The Nine Cauldrons นักฆ่าข้ามพิภพ: Chapter010 ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 - ยิ้มให้
แม้ว่าเถิงชิงซานจะรับรู้เรื่องการมาถึงของยักษ์ใหญ่แห่งราชาตรีมูรติที่หวังจะสังหารเขา แต่เขาก็ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจใดๆ ในความจริงแล้วเขาดูเหมือนจะตื่นเต้นกับโอกาสที่จะทำให้เขาได้วัดฝีมือกับนักฆ่าระดับ SS ทั้งสองคน อาจเป็นเพราะว่าเขาได้ฝึกฝน ‘เพลงหมัดพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์’ และได้ก้าวขึ้นสู่ระดับขั้นสูง ซึ่งมันทำให้เถิงชิงซานครอบครองพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 10 เท่า
ขนาดในตอนที่เขามีพลังแค่นั้นเขายังสามารถทำให้มากาซะวะและโดลกรอฟโกรฟเสียชีวิตได้ แล้วยังมีเรื่องอะไรที่ต้องกลัวอีก
อันที่จริงโดยปกติเหล่าปรมาจารย์มักจะเลือกใช้ชีวิตอย่างสันโดษ เพราะการที่พวกเขาจะสามารถจับคู่ประลองกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันนั้นเป็นเรื่องยากมาก
เมื่อคิดเช่นนั้น เถิงชิงซานจึงหัวเราะออกมาและกล่าวว่า "เทพทั้งสาม เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นเหรอ? ฉันจะทำลายตำนานนี้เอง"
อีกไม่นานดวงตะวันก็เริ่มทอแสง เถิงชิงซานเรียกรถแท็กซี่และออกจากที่พักพิงชั่วคราว
หลังจากเข้าไปในรถ เขาก็บอกคนขับว่า "ไปที่ร้านน้ำชาวิวโลว์ย่านเมืองเก่า คุณรู้จักที่นั่นไหม?"
คนขับยิ้มแล้วตอบว่า "แน่นอนย่อมรู้จักอยู่แล้ว ผมไปที่นั่นบ่อยๆ จะลืมโรงน้ำชาวิวโลว์ได้ยังไงกัน? เชื่อใจผมเถอะ ผมจะพาคุณไปที่นั่นภายใน 10 นาที"
มันเป็นความจริงที่ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีรถแท็กซี่ที่เถิงชิงซานนั่งก็ได้มาถึงยังด้านหน้าของร้านน้ำชาวิวโลว์
.........
ส่วนหนึ่งในย่านเมืองเก่า รถสปอร์ตออดี้กำลังแล่นอยู่บนท้องถนนซึ่งที่นั่งด้านขวาบริเวณข้างคนขับนั้นมีหลินชิงนั่งอยู่
เสี่ยวหมินกำลังทำหน้าที่ขับรถได้ถามว่า "พี่หลิน ดูเหมือนว่าพี่ไม่ได้เจอกับเถิงชิงซานมาสักพักเลยใช่ไหม?"
หลินชิงพยักหน้า "เดือนนี้ทั้งเดือนฉันไม่ได้ข่าวจากเขาเลย มันดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้เขาต้องพบเจอปัญหาอะไรอีก และจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น" หลินชิงยิ้มหลังจากจบประโยค "มันเป็นเพียงแค่ความฝัน" ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็เริ่มสั่น เธอจึงหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาดู
"สวัสดี" หลินชิงกล่าว ใบหน้าของเธอบึ้งตึงหลังจากที่ได้ยินเสียงของผู้สนทนา "คืนนี้เหรอ? โอเค ไว้เจอกันที่ย่านเมืองเก่า"
และแล้วการโทรศัพท์ก็ได้สิ้นสุดลง
มันดูเหมือนความมืดกำลังคืบคลานขึ้นเหนือใบหน้าของเธอ ปฏิกิริยาของหลินชิงเป็นสิ่งที่เกินคาดเดา
เสี่ยวหมินมองดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของหลินชิงและกระซิบถามว่า "หลี่หมิงซาน ใช่ไหมล่ะ?"
"จะมีใครนอกจากเขาอีก?" สายตาของหลินชิงเผยให้เห็นถึงความเกลียดชัง
เมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ เสี่ยวหมินจึงตอบกลับไปด้วยความขมขื่นว่า "เขาตายไปได้ซะก็ดี"
"ใช่แล้ว ฉันเองก็ภาวนาให้เขาตายไปสักที แต่โชคร้ายเหลือเกินที่คนเหล่านี้มีชีวิตที่ยืนยาว เอาล่ะ เสี่ยวหมินเธอไปส่งฉันที่หน้าร้านน้ำชาวิวโลว์นะ" หลินชิงกล่าว
รถสปอร์ตจอดอยู่ไม่ห่างจากร้านน้ำชามากนัก หลังจากนั้นหลินชิงก็ลงจากรถแล้วเสี่ยวหมินก็ขับรถออกไป
..........
