หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม: 010 นัดหมายสามวัน ตอนที่ 10

#10010 นัดหมายสามวัน

บทที่ 10 นัดหมายสามวัน

อวี๋หวั่นกำลังง่วนอยู่กับการค้าขาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าพ่อครัวจากหอหยกขาวกำลังมองดูอยู่

เมื่อขายหมดแล้ว ก็พบว่าปลาของพี่น้องสกุลอวี๋นั้นยังขายไม่ได้เลย เธอจึงเดินเข้าไปหา และกล่าวว่า “พี่ใหญ่ พี่รอง จะให้ข้านำปลาเหล่านี้ไปขายตรงนั้นหรือไม่”

“ไม่ต้องแล้ว” อวี๋ซงปฏิเสธไปอย่างไม่ต้องคิด น้ำเสียงก็ดูไม่พอใจนัก

อวี๋หวั่นกลับมิได้นำมาใส่ใจ เธอหัวเราะ พร้อมกับตอบไปว่า “ข้าจะเก็บของแล้ว หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว ทางนี้มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

ขายหมดแล้วหรือ?

ทั้งสองพี่น้องต่างรู้สึกตะลึง พวกเขามองไปทางแผงของอวี๋หวั่น ก็เห็นว่าทั้งในตะกร้าและถังไม้ต่างไม่เหลือสิ่งใดอยู่เลย

ไฉนบุรุษสองคน จึงเทียบกับกับสตรีมิได้เล่า

“เจ้าจัดการเรื่องของเจ้าเถิด เก็บของเสร็จแล้วก็กลับเร็วเสียหน่อย” อวี๋เฟิงไม่อยากสุงสิงกับนาง

“ท่านแม่อยู่ที่บ้าน ที่จริงก็ควรกลับเร็วหน่อย” อวี๋หวั่นพยักหน้า “ข้าจะไปซื้อของ ซื้อเสร็จแล้วจะกลับบ้าน”

“อืม” อวี๋เฟิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พอดีกับที่มีคนมาซื้อมันเทศ เขาจึงผละไปขายของ และมิได้สนใจเธออีก

อวี๋หวั่นคุ้นชินกับท่าทีหมางเมินเช่นนี้เป็นอย่างดี เธอไม่ได้เข้าไปรบกวนเขา และเดินออกมาอย่างเป็นปกติ

อวี๋เฟิงได้เงินมาแล้ว มันเทศก็นำไปขายจนหมด เขามองเงาของอวี๋หวั่นที่ทอดยาวจากแสงอาทิตย์ยามสายัณห์ ความสับสนเจือปนอยู่ในแววตา

……

รายรับของวันนี้นับว่าดีทีเดียว ปลาจี้อวี๋จากธรรมชาติสิบห้าจินและหน่อไม้กว่าสิบสองจิน ขายได้เงินทั้งหมดห้าร้อยสิบเอ็ดอีแปะ แต่ในเมื่อเป็นเงินก้อนแรกที่หาได้ในอีกโลกหนึ่ง อวี๋หวั่นจึงรู้สึกค่อนข้างพึงพอใจ

อวี๋หวั่นนำอุปกรณ์ทำครัวเก็บลงในตะกร้าสะพายหลัง และพาเถี่ยตั้นน้อยเดินชมตลาด

สิ่งของที่ต้องซื้อเพิ่มนั้นมีมาก ส่วนใหญ่หาซื้อได้ในตลาด ตัวอย่างเช่น ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู น้ำตาล

น้ำตาลทรายแดงที่นี่แพงกว่าน้ำตาลทรายขาวหนึ่งเท่าตัว แต่นึกถึงนางเจียง อวี๋หวั่นก็กัดฟันซื้อกลับไป

