Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ

Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 055 ตอนที่ 55

#55Chapter 055

ตอนที่ 55: เมืองหินน้ำแข็ง

ตกกลางคืน บ้านหินไร้แสงสว่างหลบซ่อนอยู่ในความมืด ฉินเลี่ยขดตัวกอดเข่าอยู่ที่หัวมุม จ้องมองความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า

โต๊ะและเก้าอี้ได้รับการทำความสะอาด ไม่มีฝุ่นละอองแม้แต่นิด เขาสามารถได้ยินเสียงพึมพำดังมาจากห้องน้ำ มองเห็นเงาอันงดงามและมีชีวิตชีวาทำนู่นทำนี่อยู่ภายในห้อง…

วันเวลาที่พวกเขาได้ใช้ร่วมกันถูกฉายอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ได้จากไปแล้ว…

ฉินเลี่ยกุมอก เขารู้สึกว่ามีหลายอย่างที่เขายังไม่ได้พูดในตอนนั้น เขาไม่รู้ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี หัวใจขอเขากำลังปวดร้าว

“ปัง!”

ประตูเปิดออกอย่างแรงในทันที ร่างแต่ละร่างค่อย ๆ เข้ามาในบ้าน ทุกคนล้วนถือเหยือกสุราเอาไว้ในมือ

เป็นหลิงเฟิง หลิงซิน หลิงเฉียวและหลิงหยิงนั่นเอง

“มาดื่มกันเถอะ ฉินเลี่ย!” หลิงซินวางเหยือกสองใบลง เขาฉีกผ้าน้ำมันกันน้ำออกก่อนจะรินใส่เต็มจอกแล้วยื่นให้ฉินเลี่ยพลางตะโกนว่า “มา ดื่ม!”

“ดื่ม!” หลิงเฟิงและหลิงเฉียวตะโกนพร้อมกัน

แม้แต่หลิงหยิงก็ร่วมวงช่วยเร่งเร้าให้ฉินเลี่ยดื่ม ทุกคนต่างมีสีหน้าหนักอึ้ง แต่พวกเขาไม่ได้พูดจาแบบสบาย กลับกัน พวกเขากลับใช้ท่าทางเป็นตัวสื่อความรู้สึกแทน

ฉินเลี่ยรู้สึกว่าหัวใจของเขาอบอุ่นเล็กน้อย เขารับจอกมา เงยหน้าขึ้นก่อนจะกระดกรวดเดียว

สุราร้อนแรงเข้าสู่ท้อง เขารู้สึกว่าใบหน้ากำลังถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ ความเจ็บปวดในใจดูเหมือนจะบรรเทาลงเล็กน้อย เขาเริ่มลืมตัวเองก่อนจะคว้าชามจากหลิงเฟิง หลิงเฉียวและหลิงหยิง เขาเริ่มเทสุราลงไปในคอโดยไม่สนสีหน้าประหลาดใจของอีกฝ่าย ราวกับว่าเขาอยากจมดิ่งลงไปในสุรา

ดวงตาของหลิงเฟิงและคนอื่นเป็นสีแดง พวกเขาไม่กล่าวอะไรสักคำก่อนจะยื่นสุราให้อีกฝ่าย

“มาดื่มกันเถอะ พวกเจ้าก็ควรจะดื่มด้วย มาเมาไปด้วยกัน!” ฉินเลี่ยคำราม

“ได้! ทุกคนมาดื่มกัน ไม่เมาไม่เลิก!” หลิงซินคำรามเช่นกัน

ดังนั้น ทั้งกลุ่มจึงดื่มอย่างบ้าคลั่งขณะกรีดร้องอยู่ภายในบ้านหินจนเกิดเสียงอึกทึกครึกโครมมากมาย

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว แต่ตระกูลหลิงยังได้ยินเสียงกรีดร้องและร้องไห้ดังมาจากบ้านหลังนั้น แต่พวกเขาทุกคนเข้าใจ พวกเขาพากันส่ายหัวหลังจากได้ยินเสียงคำรามก่อนจะครุ่นคิดว่า ปล่อยพวกเขาไปเถอะ

มันช่างเป็นค่ำคืนที่เมามายเสียจริง

วันต่อมา เมื่อฉินเลี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าแสงอาทิตย์ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า นี่เป็นเวลาบ่ายแล้ว

