พิชิตสวรรค์ ทะยานฟ้า

พิชิตสวรรค์ ทะยานฟ้า: 028 กลศึกแห่งหลี่ซิ่น ตอนที่ 28

#28028 กลศึกแห่งหลี่ซิ่น

บทที่ 28 กลศึกแห่งหลี่ซิ่น

ขณะนี้ถ้ำล่องนิภาเป็นหนึ่งในสิบถ้ำใต้บัญชาของประมุขตู้ฉางสิงแห่งยอดเขาเจิ้นไห่ หลายวันก่อนเจิ้นไห่ซานเขาเจิ้นไห่ได้ส่งข่าวสารให้แก่ประมุขที่อยู่ใต้บัญชา ว่าการบำเพ็ญของท่านประมุขหยางชิ่งแห่งยอดเขาเส้าไท่ได้สำเร็จถึงขั้นบงกชเขียวขั้นห้าแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าอยากจะยึดอำนาจของเจ้าสำนักต่างๆ จึงได้สั่งการให้ประมุขแห่งถ้ำต่างๆ ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างกระชั้นชิด

เพราะเหตุนี้หยวนเจิ้งคุนจึงได้ส่งผู้รับใช้ที่มีฝีมือสองคนคือหลี่ซิ่นและซุนเจียวเจียวล่วงหน้าเพื่อไปสืบหาข้อมูล

ยามนี้เห็นขณะนั้นได้มีคนทั้งสองวิ่งเข้ามาอย่างเสียมารยาท คาดการณ์ได้ว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง แบบกรกะทันหันอย่างแน่นอน จิตใจเขาหนักอึ้งสงบ และ กล่าวว่า "สถานการณ์เป็นเช่นไร? หยางชิ่งฟังคำได้เรียกตัวหรือไม่?"

ไม่ว่าจะเป็นประมุขตู้ฉางสิงแห่งยอดเขาเจิ้นไห่ หรือประมุขหยางชิ่งแห่งยอดเขาเส้าไท่ ต่างก็รับใช้ประมุขหลูอวี้แห่งจวนหนานเสวียนทั้งนั้น

การบำเพ็ญของหยางชิ่งได้สำเร็จถึงขั้นบงกชเขียวขั้นห้า ประมุขหลูอวี้จึงสัมผัสได้ถึงการคุกคาม และก็ได้ส่งคำประกาศิตให้หยางชิ่งมารับใช้ตนเอง ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มีเจตนามากกว่าการทำให้หยางชิ่งหมดอำนาจ และแยกหยางชิ่งกับกองกำลังของเขาออกจากกัน

ประมุขขุนเขาทั้งหมดภายใต้จวนหนานเสวียนต่างก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ดูว่าหยางชิ่งจะรับคำประกาศิตหรือไม่ ถ้าหากรับคำประกาศิต จะแสดงให้เห็นว่าหยางชิ่งไร้ซึ่งความทะเยอทะยานและจุดหมาย ทุกคนคงรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง

หลี่ซิ่นกุมหมัดคารวะ และกล่าวด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ "ท่านประมุข พอประกาศิตของเจ้าสำนักถึงยอดเขาเส้าไท่ หยางชิ่งก็เดือดดาล ตะโกนกล่าวว่าประมุขหลูอวี้กดขี่ข่มเหงกันเกินไป และจะไม่อดทนต่อไปแล้ว จึงได้สังหารทูตส่งสารต่อหน้าผู้คน หลังจากนั้นจึงเร่งรวมพลและกองกำลังจากถ้ำทั้งสิบและเคลื่อนพลบุกเข้ามาจู่โจมยังดินแดนเจิ้นไห่ซานเขาเจิ้นไห่ ถ้ำหมื่นจิตและถ้ำตะวันศรัทธาได้ถูกตีแตกแล้ว กองกำลังของหยางชิ่งกำลังเร่งมุ่งหน้ามายังถ้ำล่องนิภา"

หยวนเจิ้งคุนสูดลมหายใจ และกล่าวอย่างประหลาดใจ "หยางชิ่งบ้าไปแล้วรึ? เขาเป็นเพียงกองกำลังของหุบเขาแห่งหนึ่งมิใช่หรือ กล้าที่จะต่อกรกับกองกำลังทั้งเก้าหุบเขาของประมุขจวนรึ?"