ที่บ้านยังเหลือแป้งข้าวโพดอยู่บ้าง ดังนั้นอวี๋หวั่นจึงซื้อเพียงข้าวสารห้าจิน

นอกจากนั้น อวี๋หวั่นยังอยากซื้อเนื้อกลับบ้านสักเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเนื้อไม่ติดมันนั้นแพงเหลือเกิน กินเนื้อติดมันก็ดี ไหนเลยจะรู้ว่าหลังจากถามราคา ก็พบว่าเนื้อติดมันนั้นมิได้ถูกไปว่าเนื้อไม่ติดมันเลย

“เจ้าซื้อเนื้อติดมันสองจิน ข้าเพิ่มเนื้อไม่ติดมันให้เจ้าอีกสักหน่อย” คนขายเนื้อกล่าวอย่างร่าเริง

อวี๋หวั่น “...”

ถ้าซื้อเนื้อไม่ติดมัน ก็จะแถมเนื้อติดมันให้ใช่ไหม

สุดท้ายแล้ว อวี๋หวั่นก็ซื้อเนื้อติดมันทั้งหมดสามจิน เหตุผลสำคัญมิใช่เพื่อบรรเทาความหิว แต่ก็เพื่อสกัดน้ำมัน

ในยุคสมัยนี้ มีน้ำมันพืชเพียงชนิดเดียวคือน้ำมันหูหม่า ซึ่งภายหลังเรียกว่าน้ำมันงาในอีกโลกหนึ่ง เรียกกันทั่วไปว่า ‘น้ำมันหอม’ น้ำมันหูหม่ามีราคาสูงลิบ ชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอคงซื้อไม่ไหว

เมื่อคิดเช่นนี้ ที่เนื้อติดมันราคาแพง ก็มิใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล

สิ่งที่แพงกว่าน้ำมันก็คือเกลือ

ที่ตลาดไม่มีเกลือขาย ต้องไปซื้อที่ร้านขายเกลือโดยเฉพาะ

อวี๋หวั่นสอบถามจากชาวบ้านจนรู้ว่าร้านขายเกลืออยู่ที่ใด ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนเส้นหนึ่งในตำบลเหลียนฮวา เดินไปใช้เวลาไม่ถึงครึ่งถ้วยชา[footnoteRef:1] [1: หนึ่งถ้วยชา ใช้บอกระยะเวลา หนึ่งถ้วยชาประมาณ 10-15 นาที]

หลังจากที่เข้ามาในตำบลเหลียนฮวา ทุกสิ่งล้วนดูมีระเบียบเรียบร้อยขึ้น ทั้งสองข้างทางมิใช่เพิงที่ใช้ผ้าใบกาง หรือบ้านดินที่ใช้ใบหญ้ามุงหลังคา ร้านรวงสร้างด้วยอิฐสีเทาและหลังคาสีแดง พื้นถนนเรียบเสมอกัน ถนนมีผู้คนหนาตา จ้อกแจ้กจอแจ…กระทั่งเสื้อผ้าของผู้คนบนถนนก็ดูสวยสดมีระดับ

“โอ้โห…” เถี่ยตั้นน้อยอ้าปากค้าง แม้แต่เด็กช่างจำนรรจาก็ตะลึงจนพูดไม่ออก

“ขนมกุ้ยฮวา ขนมกุ้ยฮวาทั้งหวานทั้งหอม”

ฝั่งตรงข้ามมีเสียงอันดังกังวานของพ่อค้า

เถี่ยตั้นน้อยเผลอกลืนน้ำลาย

อวี๋หวั่นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เดี๋ยวพี่จะไปซื้อมาให้”

“ข้าข้า…ข้า...ข้าไม่ได้อยากกินขนมกุ้ยฮวาสักหน่อย!” เถี่ยตั้นน้อยกระทืบเท้า

อวี๋หวั่นเอ่ยอย่างขำขันว่า “พี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะซื้อขนมกุ้ยฮวา”

