สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 027 ตอนที่ 27
ตอนที่ 27 ความโกรธของพญายม
ก่อนหน้านี้เขายังมีท่าทีโหดเหี้ยมคิดจะสังหารตน ต่อมากลับพลันเอ่ยถามเธอว่าหิวหรือไม่ สุดท้ายแล้วในใจของเขาคิดอะไรอยู่กันแน่!
ตอนนี้เล่อเหยาเหยาคลางแคลงใจและไม่เข้าใจเลย จึงเพียงพยักหน้าออกไปตามความจริง
กลับเห็นชายหนุ่มที่โน้มตัวอยู่ด้านบนของเธอ พลันปลีกตัวออกไป
เมื่อความกดดันด้านบนหายไป เล่อเหยาเหยาพลันรู้สึกโล่งอก ดังนั้นจึงลองปรับเอวบางที่โค้งไปด้านหลังจนแทบจะหักของตนเองกลับมาดังเดิมอย่างช้าๆ
แต่ดวงตากลมโตที่งดงามคู่นั้น กลับไม่เคลื่อนย้ายไปจากตัวของชายหนุ่มตรงหน้าเลยสักนิดเดียว และภายในสายตานั้นแฝงไปด้วยความระแวดระวัง
เมื่อเห็นสายตาที่ระแวดระวังของเล่อเหยาเหยา เหลิ่งจวิ้นอวี๋เพียงหลับตาลง เพราะถึงอย่างไรสายตาเช่นนี้เขาก็เห็นมานักต่อนักแล้วและยังชินชาเสียด้วย
ในสายตาของผู้คนบนโลก เขาเป็นเหมือนปีศาจที่โหดเหี้ยม ขณะที่พูดคุยกันก็สามารถสังหารปลิดชีพคนได้
ความจริงเรื่องเหล่านี้เขาก็ล้วนเคยลงมือทำ จึงไม่โทษผู้อื่นที่อาจจะหวาดกลัวเขา
เพียงแต่ความกลัวภายในดวงตาของเล่อเหยาเหยาและความระแวดระวังตัวเขา กลับทำให้ในใจเขาเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ เขาไม่ชื่นชอบอย่างมาก
แม้เหลิ่งจวิ้นอวี๋จะคิดเช่นนี้ แต่สีหน้าของเขายังคงเย็นชาราวน้ำค้างแข็งเช่นเดิม ภายในดวงตาที่เหมือนดวงดาวที่เดียวดาย ดูมืดมิดนิ่งสงบ ล้ำลึกจนคาดเดาไม่ถูก จึงทำให้ผู้ที่มองคาดเดาความคิดของเขาไม่ได้
เล่อเหยาเหยาจึงมองชายหนุ่มที่คาดเดาความคิดไม่ได้ตรงหน้าอยู่อย่างเงียบๆ จากนั้นก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปที่เอวด้านหลัง ก่อนจะนวดเบาๆ เพราะค้างอยู่ในท่าเอนตัวไปด้านหลังอยู่เป็นเวลานานและเอวที่เล็กก็ปวดเมื่อยอย่างมาก
พร้อมกับใคร่ครวญในใจอย่างช้าๆ จากสีหน้าของชายผู้นี้ในตอนนี้ เขาจะปล่อยเธอไปหรือไม่กันแน่
ตอนนี้เธอควรจะออกไป หรือว่าต้องอยู่ที่นี่ด้วยความกังวลและหวาดกลัวต่อไป!
ขณะที่เล่อเหยาเหยากำลังลังเลและกระวนกระวายใจ พญายมตนนั้นก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อหิว ก็กินอะไรสักหน่อยเถิด!”
“เอ่อ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เล่อเหยาเหยายิ่งมีสีหน้าตกตะลึง แล้วกระพริบดวงตางดงามที่แวววาวลง ขมวดคิ้วคล้ายไม่เข้าใจ
กินอะไรบางอย่างหรือ!
ความหมายของเขาคือ...
จากสายตาของพญายม เล่อเหยาเหยาจึงอดที่จะหันกลับไปมองขนมดอกกุ้ยฮวาที่วางอยู่บนโต๊ะหินด้านหลังไม่ได้
เมื่อครู่เพราะเธอได้กลิ่นของขนมดอกกุ้ยฮวาจานนี้ จึงอดใจไม่ไหวทำเรื่องน่าอับอายออกไป หรือว่าความหมายของพญายมก็คือให้เธอกินมันใช่หรือไม่!
แต่เพราะเหตุใด
เมื่อครู่เขาไม่ได้คิดจะสังหารเธอหรือ เพราะเหตุใดเมื่อได้ยินเสียงท้องที่ร้องจ๊อกๆ ของเธอ ถึงใจดีให้เธอกินของพวกนี้!
หรือข้างในขนมดอกกุ้ยฮวาจานนี้จะมีสิ่งใดผิดปกติ!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เล่อเหยาเหยายังไม่ทันได้คิดไตร่ตรอง รู้สึกเพียงอุณหภูมิบริเวณรอบๆ พลันลดลงอย่างรวดเร็ว เธอจึงสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น สายตาสอดส่องไปมา และเมื่อเห็นสายตาที่เย็นชาราวน้ำค้างแข็งคู่นั้นกำลังจ้องมองเธออย่างโหดเหี้ยม เล่อเหยาเหยารู้สึกเพียงชาวาบไปทั่วหนังศีรษะ
ครั้งนี้เหลิ่งจวิ้นอวี๋โมโหแล้วจริงๆ
บ่าวรับใช้สมควรตายผู้นี้ เขาเมตตาให้ของกิน แต่ ‘เขา’ กลับไม่รู้จักดีชั่วเช่นนี้ คิดว่าเขาเป็นพวกตีสองหน้าหรือไร!
ยิ่งคิดเหลิ่งจวิ้นอวี๋ยิ่งหงุดหงิดใจ รวมทั้งมีสีหน้าเย็นชาคล้ายก้อนน้ำแข็งหนาเกาะตัวกันขึ้น
ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวน ไม่กล้าเข้าใกล้
“เมื่อเจ้าคิดว่าขนมนี้มียาพิษ ก็ไม่ต้องกินมัน!”
น้ำเสียงที่เย็นชาคล้ายอุณหภูมิที่ลดต่ำลงยามน้ำแข็งและหิมะละลาย ทำให้คนรู้สึกคล้ายอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง
ขณะเดียวกันหลังจากเหลิ่งจวิ้นอวี๋พูดจบ ก็เห็นเขาชูแขนที่เรียวยาวพร้อมกับยกมือใหญ่ขึ้นสูง
..........................................................................