ซุนเจียวเจียวกุมหมัดคารวะและกล่าวว่า "หยางชิ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักหยกครามแล้ว สำนักหยกครามจึงได้ส่งลูกศิษย์จำนวนหนึ่งติดตามหยางชิ่งออกรบ นี่คงมิใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าหยางชิ่งและสำนักหยกครามสมรู้ร่วมคิดกัน และวางแผนมานานแล้ว!"

หลี่ซิ่นกล่าวอย่างตั้งใจ "ท่านประมุข ถ้ำล่องนิภาคงจะป้องกันไว้ไม่ไหวแล้ว พวกเราถอยก่อนเถิด!"

"เจ้าสารเลวคนชั่ว!" หยวนเจิ้งคุนกล่าวอย่างเดือดดาลในทันที " ประมุขขุนเขาให้ความอนุเคราะห์แก่ข้าเป็นอย่างดี อีกทั้งยังไว้วางใจให้ข้าปกป้องถ้ำล่องนิภา จะให้ข้าหนีไปอย่างนั้นหรือ! สมุนผู้ใดของหยางชิ่งรับหน้าที่อยู่ในแนวหน้า? รอให้ข้าจัดการเรื่องของถ้ำล่องนิภาเสียก่อน จะไปจึงค่อยจัดการคนชั้นต่ำเช่นหยางชิ่ง!"

ซุนเจียวเจียวตอบกลับ "ประมุขฉินเวยเวยแห่งถ้ำร้อยบุปผาเป็นทัพหน้า"

หยวนเจิ้งคุนเย้ยหยันและกล่าว "ฉินเวยเวย เหล่าสตรีพวกนี้กล้าบุกรุกถ้ำล่องนิภาของข้า คอยดูเถิดข้าจะจัดการพวกนางเช่นไร!"

ซุนเจียวเจียวรีบกล่าวเสริม "กองกำลังที่หยางชิ่งนำด้วยตนเองจะอยู่ด้านหลังของฉินเวยเวย พวกข้าทั้งสองสืบข่าวมาได้จึงรีบกลับมารายงานให้แก่ท่านประมุข หวังว่าท่านประมุขจะรีบตัดสินใจโดยเร็ว"

"..." หยวนเจิ้งคุนสีหน้าแข็งทื่อเย้ยหยัน ไม่พูดจา

เขาไม่เกรงกลัวฉินเวยเวย แต่หากรับได้ปะมือกับฉินเวยเวยแล้ว เมื่อหยางชิ่งตามมาถึงแล้ว คงจะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน ยังไม่ต้องหากไม่กล่าวถึงผู้ใต้บัญชาที่มากมายของหยางชิ่งแล้ว เพียงแค่วรยุทธ์บงกชเขียวขั้นห้าของหยางชิ่ง ก็ยากที่จะต่อกรกับเขาแล้ว

หลี่ซิ่นกล่าววิงวอนอีกครั้ง "ท่านประมุข ด้วยกำลังของพวกเรามิอาจต้านทานหยางชิ่งได้ ขอเพียงยังมีชีวิตรอดเราก็ยังคงมีความหวัง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ พวกเราต้องเร่งรีบไปพบกับ ประมุขขุนเขา เพื่อสงวนกำลังของ ประมุขขุนเขาเอาไว้ เพื่อรอคอยให้เจ้าสำนักรวบรวมกองกำลังเพื่อตอบโต้ พวกเราจึงค่อยโจมตีกลับก็ยังไม่สาย!"

หยวนเจิ้งคุนลังเลแล้ว มิง่ายนักที่จะเป็นประมุขของถ้ำล่องนิภา กว่าจะได้เสพสุขกับอำนาจและมีลูกศิษย์แห่งเมืองล่องนิภานับแสน ชิ้นเนื้อที่คาบอยู่ในปากหากจะปล่อยทิ้งไปก็ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก

ซุนเจียวเจียวกล่าวเตือนอย่างเร่งด่วน "ท่านประมุข ฉินเวยเวยกำลังส่งคนติดตามมาอย่างรวดเร็ว ช้าสุดคงใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วยามก็คงจะตามมาทันเสียแล้วกระมัง หากพวกเราไม่ล่าถอย แล้วกลับถูกฉินเวยเวยแว้งกัดเขา คิดจะหนีก็คงไม่ทันเสียแล้ว!"