เถี่ยตั้นน้อยเพิ่งสารภาพออกมาเองเมื่อครู่ ใบหน้าเล็กก็เริ่มแดงด้วยความเขินอาย

“ถึงแล้ว” อวี๋หวั่นมองร้านขายเกลือที่อยู่เบื้องหน้า

“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ!” เถี่ยตั้นน้อยผู้ซึ่งรู้ว่าอีกประเดี๋ยวจะได้กินขนมดอกกุ้ยฮวา ก็ดึงแขนพี่สาวไปอย่างตื่นเต้น กระโดดไปมาเข้าไปในร้าน

ร้านขายเกลือร้านนี้เป็นของทางการ มีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากเกลือแล้ว ก็มิได้ขายสินค้าชนิดอื่น

“พวกท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร เกลือที่ส่งมาแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน เกลือคุณภาพต่ำเช่นนี้ จะให้ลูกค้าของหอหยก

ขาวกินได้อย่างไร”

“คุณหนูไป๋เข้าใจผิดแล้ว เกลือจากร้านเรานั้นมาจากที่เดียวกัน เกลือที่ส่งให้ท่านก็ล้วนเป็นเกลือคุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดี เกลือคุณภาพไม่ดีไม่เคยเคยนำออกมาขายให้เลยขอรับ!”

“เจ้าคิดว่าข้าเชื่อรึ!” สตรีในชุดสีเหลืองอำพันและสวมผ้าคลุมหน้านั้นโกรธจนเขวี้ยงถุงเกลือถุงหนึ่งใส่ตู้หน้าร้าน

กล้าแผลงฤทธิ์ในร้านของทางการเช่นนี้ สตรีนางนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

อวี๋หวั่นไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงจูงมือน้องชายไว้ และดูเกลือที่อยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ

สตรีนางนั้นถกเถียงกับคนขายต่ออีกสองสามประโยค นางมิได้นำเกลือถุงนั้นไปด้วย “ข้าไม่สน! เกลือนี่ข้าไม่ต้องการ! พวกท่านคิดเอาเองว่าจะทำอย่างไร!”

กล่าวจบ นางก็เดินปึงปังออกไป

ขณะที่เดินผ่านอวี๋หวั่น นางหยุดฝีเท้าลง พร้อมกล่าวเตือนด้วยความไม่สบอารมณ์ว่า “เกลือที่นี่คุณภาพแย่นัก หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะไปซื้อที่เมืองหลวง!”

คำพูดเหล่านี้ แท้จริงแล้วกล่าวให้ผู้ใดฟัง

อวี๋หวั่นพยักหน้า แม้แต่ข้าวขาวนางก็ยังซื้อไม่ไหว สตรีชาวบ้านที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไหนเลยจะต้องสนใจว่าเกลือดีหรือไม่ดี

จะใส่ความผู้อื่นก็ไม่ควรทำจนน่าขายหน้าเช่นนี้ สตรีนางนี้ควบคุมโทสะไม่อยู่ ทั้งยังสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอีก

พ่อค้าเปลี่ยนสีหน้าจากที่ขมวดคิ้วเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีเมื่อครู่ เขาเคาะลูกคิดบนหลังตู้อย่างเบามือ “เกลือชั้นสอง สามสิบแปดเหรียญทองแดง ชั้นหนึ่งหกสิบเหรียญทองแดง”

“หนักเท่าใด” อวี๋หวั่นเอ่ยถาม

คนขายมิได้เหลือบมองแม้แต่น้อย เขาชี้ไปยังถ้วยเล็กบนหลังตู้

อวี๋หวั่นมองตาม เกลือเท่านี้ไม่ถึงหนึ่งจินเสียด้วยซ้ำ เพียงเดือนเดียวก็กินหมดแล้ว ทั้งยังต้องกินอย่างประหยัด