ภายในบ้านหิน หลิงเฟิง หลิงซินและคนอื่นล้มกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะบ้าง ใต้โต๊ะบ้าง ใต้เตียงบ้างหรือมุมกำแพงบ้าง แม้แต่หลิงหยิงที่อยู่บนเตียงหินของเขาก็มีสภาพยุ่งเหยิง มุมปากของนางมีคราบน้ำลายขณะนอนหลับสนิท

คนเหล่านี้เป็นสหายที่เขาร่วมบุกน้ำลุยไฟที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์ เมื่อเขาถึงจุดต่ำสุดของชีวิต พวกเขาก็มาช่วยปลอบเพื่อไม่ให้เขานอนหลับในค่ำคืนอันแสนบ้าคลั่ง พวกเขาหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่อยู่ในใจเขาได้

ในใจของฉินเลี่ยรู้สึกซาบซึ้ง เขาไม่ปลุก แต่เลือกที่จะหยิบยาวิญญาณที่เหลืออยู่กับตัวยัดใส่เสื้อของหลิงเฟิง หลิงซินและหลิงเฉียว

ย้อนกลับไปตอนที่เขาเข้าไปยังเทือกเขาอาร์คติกเป็นครั้งแรกกับถูเสือและกลุ่มของเขา เขาได้รับยาวิญญาณพวกนี้จากการค้นร่างของผู้ฝึกวรยุทธ์จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย เขาได้มอบให้เป็นของขวัญกับหลิงอวี้ฉีในรูปแบบของหมั้นอย่างหนึ่ง ตอนนี้เขามอบมันให้คนอื่นหมดแล้ว…

ฉินเลี่ยจ้องพวกเขาก่อนจะกล่าวเสียงเบาว่า “รักษาตัวด้วย” อยู่ในใจ จากนั้นจึงเดินออกจากบ้านหินแล้วเข้าไปในเมือง

เพียงไม่นาน เขาได้ยินจากสมาชิกตระกูลหลิงว่าหลิงเฉิงเย่ได้ประกาศยกเลิกพิธีหมั้นหมายของหลิงอวี้ฉีเมื่อคืนนี้ ก่อนตะวันขึ้น หลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนได้ออกจากเมืองหลิงด้วยรถม้าเพื่อมุ่งหน้าสู่หุบเขาเจ็ดอสูรแล้ว

“หุบเขาเจ็ดอสูร… สักวันข้าจะไปที่นั่นให้ได้”

ฉินเลี่ยพูดเสียงแผ่วครั้งหนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภูเขาสมุนไพรภายใต้แสงตะวันอันร้อนแรง

ภายในถ้ำภูเขาสมุนไพร

เขาจัดของที่กระจัดกระจายให้เป็นระเบียบอย่างลวก ๆ มีทั้งรูปแกะสลักไม้ ตราเมฆดารา คริสตัลอัคคีและวัตถุดิบที่กระจัดกระจายถูกนำใส่กระเป๋าผ้าอย่างระมัดระวัง

เมื่อคว้ากระเป๋าขึ้นมา เขาเผยสีหน้าซับซ้อนขณะมองไปยังหินที่ยื่นออกมาที่อยู่ด้านหลังเสาหิน ผ่านไปพักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็กล่าวว่า “ได้เวลาต้องไปแล้ว…”

จากนั้นเขาดันหินที่ยื่นออกมานั้นลง ก่อนจะออกจากถ้ำโดนไม่เหลียวหลังมาดู ในเวลาอันสั้น เขาก็เดินเท้าออกมาจากภูเขาสมุนไพร

เมื่อนานมาแล้ว ท่านตาเคยกล่าวว่าหินที่ยื่นออกมานั้นเป็นปุ่มสำคัญของโครงสร้างแปลกประหลาดที่อยู่ภายในภูเขาสมุนไพร มันสามารถกำจัดและทำลายทุก ๆ ร่องรอยที่อยู่ภายในนั้นได้

รากฐานของอสนีบาตทลายสวรรค์รวมเป็นปึกแผ่นเมื่อนานมาแล้ว ต่อให้ไม่หยิบยืมสภาพแวดล้อมภายใน เขาก็สามารถทำการฝึกฝนหลังจากนี้ต่อได้

ความจริง เขาสามารถจากภูเขาสมุนไพรและทำการฝึกฝนที่หอเมฆดาราเมื่อครึ่งปีก่อนก็ยังได้ แต่เขาเลือกที่จะอยู่ที่ภูเขาสมุนไพร เลือกที่จะอยู่ในเมืองหลิง

ตอนนี้ คนที่ทำให้เขายอมอยู่ที่นี่ได้จากไปก่อนแล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีก

“ตูม ๆ ๆ!”