"คิดว่าข้าไม่รู้อย่างนั้นรึ!" หยวนเจิ้งคุนแหงนหน้าขึ้นฟ้าและตะโกน " ประมุขขุนเขาเลี้ยงดูข้าเป็นอย่างดี หากข้าไม่สู้และยังหนีเอาตัวรอด ประมุขขุนเขาคงจะไม่ปล่อยข้าไว้อย่างแน่นอน แม้ประมุขขุนเขาจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีต แต่ท่านเจ้าสำนักก็กำลังโกรธเคือง เกรงข้ากลัวว่าข้าจะถูกฆ่าเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้อื่น!"

หลี่ซิ่นและซุนเจียวเจียวต่างก็พูดไม่ออก หยางชิ่งก่อกบฏ เจ้าสำนักต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างยิ่ง หากผู้ที่อยู่ใต้บัญชาหลบหนีในระหว่างการต่อสู้ เจ้าสำนักต้องไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

ทันใดนั้นซุนเจียวเจียวเหมือนจะกล่าวบางอย่างแต่ก็เงียบไปชั่วขณะ ริมฝีปากแดงเปิดออกเล็กน้อยเริ่มมีสีแดง และพูดเบาๆ ว่า "ยอมแพ้ล้ว!"

หยวนเจิ้งคุนและหลี่ซิ่นมองอย่างมีอาการสะดุ้งตกใจอยู่บ้างเล็กน้อยกระโดดออกมาดู คงมีเพียงผู้ที่สนิทสนมกันเท่านั้นจึงจะกล้าพูดจาเช่นนี้

แต่หยวนเจิ้งคุนรีบปฏิเสธความคิดที่จะยอมแพ้ด้วยการส่ายหน้า "สำนักหยกครามต้องสนับสนุนหยางชิ่งอย่างแน่นอน หยางชิ่งเคยมีบุญคุณต่อพวกเขา ครั้งหนึ่งเมื่อจวนหนานเสวียนถูกบุกยึด หยางชิ่งไม่เพียงแต่จัดสรรสถานที่ให้แก่เหล่าขุนนาง ยังทำให้เหล่าศิษย์สำนักหยกครามสงบลง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน! แม้พวกเราจะยอมแพ้แต่ก็คงไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่ คงได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ชื่อเสียงทั้งหมดคงจะพังพินาศเพราะการยอมแพ้ เหตุใดจึงต้องทำให้ตนเองลำบากด้วยเล่า!"

หลี่ซิ่นและซุนเจียวเจียวต่างก็เงียบไม่พูดจา รู้ว่าสิ่งที่หยวนเจิ้งคุนกล่าวนั้นถูกต้อง คู่สามีภรรยาเหยียนซิวและหลัวเจินต่างก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในอดีต เคยมีตำแหน่งและอำนาจในถ้ำล่องนิภา? ต่อให้มีเพียงแต่การฝึกฝนบำเพ็ญถึงบงกชขาวขั้นสามก็เท่านั้น สุดท้ายก็ต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าซึ่งก็ไม่ต่างจากคนเลี้ยงม้าในถ้ำล่องนิภาสักเท่าไหร่หรอก

"ข้ามีแผนการ สามารถทำให้ท่านประมุขหลบหนีได้ เพียงแต่ท่านประมุขยึดมั่นในน้ำมิตรต้องหนักแน่น เกรงว่าท่านจะไม่สามารถทำเช่นนี้ได้" หลี่ซิ่นจึงแกล้งถอนหายใจ

"ในเวลาเช่นนี้ก็ไม่ต้องมาปิดๆ บังๆ อีกแล้ว อย่าได้ปิดบังอีกเลย" หยวนเจิ้งคุนยื่นมือออกมากวักมือและกล่าว "พูดออกมาเถิดอย่าได้ใส่ใจ!"

หลี่ซิ่นเร่งรีบเดินเข้าไป และกระซิบข้างๆ หูของเขา...

