Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 041 ตอนที่ 41

#41Chapter 041

บทที่ 41 รับเละ

‘ติ๊ด!’ ข้อความจากเพื่อนที่แอดไว้ส่งเข้ามาทีละฉบับๆ

เหล่าน่าเอ้าเจียว “ยอดฝีมือ นายตีบอสตายได้จริงๆ แล้วอะ! ฮา ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องทำได้”

เสวี่ยจงซา “น้องยอดฝีมือ ไปฆ่าบอสไม่พาพี่ไปด้วยเลย ไม่รักกันจริงนี่นา!”

ไป่ฟาอีจง “ยินดีด้วย!”

เจ้าอ้วนหาน “เชด! ฉันขอเหยียดหยามนายไอ้คนเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน ไปเล่นสามเส้ากับสาวสวยสองคน ไม่แบ่งให้พี่สักคนเลย!”

ชื่อเลี่ยนหั่ว ชิงซือหรูเสวี่ยก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดี แต่ว่าความหมายระหว่างบรรทัดปิดความอิจฉาริษยาไว้ไม่อยู่ มีกลิ่นเปรี้ยวโชยออกมา

..........

“เอาล่ะ อย่าทำอย่างกับเป็นเด็กๆ แบ่งเครื่องในกันได้แล้ว!” จางหยางรับพี่น้องสองคนนี้ที่มีสัญลักษณ์รูปเหรียญทองลอยเต็มหน้าไม่ได้จริงๆ

‘ติ๊ง! คุณได้รับแบ่ง 40 เหรียญเงิน!’

เป็นถึงบอสระดับเงินสีขาว ทำไมให้แค่ 1.2 เหรียญทอง งกจริงๆ เลย!

“จ้านอวี้ บอสตัวนี้หลักๆ แล้วนายเป็นคนฆ่า ไอเทมที่ดรอปมาทั้งหมดให้เป็นของนายเลย” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดอย่างใจกว้าง

จางหยางอดมึนไม่ได้จึงพูดขึ้นว่า “อุปกรณ์สวมใส่พวกนี้ หยิบมั่วๆ ไปวางขายที่ร้านประมูลอย่างน้อยต้องได้ซัก 1000 เหรียญทอง! ทำไมพวกเธอถึงดีใจให้กับเหรียญทองไม่กี่เหรียญขนาดนั้น แล้วยอมปล่อยอุปกรณ์สวมใส่ที่แพงขนาดนี้ไปล่ะ?”

“คนบ้าเงิน!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ส่งสายตาดูถูกให้จางหยาง “แบบนี้เขาเรียกว่ารักเงินอย่างสุภาพชน ต้องได้มาอย่างถูกต้อง ห้ามยุ่งกับของที่ได้มาโดยทุจริต!”

“ไม่ได้พูดกันว่า ม้าไม่มีหญ้ากินตอนดึกไม่อ้วน คนไม่มีเงินที่ได้มาโดยทุจริตไม่ร่ำรวยหรอกเหรอ?” จางหยางพูดพลางหัวเราะ

“ขี้เกียจยุ่งกับนายแล้ว!” ผู้หญิงทั้งสองคนพูดด้วยความรังเกียจ

จางหยางคิดสักครู่แล้วพูด “ทุกคนช่วยกันตีบอส คนที่ได้เจอต้องมีส่วน! เอาอย่างนี้ละกัน ถ้าเปิดมาเป็นของที่ฉันใช้ได้ ฉันก็จะเอาไปอย่างไม่เกรงใจ ส่วนอย่างอื่นพวกเราแบ่งเท่าๆ กัน”

“ก็ดี!” ผู้หญิงสองคนตกลงแล้ว อย่างไรนี่ก็เป็นของที่บอสระดับเงินสีขาวดรอปมาเลยนะ!

[แหวนของผู้พลีชีพ] (เกรดเงินสีขาว, แหวน)

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +10

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +10

อุปกรณ์สวมใส่: ทำให้อัตราการโจมตีติดคริติคอลเพิ่มขึ้น 1%

เลเวลที่ต้องการ: 20

ผู้หญิงสองคนกดปล่อยวาง อุปกรณ์สวมใส่จึงเข้าไปอยู่ในเป้สะพายหลังของจางหยางทันที

นับว่ามือแดงหนึ่งครั้งแล้ว จากนั้นจางหยางก็ไปแตะศพต่อ

[หมวกนักเวท] (เกรดเงินสีขาว, เกราะผ้า)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +4

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +48

ค่าสติปัญญา (Wisdom: WIS): +24

ค่าพลังวิญญาณ (Spirit: SPR): +8

เลเวลที่ต้องการ: 20

คำเตือน: “เคยเป็นของนักเวทผู้ยิ่งใหญ่อันดูอิน แสดงถึงสติปัญญาและความแข็งแกร่ง!”

