล้วยื่นมืออวบอ้วนตบๆ นกกระเรียนภาคขยายว่า “นี่คือยันต์กระเรียนเหิน เป็นยันต์ระดับกลางชั้นยอดเชียวนะ”

“ยันต์ ยังมียันต์เช่นนี้ด้วยหรือ” มั่วชิงเฉินมองดูนกกระเรียนกระดาษแล้วถอนใจว่า

“ใช่แล้ว ดังนั้นถึงเป็นของชั้นยอดระดับกลางอย่างไรล่ะ เป็นของขวัญพบหน้าที่พี่เชียนซู่มอบให้หู่โถว” หู่โถวกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน

เห็นมั่วชิงเฉินตาจ้องนกกระเรียนกระดาษไม่ยอมออกเสียง หู่โถวว่า “ชิงเฉิน เราขึ้นไปนั่งกันเถอะ”

“อะ...อะไรนะ” มั่วชิงเฉินร้องด้วยความตกใจ

devc-370efb0d-33501พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 035 ตอนที่ 35