หลังจากที่หลินชิงเดินเข้าไปในร้านน้ำชาวิวโลว์ เธอก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยบรรยากาศที่สบายๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยภาพที่แขวนอยู่รอบผนัง
อย่างไรก็ตามหลินชิงไม่ได้มาที่นี่เพื่อชมความอ่อนโยนในจิตใจ และดูเหมือนว่ามันก็ไม่สามารถทำให้เธอสงบสติอารมณ์ลงได้
เธอเดินตรงขึ้นไปบนชั้น 2 ของร้านน้ำชา และกวาดสายตามองวิสัยทัศน์ตามปกติ ทันใดนั้นเธอก็มองเห็นใครบางคนที่ทำให้เธอถึงกับอุทานออกมา "เถิงชิงซาน!"
เถิงชิงซานที่กำลังนั่งจิบน้ำชาเมื่อเห็นหลินชิงเขาจึงเอ่ยปากทักทาย "หลินชิง?"
เธอเดินตรงเข้ามาและนั่งลงตรงข้ามกับคนที่เธอต้องการพบมาตลอด พร้อมทั้งถามอย่างกระตือรือร้นว่า "นายคงจะไปทำงานส่วนตัวที่สำคัญมากสินะ ดูเหมือนว่าฉันจะไม่เห็นนายมาที่นี่เลย?" ประโยคนี้ประโยคเดียวก็คงบอกได้ทันทีว่าผู้พูดจะต้องมาที่นี่ทุกวันโดยมีจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียว
เถิงชิงซานตอบแบบไม่เป็นทางการว่า "พอดีว่าฉันกำลังจัดการบางอย่างอยู่ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นห่วงฉันนะ?"
หลินชิงยิ้มแล้วตอบว่า "บริษัทฉันก็มีงานยิบย่อยมากมาย แต่ฉันก็เลือกคนขึ้นมาเพื่อจัดการมันจึงทำให้กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาเท่านั้น ส่วนฉันจะจัดการเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ เถิงชิงซาน ก่อนหน้านี้นายได้ไปอาศัยอยู่ในเมืองอานอี้ และตอนนี้นายก็ย้ายมาอยู่เมืองหยางโจว นายไม่อยากกลับบ้านอย่างนั้นเหรอ? แล้วนายไม่เป็นห่วงภรรยาของนายเหรอ? หรือว่าเธอไม่อยากให้นายกลับไป?"
"บ้าน?"
คำพูดสั้นๆ แต่กลับสัมผัสหัวใจของเขา เถิงชิงซานขบคิด ฉันเคยมีบ้านด้วยเหรอ?
เมื่อตอนที่เขาเป็นเด็ก เขาก็เติบโตขึ้นมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยมีคุณยายและน้องชาย ชินเจียงคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จากนั้น เขาก็ถูกบังคับให้กลายเป็นนักฆ่า และมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นเครื่องจักรสังหาร นอกเหนือจากแมวภรรยาของเขาแล้ว เขาไม่เคยสนใจใครเลย
แล้วตอนนี้มันคืออะไร?
แล้วเขายังจะมีบ้านให้กลับไปพักพิงอีกเหรอ?
เถิงชิงซานสัมผัสหม้อสามขาขนาดเล็กที่เขาสวมใส่อยู่บริเวณหน้าอก นี่เป็นของที่ระลึกจากคนที่เคยเป็นภรรยาของเขา
เมื่อเห็นเขากำลังอยู่ในสภาวะตะลึงงัน หลินชิงจึงเปล่งเสียงออกมาว่า "เถิงชิงซานนน"
เขาชำเลืองมองเธอแล้วกล่าวสั้นๆ ว่า "ภรรยาของฉัน เธอตายจากฉันไปแล้ว"
"ตาย?" หลินชิงถึงกับตกใจ
เป็นเพราะว่าเถิงชิงซานนั้นยังคงเป็นวัยหนุ่ม แล้วเรื่องที่เขาแต่งงานแล้วยิ่งทำให้คนอื่นประหลาดใจ แต่เรื่องที่ภรรยาของเขาได้จากโลกใบนี้ไปแล้วยิ่งทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งทึ่งจนไม่น่าเชื่อ
เถิงชิงซานขมวดคิ้ว "อย่าถามอะไรอีกเลย"
หลินชิงเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ดี ดังนั้นเธอจึงสามารถตีความได้ว่าทุกอากับกิริยาที่เถิงชิงซานได้แสดงออกมานั้นจะต้องเป็นเพราะการสูญเสียความรักตั้งแต่วัยเยาว์จึงทำให้เขากลายเป็นคนที่มีบุคลิกที่ผิดแปลกจนกลายเป็นคนที่เก็บซ่อนความลับมากมาย
แม้ว่าเถิงชิงซานจะพูดคุยกับหลินชิงตามปกติ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่บ้านของน้องชายชิงเจียง
เขาสังเกตทุกอย่างอย่างละเอียด และเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เข้าใกล้บ้านน้องชายชิงเจียงของเขา
...............