กริ๊งๆๆกริ๊งกริ๊ง!

เสียงเตือนของถ้ำล่องนิภาดังขึ้น ทันทีที่เหล่านักพรตได้ยินเสียงเตือน พวกเขามุ่งหน้าไปยังหุบเขามังกรหมอบและควบอาชามังกรเร่งรีบไปรวมตัวกันที่ภายนอกโถงล่องนิภา

จนถึงตอนนี้เหมียวอี้ยังไม่มีพาหนะของตนเอง ตั้งแต่ตอนที่วรยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับฝึกฝน ท่านประมุขก็มิได้สนใจช่วยเหลือในความยากลำบากที่เขาได้รับ ดังนั้นจึงได้แต่ขี่เจ้า 'เฮยทั่น' ที่อ้วนท้วนเท่านั้น

ขณะที่เขายังไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ได้เห็นทุกๆคนถืออาวุธ เหยียนซิวที่ขี่อาชามังกรพร้อมทั้งถือขวานคู่ พร้อมด้วยหลัวเจินที่กำลังถือดาบยาวด้วยความองอาจ

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?" เหมียวอี้ควบ 'เฮยทั่น' รีบมาหายังเหยียนซิว และได้ใช้เคล็ดวิชาส่งเสียง เพื่อสอบถาม

"ต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เสียงเตือนดังขึ้นยาวนานแล้ว คงจะหมายถึงการต่อสู้ที่จะเริ่มขึ้นแล้ว" เหยียนซิวกล่าวเพื่อเตือนความจำ "น้องชายศิษย์พี่ สิ่งที่ข้าพูดกับเจ้าท่านเมื่อคราวก่อนเจ้าท่านยังจำได้หรือไม่?"

ในที่สุดการต่อสู้ของเหล่านักพรตตามที่เล่าลือในตำนานก็มาถึงแล้ว? เหมียวอี้ผงกพยัคศีรษะด้วยหัวใจที่บีบรัด เข้าใจความหมายสิ่งที่เหยียนซิวต้องการสื่อความหมาย หากไม่สามารถเอาชนะได้ก็จงยอมแพ้ ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปทิ้ง

ทุกคนในถ้ำล่องนิภาต่างก็ไปรวมตัวอยู่ใต้โถงใหญ่ 'หมูอ้วน' ที่เหมียวอี้กำลังขี่ึ่อยู่นั้นช่างสะดุดตา ทำให้คนไม่น้อยหัวเราะออกมา

หลังจากเฉาติ้งเฟิงได้รู้สาเหตุ ว่าเป็นเพราะตนเองไม่ได้ใส่ใจ จึงเตรียมตัวที่จะหาอาชามังกรที่ลักษณะดีสักหนึ่งตัวมอบให้แก่เหมียวอี้

ท่านประมุขหยวนเจิ้งคุนควบอาชามังกรออกมาอย่างรวดเร็ว และพุ่งตรงไปยังแท่นภายในโถง ยกง้าวขึ้นและตะโกนอย่างเดือดดาลว่า "ประมุขหยางชิ่งแห่งยอดเขาเส้าไท่เป็นดั่งจิ้งจอกที่ดุร้าย เขาปรารถนาที่จะชิงตำแหน่งเจ้าสำนักจวนหนานเสวียน และเริ่มก่อกบฏฎแล้ว!"

ทุกคนส่งเสียงดังกึกก้อง เหมียวอี้รีบส่งเสียงเพื่อสอบถามเหยียนซิวว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

"เหตุการณ์ภายในครั้งนี้มิใช่เรื่องเล็ก หยางชิ่งคือผู้ที่ประมุขหลูอวี้ขจัดออกจากจวนหนานเสวียน มีวรยุทธ์สูงส่ง ในเมื่อเขากล้าประกาศศึกกับหลูอวี้ ต้องมีความมั่นใจมากอย่างแน่นอน..." เหยียนซิวแอบ อธิบายความสัมพันธ์ดีร้ายจุดเด่นจุดด้อยให้แก่เหมียวอี้

…………………………

devc-a3b5dd88-33025พิชิตสวรรค์ ทะยานฟ้า: 028 กลศึกแห่งหลี่ซิ่น ตอนที่ 28