จู่ ๆ แรงระเบิดอันน่าตกตะลึงดังมาจากภายในภูเขาสมุนไพร ภูเขาทั้งลูกกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

ฉินเลี่ยเฝ้าดูและฟังเสียงระเบิดขณะก้าวเดินอยู่เงียบ ๆ หลังจากมองดูเมืองหลิงเป็นครั้งสุดท้าย เขาจึงออกเดินทางมุ่งสู่เมืองหินน้ำแข็ง

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

พี่น้องหลิงอย่างผู้อาวุโสหลิงข่านกานและที่เหลือต่างมุ่งหน้าไปยังภูเขาด้วยท่าทีลนลาน คนจำนวนหนึ่งพยายามเข้าไปในถ้ำจากทิศทางที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาพบว่าทุก ๆ เส้นทางล้วนถูกปิดตายโดยเศษหิน

ภูเขาสมุนไพรดูเล็กลงไปในทันตาราวกับว่ามันจมลงสู่เบื้องล่าง

“จนกระทั่งวันนี้ข้าก็ยังไม่รู้ว่าภายในภูเขาสมุนไพรมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ดูท่าพวกเราจะไม่มีวันได้รู้อีกแล้วล่ะ” หลิงเฉิงเย่ถอนหายใจเสียงเบา

“เขาน่าจะมุ่งหน้าไปที่หอเมฆดารา” หลิงเฉิงจื้อกล่าว

คิ้วของหลิงเฉิงเย่ขมวดเข้าหากัน “พวกเราเป็นคนที่ทำให้ฉินเลี่ยเป็นเช่นนี้ ข้าเป็นคนที่ไม่รักษาสัญญาและยกเลิกพิธีหมั้นหมายในปีนี้ เฮ้อ ข้าสงสัยจริงว่าทำไมข้าถึงรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป…”

ผู้อาวุโสหลิงข่านกานมองไกลออกไปและกล่าวว่า “เฉิงเย่ เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก อย่าโทษตัวเองให้มากนักเลย ตราบที่เสวียนซวนและอวี้ฉียังอยู่ที่หุบเขาเจ็ดอสูร ตระกูลหลิงจะต้องแก่กล้าในสักวัน! ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางยังได้เป็นลูกศิษย์โดยตรงของท่านย่าเจียวอีกด้วย ในอนาคต พวกนางจะต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่ อวี้ฉี… จะต้องพบชายที่ดีกับนางอย่างแน่นอน พวกเราควรมีความสุขสิ”

“ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” หลิงเฉิงเย่ถอนหายใจ

ในตอนเย็น

หลิงเฟิง หลิงซิน หลิงเฉียวและหลิงหยิงตื่นขึ้นจากการหลับใหลอย่างช้า ๆ พวกเขาได้รับข่าวว่าถ้ำภูเขาสมุนไพรถูกทำลายจนสิ้น มีเศษหินปิดทางเข้าเอาไว้ ส่วนฉินเลี่ยก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อพวกเขาขยับตัวจึงรู้ว่ามียาวิญญาณอยู่ภายในเสื้อผ้า ความขัดแย้งจึงบังเกิดขึ้น

พวกเขาเข้าใจว่าฉินเลี่ยหายไป เขาออกจากเมืองหลิงเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหินน้ำแข็ง

“คุณหนูหนึ่งและคุณหนูสองก็ไม่อยู่แล้ว ฉินเลี่ยก็ยังไปอีกคน พวกเราถูกทิ้งให้อยู่เมืองหลิงซะแล้วล่ะ” สีหน้าของหลิงเฉียวเต็มไปด้วยความผิดหวังขณะจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืน “เฮ้อ ทุกสิ่งช่างเกิดขึ้นไวเหลือเกิน สองวันก่อนทุกอย่างยังดี ๆ อยู่เลย แต่เพราะหุบเขาเจ็ดอสูรปรากฏตัวขึ้น ชีวิตของพวกเราก็พลิกผันเป็นเช่นนี้แล้ว”

“น้ำไหลลงสู่เบื้องล่างฉันใด ชายชาตรีก็ก้าวสู่เบื้องบนฉันนั้น สิ่งนี้ไม่เคยแปรเปลี่ยน ถ้าพวกเราอยากไล่ตามพวกเขาให้ทัน พวกเราก็ต้องพยายามและฝึกฝนให้หนัก ไม่อย่างนั้น พวกเรามีแต่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังเรื่อย ๆ!” หลิงเฟิงอุทานออกมาอย่างหนักแน่น