เวลาประมาณ 10 โมงเช้า รถออดี้ A6 สีดำได้ขับมาจอดตรงที่หน้าบ้านของชิงเจียง จากนั้นก็มีชายรูปร่างสูงโปร่งออกมาจากรถ เขาสูงประมาณ 1 เมตร 90 เซนติเมตร ในขณะที่อีกข้างหนึ่งของรถปรากฏให้เห็นหญิงสาวสวมชุดคลุมท้องออกมาจากรถ
เถิงชิงซานถึงกับอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ชิงเจียง! ชิงเจียงจริงๆ ด้วย!"
เถิงชิงซานรู้เรื่องน้องชายของเขาเพียงเล็กน้อย แต่มันก็เป็นข้อมูลที่มากพอ และอย่างน้อยเถิงชิงซานก็ยังจดจำใบหน้าของชิงเจียงได้เป็นอย่างดี
เหตุผลที่เถิงชิงซานสามารถรู้ว่าเขาเป็นใครได้อย่างรวดเร็ว เพราะในฐานะพี่น้องเขาก็ย่อมมีส่วนที่คล้ายคลึงกับชิงเจียง
บางทีผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างชิงเจียงจะต้องเป็นภรรยาของเขา 'หลี่หลัน' อย่างแน่นอน
เถิงชิงซานไม่อาจเก็บรอยยิ้มลงได้ ขณะที่เขากำลังมองดูน้องชายและภรรยาของน้องชายอยู่ร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวา
……………
"หลี่หลัน เดี๋ยวผมถือกระเป๋าให้คุณเอง ช่วงนี้คุณต้องระวังตัวให้มากนะ ทางที่ดีอย่าทำอะไรเลยดีกว่า" ชินฮงรีบเปิดกระโปรงหลังรถและหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกมา
"ฉันไม่เป็นไร" หลี่หลันสัมผัสหน้าท้องของเธอเอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นชินฮงเริ่มสังเกตเห็นที่หน้าต่างชั้น 2 ของร้านน้ำชาวิวโลว์ และรับรู้ได้ว่ามีชายคนหนึ่งกำลังจ้องมองเขา
เขาจดจำรูปลักษณ์ของชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี ชินฮงถึงกับเหงื่อตก
"หมาป่า!" ชินฮงร้องตะโกนด้วยความตกใจ
แม้ว่าชินฮงจะได้รับข่าวสารมาตั้งแต่เดือนก่อน แต่ก็ไม่มีใครได้รับข่าวสารของหมาป่าหรือแม้กระทั่งราชาตรีมูรติทั้งสองคน เรื่องนี้จึงทำให้ชินฮงมั่นใจแล้วว่า หมาป่าจะต้องออกจากเมืองหยางโจวไปแล้วอย่างแน่นอน
แต่เมื่อเขาอยู่ที่นี่ ชินฮงจึงพยายามสงบสติอารมณ์ลง
เขาประหลาดใจมากที่หมาป่ากำลังมองมาทางเขาพร้อมทั้งพยักหน้าและยิ้มให้
ชินฮงรีบแสดงท่าทางเป็นธรรมชาติและยิ้มกลับไปหาเถิงชิงซาน
"หลี่หลัน เข้าไปข้างในกันเถอะ" ชินฮง รีบพาภรรยาของเขาเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
……………
บนชั้นที่ 2 ของร้านน้ำชา เถิงชิงซานกำลังนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเขาแทบจะฉีกออกจากแก้มจนถึงใบหู มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี
"ชิงเจียง ในที่สุดก็ได้เจอน้องชายของฉันอีกครั้ง! ฮ่าๆ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าน้องสะใภ้กำลังตั้งครรภ์ ยอดเยี่ยมจริงๆ" น้องชายของเขาเป็นญาติคนเดียวที่เขามี และนี่ก็เป็นการได้เห็นหน้ากันอีกครั้งในรอบ 20 ปี
ดังนั้นเถิงชิงซานจึงรู้สึกมีความสุขจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
"ในเมื่อน้องชายของฉันมีชีวิตที่ดีและเป็นสุข ฉันก็คงไม่ต้องห่วงเขาอีกต่อไป" เถิงชิงซานรู้สึกอิ่มเอมจิตใจ ความหวังของเขาเป็นจริงแล้ว 20 ปีที่ทนรอ ในที่สุดมันก็บรรลุผลแล้ว
เขาเจตนาที่จะไม่ออกไปสื่อสารหรือเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่อชิงเจียง
เหตุผลน่ะเหรอ...
