สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!: Chapter 029 ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 ความหึงหวงของพญายม
“ไปต้มบะหมี่มา!”
เหลิ่งจวิ้นอวี๋เอ่ยสั้นๆ ทว่าได้ใจความ ด้วยสีหน้าเย็นชา แต่ประโยคเบาๆ ของเขา เมื่อฟังในหูของเยว่กลับดุจดังเสียงฟ้าผ่า
ใบหน้าราวภูเขาน้ำแข็งตลอดปีของเยว่ หลังจากได้ยินประโยคนี้ของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ ก็พลันเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นท่าทางที่เย็นชาเล็กน้อย จึงมั่นใจว่าเจ้านายของตนไม่ได้กำลังล้อเล่น จึงอดยกยิ้มที่มุมปากไม่ได้
เพราะถึงอย่างไรเขาเองก็ติดตามอยู่ข้างกายเจ้านายมากว่าสิบปี สิ่งที่เจ้านายสั่งให้ทำล้วนเป็นการสังหารผู้คนหรือเรื่องไม่ดีพวกนั้น
แต่เรียกให้เขาไปต้มบะหมี่ ถือว่านี่คือครั้งแรก
แม้ในใจของเยว่จะรู้สึกสงสัย แต่หลังจากได้ยินยังพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่ปลายเท้าจะขยับร่างกายเหมือนตอนที่มา คือหายตัวไปท่ามกลางความมืดด้วยความปราดเปรียวไร้สุ้มเสียง
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป บะหมี่ไข่พร้อมผักกลิ่นหอมฉุยชามหนึ่งก็ปรากฎขึ้นมาตรงหน้าเล่อเหยาเหยาอย่างรวดเร็ว หากแต่ด้านบนของบะหมี่ไข่ชามนั้น ยังมีน่องไก่ตุ๋นขนาดใหญ่อีกหนึ่งชิ้น
เมื่อเห็นบะหมี่น้ำที่น่าอร่อยและน่องไก่ตุ๋นที่หอมหวน สายตาเล่อเหยาเหยาจึงเป็นประกาย ยกยิ้มที่มุมปากอย่างอดไม่อยู่ คล้ายของเหลวโปร่งใสถูกสิ่งที่น่าสงสัยดูดเข้าไป
ท่าทางนั้นเหมือนลูกแมวจอมตะกละเลยจริงๆ บนใบหน้าขาดเพียงไม่ได้เขียนคำว่า‘ฉันอยากกินมาก’เอาไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่มีสีหน้าเย็นชา ดวงตาอดไม่ได้ที่จะเปล่งประกายขึ้น ทันใดนั้นความโหดเหี้ยมบนใบหน้าก็จางหายไปอย่างช้าๆ
กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกตว่าอารมณ์ดีใจและโกรธของตนในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของขันทีน้อยตรงหน้าผู้นี้แล้ว
แม้ตัวเหลิ่งจวิ้นอวี๋ที่ไม่เคยรู้สึกถึง ทว่าไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่สังเกตเห็น
เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาดังเทพเซียนของเจ้านายของตน จากที่เคร่งขรึมพลันอ่อนโยนขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เขาก็ต้องประหลาดใจ
สายตาที่นิ่งสงบนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะค่อยๆ กวาดสายตามองไปยังขันทีน้อยที่อยู่ภายในศาลาแวบหนึ่ง ก่อนที่คิ้วดำสนิทนั้นจะพลันขมวดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจเงียบๆ
เจ้านายของเขา คงไม่คิดอะไรกับขันทีน้อยผู้นี้...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยว่จึงอดตกตะลึงในใจไม่ได้
แต่นี่ล้วนเป็นเรื่องของเจ้านาย เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถก้าวก่ายได้ขณะที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์เงา
ขณะคิดในใจ หลังจากที่เยว่วางบะหมี่น้ำในมือลงบนโต๊ะ เขาจึงรีบถอยหลังออกไป เคลื่อนไหวไม่กี่ครั้งก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย รวดเร็วดังสายฟ้าจนไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ แต่เมื่อได้เห็นจึงรู้ว่าวรยุทธสูงส่ง!
วิชาตัวเบาที่ล้ำลึกจนไม่อาจคาดเดาได้ของเยว่ ทำให้เล่อเหยาเหยาที่จ้องมองชามบะหมี่ใข่บนโต๊ะอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้นตกตะลึงไปชั่วขณะ
เมื่อครู่ตอนที่เยว่เข้ามาเธอไม่ได้สังเกต ตอนนี้ที่เขาจากไปเธอจึงสังเกตเห็นเข้า
หรือว่า นี่คือวิชาตัวเบาที่เล่าลือกัน!
เทพเกินไปแล้ว!
ถ้าเธอมีวรยุทธที่ร้ายกาจเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องกลัดกลุ้มหาวิธีหลบหนีออกไปจากที่นี่!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาของเล่อเหยาเหยาที่มองไปยังทิศทางที่เยว่หายตัวไปจึงเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
แต่ว่าเธอกลับไม่ได้สังเกต บางคนที่อยู่ข้างกายของเธอ ใบหน้าเพิ่งอ่อนโยนลง เมื่อเห็นสายตาและสีหน้าของเธอแล้ว พลันเย็นชาขึ้นอีกครั้ง
บ่าวรับใช้สมควรตาย เขาตอนนี้สายตาเป็นอะไรไป!
ตอนที่มองตน ทั้งกังวลและหวาดกลัว ไม่มีความเลื่อมใสเลยด้วยซ้ำ! หรือว่าท่านอ๋องที่สง่างามเช่นเขา ยังสู้องครักษ์เงาผู้หนึ่งไม่ได้!
ยิ่งคิด สีหน้าของเหลิ่งจวิ้นอวี๋ยิ่งเคร่งขรึมขึ้น ในใจยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น
สายตาที่มองไปยังเล่อเหยาเหยานั้นจึงหรี่ลงเล็กน้อย บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ปิดบังไม่ได้
จนในที่สุดเมื่อเล่อเหยาเหยาหันหน้ากลับมา ถึงรู้สึกได้ว่าสายตาของเหลิ่งจวิ้นอวี๋นั้นเคร่งขรึมขึ้น หนังศีรษะจึงชาวาบขึ้นอีกครั้ง
..........................................................................