“อื้ม!” สีหน้าของทุกคนมั่นคงขณะตอบรับพร้อมกัน

……

หกวันต่อมา ร่างผอมเพรียวยืนอยู่หน้าทางเข้าเมืองหินน้ำแข็ง

กระเป๋าผ้าอยู่ในมือของเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นละออง เขายืนมองกำแพงหินสูงกว้าง จากนั้นจึงมองยามที่อยู่แต่ละฝั่งของประตู เขากระซิบว่า “เมืองหินน้ำแข็ง ในที่สุดข้าก็มาถึงเมืองหินน้ำแข็งแล้ว”

เมืองหินน้ำแข็งแบ่งออกเป็นเมืองเหนือและเมืองใต้ ดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายสามารถพบได้ในเมืองเหนือ ทุกสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้การตัดสินของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอาศัยภายในเมืองล้วนเป็นคนจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย

อีกด้าน เมืองใต้เป็นศูนย์บัญชาการของหอเมฆดารา พวกเขารับผิดชอบทุกสิ่งที่อยู่ภายในเมือง คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเมืองใต้จะสนิทสนมกับผู้ฝึกวรยุทธ์จากหอเมฆดารา คนธรรมดาที่อาศัยอยู่ที่นี่ค่อนข้างให้การสนับสนุนหอเมฆดาราพอสมควร

สองกองกำลังอาจจะอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่พวกเขาเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาต่อสู้กันบ่อยครั้งทั้งที่แจ้งและที่ลับเป็นเวลากว่าหลายปีโดยไม่อาจหาข้อสรุปได้ ดังนั้น ความขุ่นเคืองระหว่างสองกองกำลังจึงฝังรากลึกในทุกวันที่ผ่านไป

เมืองใต้ฝั่งนอกที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งใต้เป็นทิศทางที่มุ่งสู่เทือกเขาอาร์คติก มันเป็นอาณาเขตที่เต็มไปด้วยกองกำลังเล็ก ๆ อย่างตระกูลหลิง ตระกูลเกา ตระกูลตู่และอื่น ๆ พวกเขาต่างอยู่ภายใต้อาณาเขตของหอเมฆดารา

ดินแดนทางเหนือที่อยู่ทิศเหนือของเมืองเหนือเป็นอาณาเขตของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลาย มีกองกำลังเล็ก ๆ จำนวนมากอยู่กระจัดกระจายภายในบริเวณนั้น

หลังจากตระกูลเฟิงทรยศหอเมฆดาราแล้ว พื้นที่ที่พวกมันย้ายไปย่อมอยู่ฝั่งเหนือของเมืองเหนืออย่างแน่นอน

และเมืองหินน้ำแข็งตั้งอยู่ตรงใจกลางของกองกำลังทาสระหว่างดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดารา

ไม่ว่าพวกเขาจะมีพลังมากแค่ไหน แต่ทั้งผู้ฝึกวรยุทธ์ของดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดาราต่างก็มีครอบครัวและเครือญาติ ภรรยาเอย บุตรเอย ครอบครัวเอย เป็นต้น คนเหล่านี้มีทั้งคนธรรมดาและผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีพลังระดับต่ำ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าทั้งดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายหรือหอเมฆดาราเพื่อทำการฝึกฝน

คนเหล่านี้อาศัยอยู่ในเมืองเหนือไม่ก็เมืองใต้ของเมืองหินน้ำแข็ง เมื่อใดก็ตามที่ผู้ฝึกวรยุทธ์จากทั้งสองกองกำลังเสร็จจากหน้าที่และการฝึกฝน พวกเขาจะออกจากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดาราเพื่อใช้เวลาอยู่กับเครือญาติ บุตรและครอบครัวของพวกเขาที่เมืองเหนือและเมืองใต้

ระหว่างเมืองเหนือและเมืองใต้มีถนนการค้าตั้งอยู่ ถนนการค้าเปรียบเสมือนตำแหน่งที่แบ่งแยกสองเมืองเอาไว้

เพราะดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดาราเป็นศัตรูกัน จึงมักเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่บ่อยครั้ง ดังนั้น หากจะพูดง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้ฝึกวรยุทธ์จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายจะสามารถเข้าเมืองใต้ได้โดยง่าย อีกฝั่งก็เช่นกัน