มันคงเป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องการให้ชิงเจียงรู้ว่าเขายังมีพี่ชายอย่างเถิงชิงซานอยู่ เพราะทุกสิ่งที่เถิงชิงซานได้ทำลงไปมันได้ก่อให้เกิดศัตรูอย่างตระกูลเรดเมย์น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อันตราย อีกทั้งเขายังเป็นนักฆ่าที่ทำภารกิจมาหลายปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ศัตรูของเขาจะมีจำนวนมากเช่นกัน แม้ว่าชิงเจียงจะเป็นคนของสังกัดหน่วยพิเศษแห่งรัฐบาล แต่ถ้าหากเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเถิงชิงซาน มันจะทำให้เขาถูกลากเข้าสู่โลกแห่งความมืดมิดได้เช่นกัน
เถิงชิงซานที่มีศัตรูมากมาย และถ้าหากวันใดที่ศัตรูรู้ว่าชิงเจียงคือน้องชายของเขา สิ่งที่จะหยุดความก่อกวนที่จะเกิดกับชิงเจียงได้นั้นคงเป็นความตายแค่หนทางเดียว
"ชิงเจียง..." เถิงชิงซานจ้องมองไปที่บ้านน้องชายของเขาอย่างมีความสุข
……………
หลังจากที่ชินฮงและหลี่หลันเดินเข้าไปสู่ห้องนอน หลี่หลันก็เดินตรงไปที่หน้าต่างเพื่อจะเปิดหน้าต่างออก แต่การกระทำนี้ถูกชินฮงหยุดเอาไว้พร้อมทั้งกล่าวว่า "อย่าเปิดผ้าม่านเด็ดขาด"
ชินฮงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลี่หลันรับรู้ได้ถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของชินฮงเธอจึงถามทันทีว่า "ทำไมเหรอ?"
ชินฮงตอบกลับด้วยเสียงกระซิบว่า "ผมเห็นนักฆ่าฉายาหมาป่าอยู่บนชั้น 2 ของร้านน้ำชาวิวโลว์!"
หลี่หลันถึงกับตกตะลึง เธอเป็นถึงภรรยาของชินฮง ซึ่งตัวเธอเองก็เป็นสมาชิกขององค์กรพิเศษดังนั้นเธอจึงรู้ความลับเหล่านี้ด้วย
"หมาป่า? คุณบอกว่าเขาอยู่ใกล้ๆ พวกเราอย่างนั้นเหรอ?"
ชินฮงพยักหน้าและกล่าวว่า "หลี่หลัน ทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี คนที่อันตรายอย่างหมาป่าไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะสามารถรับมือได้" ทันทีที่ชินฮงอธิบายจบเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาและกดหมายเลขเพื่อโทรออก "สวัสดีพี่หยาง ผมเจอหมาป่าแล้ว มันต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน ตอนนี้เขานั่งอยู่ที่ร้านน้ำชาไม่ห่างจากบ้านผม"
"ผมรู้ ผมไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างแน่นอน"
"เอาล่ะ ผมไว้ใจพี่ ก็ได้ เข้าใจแล้ว"
ชินฮงรีบกดวางสายในทันที
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหลี่หลัน เธอจึงถามออกมาทันที "พี่หยางว่ายังไงบ้าง?"
ชินฮงหัวเราะ "เขาจะพูดอะไรได้อีกนอกจากเตือนเราว่าอย่าทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิด เขาจะเข้ามาแล้วจัดการทุกอย่างเอง…แม้ว่าจะยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่คนอย่างหมาป่าที่ทั้งแข็งแกร่งและอันตรายย่อมชาญฉลาดและรู้ว่ากำลังจะถูกตรวจสอบ"
"อาจเป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด"
ทันใดนั้นชินฮงก็เริ่มขมวดคิ้ว "หลัน ผมเพิ่งนึกได้ว่าหมาป่ามันมองและยิ้มให้ผม"