จางหยางปล่อยวางการทอยแต้มก่อนใคร ไกวเสวี่ยเอ๋อร์จึงถูกบีบให้รับไป

[บูทสลักลาย] (เกรดเงินสีขาว, เกราะผ้า)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +8

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +15

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +5

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +20

เลเวลที่ต้องการ: 20

ไม่เหมาะกับคนทั้งสาม ดังนั้นจึงทอยแต้มกันทุกคน สุดท้าย สุ่ยเยียนเอ๋อร์ทอยได้ 78 แต้มจึงได้ไป

[บทสวดศักดิ์สิทธิ์] (หนังสือทักษะ)

วิธีใช้: สอนให้คุณสามารถใช้ทักษะ ‘บทสวดศักดิ์สิทธิ์’

อาชีพที่ต้องการ: นักบวช, อัศวิน

“รีบๆ เรียนเร็ว จะได้ดูว่าสกิลนี้เป็นยังไง?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หลังจากจางหยางและสุ่ยเยียนเอ๋อร์ปล่อยวาง เมื่อไกวเสวี่ยเอ๋อร์ได้รับหนังสือสกิลก็ตีลงบนตัว เพื่อเรียนรู้สกิลทันที จากนั้นก็เอาคำอธิบายสกิลโพสต์ลงช่องปาร์ตี้

[บทสวดศักดิ์สิทธิ์] (เลเวล 1): ทำให้เป้าหมายฟื้นฟูค่าพลังชีวิตที่เกิดจากความเสียหายเวท 100% และยังทำให้ผู้เล่นอีกสี่คนที่อยู่ใกล้เป้าหมายที่สุดฟื้นฟูค่าพลังชีวิตที่เกิดจากความเสียหายเวท 25% ผลาญค่าพลังเวท: 50 แต้ม ระยะเวลาในการร่ายเวท: 1.5 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์: 10 วินาที

ไม่รู้ว่าถ้าอัพเลเวลสกิลแล้ว จะเพิ่มปริมาณการรักษา ลดระยะเวลาในการร่ายเวท หรือว่าจะลดระยะเวลาคูลดาวน์ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สกิลฮีลหมู่วงกว้างอันนี้ก็เจ๋งโคตร! เมื่อมีสกิลนี้การคุกคามของบอสที่โจมตีวงกว้างพวกนั้นก็ลดลงเยอะมาก

ใต้ศพบอสเหลือหนังสือสกิลสีแดงแค่เล่มเดียวเท่านั้นแล้ว

[ตาเหยี่ยว] (หนังสือทักษะ)

วิธีใช้: สอนให้คุณสามารถใช้ทักษะ ‘ตาเหยี่ยว’

อาชีพที่ต้องการ: นักรบ, อัศวิน, ฮันเตอร์, จอมโจร

“เอ๋! เรียนได้ตั้งหลายอาชีพ สรุปแล้วสกิลนี้คืออะไรกันแน่นะ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์อยากรู้อยากเห็นอีกแล้ว

จางหยางกลับตื่นเต้นสุดๆ พูดขึ้นว่า “อันนี้ฉันจะเอา!”

“ชิ! จะตื่นอะไรขนาดนั้น ก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าของที่ดรอปออกมาเป็นของนาย” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบะปากแล้วกดปล่อยวาง ตอนแรกไกวเสวี่ยเอ๋อร์คิดจะแหย่จางหยางเสียหน่อย แต่ได้พูดกันไว้ก่อนแล้วว่าจะไม่แย่งของที่ดรอปจากบอส จึงกดปล่อยวาง

เมื่อจางหยางได้หนังสือสกิลก็เอามาตีลงไปที่ร่างกายทันที แสงสีทองสายหนึ่งวาบขึ้นมา ในหน้าต่างสกิลมีสกิลใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

“เร็วๆ รีบเแปะออกมาให้ดูหน่อย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เห็นจางหยางเอาแต่ยิ้มโง่ๆ เลยอดเร่งไม่ได้

จางหยางหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็แปะสกิลที่เพิ่งเรียนมาใหม่ลงที่ช่องปาร์ตี้