อีกด้านหนึ่ง ถนนการค้าสายนี้ที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองทั้งสองเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งผู้ฝึกวรยุทธ์จากดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายและหอเมฆดารามักจะปรากฏตัวที่ถนนการค้าบ่อยครั้ง

ที่นี่มีวัตถุดิบวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ ต้นพืชวิญญาณ อุปกรณ์วิญญาณและร้านค้าอื่นตั้งอยู่บนถนนสายนี้เป็นจำนวนมาก บางร้านที่มีภูมิหลังอันน่าเหลือเชื่อก็แบ่งออกเป็นสาขาย่อยที่เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังอันน่าเหลือเชื่ออีกด้วย ไม่ว่าจะดินแดนน้ำแข็งที่พังทลายหรือหอเมฆดาราก็ไม่กล้ายุ่งกับพวกเขา

แม้ทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กันบ่อยครั้ง แต่พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่สู้กันบนถนนสายนี้

ฉินเลี่ยเข้าสู่เมืองใต้ผ่านประตูใต้ เขาไม่ใช้ตราเมฆดาราในมือเพื่อเข้าสู่ศูนย์บัญชาการของหอเมฆดาราในทันที เขาเลือกจะเดินอยู่ที่ถนนการค้า

ทันทีที่เข้าหอเมฆดารา เขาจะกลายเป็นสมาชิกหลักทันที เขาสามารถหยิบยืมทรัพยากรเพื่อทำการฝึกฝนได้ เขาสามารถใช้แต้มส่วนเกินเพื่อเข้าสู่ห้องฝึกฝนพิเศษเพื่อพัฒนาการฝึกฝนหรือเรียนรู้จากตำราวรยุทธ์ได้ อีกทั้งเขายังสามารถรับการสั่งสอนจากผู้ฝึกวรยุทธ์ที่เข้าใจในเรื่องของพลังได้…

นี่เป็นสิ่งที่หลิงเฟิงและคนอื่นใฝ่ฝันถึง เป็นเหตุผลที่พวกเขาอยากเข้าหอเมฆดารา รวมถึงเป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งตารอที่จะพบเจอจากก้นบึ้งในหัวใจของเขาด้วย

แต่ว่า ถ้าเขาเข้าหอเมฆดาราและกลายเป็นสมาชิกหลัก เป็นไปได้ว่าเขาจะถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่จนสูญเสียอิสรภาพไปในที่สุด

ในตอนนี้ เขายังไม่หายดีจากการที่หลิงอวี้ฉีออกเดินทาง หัวใจของเขา… ยังคงสับสนอยู่

อีกอย่าง เขายังต้องการเวลาทำความคุ้นเคยกับการสลักผังการรวบรวมวิญญาณอยู่ ดังนั้น เขาไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเพื่อการฝึกฝนของหอเมฆดาราในตอนนี้ได้

ดังนั้น เขาตัดสินใจที่จะค่อย ๆ ก้าวเดิน เขาจะเข้าหอเมฆดาราเมื่อทำใจได้แล้ว และนั่นจะเป็นตอนที่เขาเชี่ยวชาญผังวิญญาณที่เหลืออีกด้วย

เขาเข้าพักโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้ถนนการค้าทางใต้มากที่สุด เขาขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อทำการฝึกฝนการสลักผังการรวบรวมวิญญาณ

ยังเหลือแผ่นวิญญาณอีกยี่สิบสี่แผ่น หลังจากเขาทำสำเร็จไปในครั้งแรก เขาเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ

เขาหยิบแผ่นออกมา ทำใจให้สงบและตั้งสมาธิและจิตสำนึกลงไปในแผ่นที่อยู่บนฝ่ามือก่อนจะเริ่มทำการฝึกฝนการสลัก

เขาเข้าใจในทันทีว่าการสลักผังวิญญาณช่วยผลักความเจ็บปวดจากการที่หลิงอวี้ฉีออกเดินทางไปได้ การตั้งสมาธิกับการสลักเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เขาลืมทุกสิ่งได้ แต่เป็นเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น

ดังนั้น เขาจึงทุ่มเทกับการฝึกฝน

เขาเริ่มสนุกกับการฝึกฝนอันหยาบกระด้าง น่าเบื่อและเรียบเฉยนี้แล้ว

---

devc-af530e87-33711Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ: Chapter 055 ตอนที่ 55