Memory of Tomorrow วันพรุ่งนี้ในความทรงจำ: Chapter0010 ตอนที่ 10
บทที่ 10 ชะตาลิขิต (3)
“พี่จื่อหาน” เสียงดีใจเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงดังมาจากในหูฟัง มู่ลี่ไป๋ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว หูฟังโทรศัพท์นี่มีปัญหาหรือไง? ทำไมเสียงแปลกๆ
“ฉันผม มู่ลี่ไป๋”
“พี่มู่ แล้วพี่จื่อหานล่ะ?” มู่ลี่ไป๋มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย ตอนนี้ขวดเปล่าหลายขวดกองกันอยู่ที่ข้างเท้า ดวงตาที่ล้ำลึกตอนนี้พร่ามัวแล้ว แต่ว่ายังคงรินเหล้าให้ตัวเองไม่หยุด
“คืนนี้เขามีธุระนิดหน่อย ไม่กลับไปแล้ว ส่วนของที่พี่ชายเธอซื้อให้เธอก็ส่งกลับไปแล้วนะ”
“อ่อ” ขณะที่ปลายสายต้องการพูดอะไรบางอย่าง มู่ลี่ไป๋ก็กดวางสายไป ขวดเปล่าล้มลงบนพื้นอีกครั้ง
“ลั่วจื่อหาน ลั่วจื่อหาน” ไม่ว่าเขาจะเรียกคนดื่มเหล้าอย่างไรก็คงยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆ “บ้าจริง เอ๊ย ไม่น่าพานายมาเลย” เขาดึงเน็คไทของตัวเองอย่างหงุดหงิด ตอนนี้ชั้นวางเหล้าในห้องว่างเปล่าแล้ว ลั่วจื่อหานหยุดดื่มและมีท่าทีเหมือนจะก่อเรื่อง มู่ลี่ไป๋เลยรีบเรียกพนักงานเสิร์ฟ แล้วเติมแก้วคุณชายตรงหน้าให้เต็ม
“เป็นไงล่ะ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ตอนนี้ก็ยังบอกอะไรชัดเจนไม่ได้ มีนายคนเดียวแหละที่หมดสภาพขนาดนี้” ลั่วจื่อหานยังคงดื่มเหล้าโดยไม่สนใจคนอื่น จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง
“ไม่แน่ว่า…” ในดวงตามู่ลี่ไป๋เขามีความเจ้าเล่ห์ “ตอนนี้เธออาจแต่งงานไปแล้วก็ได้”
เพิ่งพูดออกมา มู่ลี่ไป๋ก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องลดลงหลายองศา มองเห็นสายตาของคนข้างๆ ที่พุ่งมาเหมือนมีดบิน เขากระแอมไอด้วยความเขินอาย
มู่ลี่ไป๋ยกแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมา บนใบหน้าก็มีความเศร้าโศกบางๆ เช่นกัน เขาดื่มเหล้าในมือรวดเดียวหมด รสชาติเผ็ดร้อนกระตุ้นเส้นประสาทที่อ่อนแรงเปราะบาง ประกายน้ำจางๆ อ่อนๆ ปรากฏอยู่ในดวงตา
“เธอไม่มีทางแต่งหรอก” ผ่านไปเนิ่นนาน คนที่อยู่ข้างๆ ถึงตอบเขาด้วยความแน่วแน่อย่างไม่ต้องสงสัย มู่ลี่ไป๋ได้ยินคำตอบของเขาฉับพลัน มือก็พลันสั่นเทา จริงจังขนาดนี้เลยเหรอ?
“แค่กๆๆ…แค่ก ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันก็แค่พูดส่งเดช”
ลั่วจื่อหานดื่มเหล้าที่อยู่๋ในแก้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาอีกฝ่ายล้อเล่นแต่ก็ยังตอบคำถามข้อนี้จริงจังมาก บางทีอาจกำลังบอกตัวเองอย่างจริงจังว่าเขากำลังตามหาเธอ และเธอก็กำลังรอเขาอยู่แน่นอน
“เยี่ยฉินกลับมาแล้ว” ผ่านไปสักพัก ลั่วจื่อหานเอ่ยปากแผ่วเบา ดวงตาสายตามู่ลี่ไป๋มืดมนลง ไม่แสดงอาการอะไร
“อือ” เขารินเหล้าให้ตัวเองจนเต็มแก้วอีกครั้ง “วันนี้ฉันจะมอมเหล้านายให้ล้ม” เขาหัวเราะน้อยๆ จากสายตาที่เขามองลั่วจื่อหาน ทั้งสองคนต่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายชัดเจน เขาหัวเราะน้อยๆ
“ฝันไปเถอะ”
.....
คฤหาสน์ถ์จิ่นหยวน…
อี้เป่ยซีกอดรูปภาพในมือตัวเองวิ่งกลับห้องไปด้วยความดีใจ สำรวจโครงสร้างของห้องอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด กำลังคิดว่าจะเอารูปภาพในมือตัวเองแขวนไว้ตรงไหนดี
“พี่คะ พี่คิดว่าแขวนไว้ตรงไหนดี?” อี้เป่ยซีมองพี่ชายตัวเองอย่างอับจนหนทาง
“ตรงทางเดินไม่ได้เหรอ?”
เธอก็เหมือนแม่แกะตัวน้อยที่ปกป้องลูก กอดรูปภาพอยู่ไว้ในอก พูดด้วยความเอาแต่ใจว่า “ไม่เอา ฉันอยากเชยชมมันคนเดียว” อี้เป่ยเฉินมองดูรูปภาพรูปนั้น ในใจกลับรู้สึกประหลาดเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบรูปภาพนี้เอาเสียเลย บางทีอาจเป็นเพราะว่าเมื่อเช้าเป่ยซีพุ่งข้ามถนนไปเพื่อมัน หรืออาจเป็นเพราะอย่างอื่นที่เขาอธิบายไม่ถูก
“พี่คะ พี่ว่าตรงนี้เป็นไง?” เธอเอารูปภาพทาบไปตรงบริเวณที่ว่างข้างชั้นวางหนังสือ อี้เป่ยเฉินอดยอมรับไม่ได้ว่ารูปภาพทิวทัศน์ห่างไกลลงตัวกับบรรยากาศของทั้งห้องอย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่เลวเลย พรุ่งนี้พี่จะช่วยเธอติดดีไหม?”
“อือ” อี้่เป่ยซีกลับไปที่ข้างกายเขาอย่างพอใจ แล้วเอารูปภาพในมือวางลงบนมือเขาอย่างเคร่งขรึม ด้วยเกรงว่ามันจะเกิดความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
เขารับรูปภาพมา เห็นว่ามุมล่างขวาของภาพทิวทัศน์มีอักษรเสี่ยวจ้วน[footnoteRef:1]ที่สวยงามเขียนไว้ว่า ‘“จื่อจวีหานจื้อ’ (เด็กน้อยในบ้านยากจนข้นแค้น)”… [1: อักษรเสี่ยวจ้วน คืออักษรโบราณของจีน มีลักษณะเส้นกลมมน รูปร่างผอมสูงเป็นระเบียบ]
------------