[ตาเหยี่ยว (ถูกกระทำ)] (เลเวล 1): คุณสามารถค้นหาจุดอ่อนของเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทุกการโจมตีจะเพิกเฉยต่อค่าการป้องกันของเป้าหมาย 50%

“ชิ! ฉันก็นึกว่าจะเป็นสกิลระดับเทพขนาดไหน สกิล ‘ทลายเกราะ’ ของนักรบเลเวล 20 ก็ลดค่าการป้องกันได้ 50% เหมือนกันแหละ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบะปากเล็กๆ อีกครั้ง

“เหอะๆ ข้อแรก ‘ทลายเกราะ’ แต่ละชั้นลดค่าการป้องกันได้แค่ 10% ต้องซ้อนกัน 5 ชั้นถึงจะได้ผลแบบนี้ กว่าเธอจะซ้อนสกิล ‘ทลายเกราะ’ ได้ 5 ชั้น ฉันก็ฟันเธอไปไม่รู้กี่ดาบแล้ว! อีกอย่าง เวลาดึงมอนเป็นกลุ่ม ถ้าเธอจะซ้อน ‘ทลายเกราะ’ 5 ชั้นให้มอนทั้งหมดต้องใช้เวลานานขนาดไหน” จางหยางหัวเราะอย่างได้ใจ “ข้อสอง ‘ตาเหยี่ยว’ ใช้ซ้อนกับ ‘ทลายเกราะ’ ได้อีกด้วย!”

คราวนี้ทั้งสุ่ยเยียนเอ๋อร์และไกวเสวี่ยเอ๋อร์ตกตะลึงกันหมด!

ชาติที่แล้วจางหยางชอบสกิลนี้มาก แต่น่าเสียดายที่อัตราการดรอปของหนังสือสกิล ‘ตาเหยี่ยว’ นี้ต่ำมาก นับทั้งภูมิภาคจีน มากที่สุดก็ไม่เกินร้อยคนที่มีสกิลนี้ จางหยางไม่เคยได้สกิลนี้มาก่อน และก็ไม่เคยเจอในร้านประมูลด้วย หากอัพสกิลนี้ขึ้นไปถึงเลเวล 10 ประสิทธิภาพในการเพิกเฉยค่าการป้องกันจะสูงถึง 95% เวลาที่ต้องโจมตีบอสที่มีค่าการป้องกันสูง หรือ PK กับอัศวินป้องกันหรือนักรบป้องกัน สกิลนี้จะยิ่งกว่าสกิลเทพอีก!

อย่างเมื่อกี้ถ้าจางหยางมีสกิล ‘ตาเหยี่ยว’ ล่ะก็ สามารถเพิกเฉยค่าการป้องกันของบอสได้ 50% การโจมตีแต่ละครั้งจะทำค่าดาเมจได้สูงขึ้นประมาณ 50 คะแนน ค่าการโจมตีเพิ่มขึ้นเกือบจะเท่าตัวแล้ว!

หลังจากนั้นก็เปิดได้อุปกรณ์สวมใส่เกรดเงินสีขาวอีกเจ็ดแปดชิ้น ไม่มีชิ้นไหนที่เหมาะสมกับจางหยาง แต่ว่าเขาโชคดีไม่เลว ทอยแต้มชนะมาสามชิ้น เป็นเกราะผ้าสองชิ้นกับเกราะเหล็กของอัศวินแม่นม เกราะผ้าเอาไว้ให้เจ้าอ้วนหาน ส่วนเกราะเหล็กตอนแรกจางหยางคิดจะเอาให้เซินไห่เตอโยวอวี้ แต่ภายหลังคิดดูแล้วว่าเซินไห่เตอโยวอวี้อาจจะรู้สึกเกรงใจไม่กล้ารับอุปกรณ์สวมใส่ที่แพงขนาดนี้ จึงตัดสินใจจะเอาไปขายที่ร้านประมูลแทน

“แบ่งของเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลับเมืองเถอะ!” จางหยางควักใบเทเลพอร์ตออกมาแล้วฉีกออก ขณะเดียวกันก็พูดขึ้นว่า “ใช่แล้ว พวกเธอเล่นหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายรึเปล่า?”

“บอสหมายเลขหนึ่งยากเกิ๊น แทงค์สองตัวดึงความเกลียดชังไม่นิ่ง ตายไปทีละคนๆ ตีไม่รอด” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ตอบ ขณะเดียวกันก็หยิบใบเทเลพอร์ตออกมาฉีกพร้อมกันกับไกวเสวี่ยเอ๋อร์

“ทำไม นายจะพาพวกเราไปตีหรอ?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ถามต่อ

แสงสีขาวสายหนึ่งม้วนผ่าน จางหยางมาปรากฏตัวที่จุดเทเลพอร์ตของเมืองไวท์เจดเรียบร้อย แสงสีขาวอีกสองสายวาบตามขึ้นมา ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็มาปรากฏตัวที่ข้างกายเขา

“ฉันต้องการแร่อย่างหนึ่งตรงบอสหมายเลขสาม อุปกรณ์สวมใส่อย่างอื่นฉันไม่เอา เป็นยังไง?” จางหยางพูดพลางหัวเราะ ตอนนี้โล่ดินเผาทรงกลมขายดีขนาดนั้น แร่ทองแดงหายากตรงบอสหมายเลขสามไปครั้งหนึ่งก็ได้มา 2-4 ก้อน นี่คือ 2-4 พันเหรียญทองเลยนะ! แม้ผู้หญิงสองคนนี้จะเป็นพวกบ้าเงิน แต่นิสัยใจคอที่พวกเธอแสดงออกมาให้เห็นควรค่าแก่การชื่นชม ดังนั้นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายแบบนี้ต้องให้กับคนที่เขามองแล้วไม่ขัดตาก่อนอยู่แล้ว

“ตกลงๆๆ ฉันจะไปรวบรวมคนเดี๋ยวนี้” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กระโดดร้องด้วยความดีใจ แต่เมื่อผ่านไปสักครู่ เธอก็มองจางหยางด้วยแววตาสงสัยแล้วถามว่า “เฮ้ นายคงไม่ได้คิดอะไรกับฉันแล้วก็พี่สาวหรอกนะ?”

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้าแสดงสีหน้าพอใจ พร้อมกันนั้นก็พูด “เยียนเอ๋อร์น้อย ในที่สุดเธอก็รู้สึกถึงอันตรายแล้ว!”

“ไม่!” จางหยางกลับส่ายหัว

“ถ้างั้นก็ดี” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เชื่อทันที กระโดดโลดเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

“สาวน้อยอ่อนต่อโลก!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พ่ายแพ้จนต้องล่าถอยทันที

“จวนจะทุ่มแล้ว ไปหาข้าวกินก่อนสักชั่วโมง สองทุ่มพวกเรามาเจอกันใหม่ โอเคมั้ย?” จางหยางมองดูเวลา

“อื้ม พอนายพูดแบบนี้ ฉันเลยเพิ่งรู้ว่าตัวเองหิวมาก! เจ๊ เดี๋ยวพวกเราไปกินไรกันดี?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เรียก

“.... อาร์ค เดอ ทรียงฟ์ เสต็กเนื้อที่นั่นไม่เลว!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์คิดสักครู่แล้วพูด

“ตกลง! ไปกันได้แล้ว ไปเร็ว”

สองคนนี้พอบอกออฟไลน์ก็ออฟไลน์ไปเลย แถมยังออฟไลน์เร็วกว่าจางหยางเสียอีก ร่างกายเปลี่ยนเป็นโปร่งแสงแล้วหายไปจากสายตาของจางหยางอย่างรวดเร็ว

จางหยางหัวเราะแล้วก็ออฟไลน์เหมือนกัน

หญิงสาวสองคนนี้ที่บ้านน่าจะรวย! ทันใดนั้นจางหยางก็คิดขึ้นมาได้ว่า เมืองที่เขาอยู่ก็มีร้านอาหารฝรั่งชื่อ ‘อาร์ค เดอ ทรียงฟ์’ เหมือนกัน เสต็กเนื้อเป็นอาหารขึ้นชื่อ ชาติก่อนหลังจากที่เขาร่ำรวยแล้วก็เคยไปกินที่นั่นหลายครั้ง รสชาติไม่เลวจริงๆ

ไม่แน่ว่าเขาและผู้หญิงสองคนนั้นอาจจะอยู่เมืองเดียวกันก็ได้!

ขณะกำลังคิดอะไรมั่วซั่ว จางหยางก็วิ่งลงไปใต้ตึกซื้อข้าวกล่องราคาห้าหยวนมาสองกล่อง ช่วยไม่ได้ เขากินจุข้าวกล่องเดียวกินไม่อิ่มจริงๆ

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ เขาก็พักผ่อนสักพัก จากนั้นจึงออนไลน์ใหม่

เขาไปที่ร้านตีเหล็กเพื่อทำหินลับมีดเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญ เกือบหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาก็ทำหินลับมีดระดับต้นได้เก้าร้อยกว่าอันแล้ว ในที่สุดก็ยกระดับสกิล ‘ตีเหล็ก’ ขึ้นไปอยู่ระดับกลาง

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ เชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้ของเธอ ตอบรับหรือไม่?’

สองทุ่มตรง จางหยางก็ได้รับคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้จากสุ่ยเยียนเอ๋อร์ ผู้หญิงสองคนนี้ตรงต่อเวลาดี

เขากดตอบรับอย่างง่ายดาย หลังจากเข้ามาในปาร์ตี้ มองดูก็พบว่าสมาชิกปาร์ตี้สิบคนครบแล้ว เหล่าน่าเอ้าเจียวก็เป็นหนึ่งในนั้น

หลังจากทักทายกันเรียบร้อย สมาชิกปาร์ตี้ก็ไปรวมตัวกันที่ปากทางเข้าดันเจี้ยน พอทุกคนมาครบก็เข้าดันเจี้ยนเริ่มตี

ที่ทำให้จางหยางแปลกใจก็คือ ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์มีความสามารถในการเล่นเกมโดดเด่นไม่ธรรมดา! พูดถึงสุ่ยเยียนเอ๋อร์ก่อน สาวน้อยคนนี้ใช้ดาบถือสองมือ กวัดแกว่งดาบแกร่งกล้าดุดันราวกับเสือ เข้าใจการหมุนเวียนใช้สกิลทำดาเมจเป็นอย่างดี เมื่อตีจบมาดูสถิติ ค่าดาเมจของเธอเป็นที่สองรองจากจางหยางเท่านั้น ทิ้งอันดับที่สามไปหนึ่งช่วงถนน!

ส่วนไกวเสวี่ยเอ๋อร์นั้นการมองภาพรวมดีมาก ใครเลือดลด เธอก็จะฮีลทันที จากนั้นก็จะดูตามสถานการณ์ว่าต้องฮีลซ้ำหรือไม่ เธอควบคุมการใช้ค่าพลังเวทได้แม่นยำมาก ไม่ปล่อยให้เสียเปล่าสักหยด! ทุกครั้งที่จบการต่อสู้ สามารถควบคุมให้แถบบลูของเธอเหลือประมาณครึ่งหนึ่งได้เสมอ แต่เมื่อหันไปดูตัวฮีลอีกคน ทุกครั้งที่การต่อสู้จบลงบลูก็จะหมดลงด้วยเช่นกัน! และเมื่อดูสถิติการรักษา ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ฮีลไป 62% กดตัวฮีลอีกคนไว้อยู่หมัดเลย!

สองคนนี้ถ้ายอมเหนื่อยฝึกฝนเรียนรู้จริงจังสักหน่อย ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าอาจจะกลายเป็นยอดฝีมือ ถึงไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไปถึงคลาส S แต่ไปชิงตำแหน่งในลีกอาชีพคลาส A ได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน!

น่าแปลก ทำไมชาติที่แล้วไม่เคยได้ยินชื่อของผู้หญิงสองคนนี้มาก่อนนะ!

ถึงแม้กิลด์ซือเล่อหยวนจะเทียบกับพวกกิลด์ขนาดใหญ่ไม่ได้ แต่อย่างไรก็เป็นกิลด์กึ่งมืออาชีพมีบริษัทสนับสนุน ดังนั้นสมาชิกชั้นยอดจึงมีพื้นฐานการเล่นเกมดีมาก ส่วนกิลด์ต้าโม่กูเยียนนี้ยังห่างชั้นอีกเยอะ ถึงแม้สุ่ยเยียนเอ๋อร์จะเลือกสมาชิกในกิลด์ที่อุปกรณ์สวมใส่ดีที่สุดมาแล้ว แต่การทำดาเมจก็ยังเทียบกับกิลด์ซือเล่อหยวนไม่ได้อยู่ดี

ยังดีที่ตอนนี้จางหยางเลเวล 18 แล้ว อุปกรณ์สวมใส่ทั้งร่างเป็นเกรดทองแดงสีเขียว สามารถบดขยี้บอสกลับได้แล้ว บวกกับตัวสุ่ยเยียนเอ๋อร์เองก็มีความสามารถสูง การฮีลของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก็ไม่ได้โม้ ตลอดทางแม้จะตกใจบ้างแต่ก็ไม่อันตราย จึงคว่ำบอสหมายเลขสามดาดาร์ดาได้สำเร็จ

.....................................................................

devc-deea01d9-33157Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 041 ตอนที่ 41