คุณภาพของเกลือ ก็เหมือนกับที่สตรีนางนั้นกล่าวไว้ คุณภาพแย่เสียยิ่งกระไร

แต่เธอไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้กิจการค้าเกลืออยู่ในมือของทางการด้วยเล่า เกลือคุณภาพสูงล้วนแต่ส่งให้ขุนนางชั้นสูงกิน เหลือเพียง ‘เกลือราคาเหมาะสม’ ที่ทั้งคุณภาพต่ำและราคาไม่เหมาะสมให้ชาวบ้านทั่วไปกิน

อวี๋หวั่นซื้อเกลือชั้นสองมาสองจิน เหลือเหรียญทองแดงติดตัวอยู่ประมาณสี่ร้อยเหรียญ

จากนั้น อวี๋หวั่นก็ซื้อรองเท้าบุสำลีให้เถี่ยตั้นน้อยและนางเจียงอีกสองคู่ ใช้เงินไปหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง

เหรียญที่เหลืออยู่นั้น อวี๋หวั่นคิดว่าจะนำไปจับจ่ายอุปกรณ์ล่าสัตว์ ทว่าขณะที่เธอพาเถี่ยตั้นน้อยเดินผ่านร้านขายยา ก็บังเอิญได้ยินเสียงของอวี๋เฟิง

“ตอนนี้ข้ามีเพียงเท่านี้ ขอให้ข้านำยากลับไปก่อนได้หรือไม่ วันรุ่งขึ้นจะนำเงินมาให้ ข้าเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้ ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะไม่จ่าย…”

เสมียนในร้านกล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า “ไม่ได้หรอก! ครั้งที่แล้วพวกเจ้าค้างเงินไว้ก็ยังคืนไม่หมด ยังจะมาติดบัญชีอีก! เรื่องพรรค์นี้มีที่ไหนกัน ใกล้สิ้นปีแล้ว พวกเจ้ารีบนำเงินมาจ่ายสิถึงจะถูก!”

อวี๋เฟิงกำหมัดแน่น “แต่ว่าท่านพ่อข้ากำลังรอ…”

“ไม่ต้องพูดอะไรอีก! ข้าไม่ให้พวกเจ้าติดเงินแล้ว!”

“ท่านพ่อข้าจำเป็น…”

เสมียนเอ่ยขัดอวี๋เฟิงอย่างหมดความอดทน “ข้าก็จำเป็น!”

สิ้นเสียง มือเรียวของเด็กสาวก็ยื่นเข้ามา และเทเหรียญทองแดงจากถุงออกมาอย่างไม่แยแสใคร

“เท่านี้ พอหรือไม่”

เธอเทออกมาจนไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว

อวี๋เฟิงและอวี๋ซงที่ยืนอยู่ด้านข้างล้วนมองเธอเป็นตาเดียว

ใบหน้าของอวี๋เฟิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

เสมียนจึงนับเหรียญทองแดงบนโต๊ะ เขาเดาะลิ้นและกล่าวว่า “เพียงพอสำหรับค่ายาวันนี้ แต่ว่าบัญชีของก่อนหน้านี้…”

“เช่นนั้นก็ขอยาวันนี้ก่อน บัญชีที่ค้างไว้ อีกสามวันข้าจะนำมาจ่ายให้ท่าน”

“ไอหยา เช่นนั้นไม่ได้…”

“ทั้งต้น ทั้งดอก”

เด็กในร้านมองตรงไปยังอวี๋หวั่น

เขามองอวี๋หวั่นอย่างพินิจพิจารณา เธอดูเหมือนมิได้ตั้งใจโป้ปดหรือกล่าวพล่อยๆ เขาจึงว่าต่อด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “เงินต้นก็ต้องคืน ดอกเบี้ยก็ต้องคืน หากไม่คืนภายในสามวัน ข้ากับท่านเจอกันที่ที่ว่าการ”

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!” อวี๋เฟิงคว้าแขนของเธอไว้ “เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่นเป็นเงินเท่าไร”

อวี๋หวั่นมิได้ตอบ แต่เธอหัวเราะอย่างเยือกเย็น และกล่าวว่า “แล้วยาของท่านลุงใหญ่ ไม่กินได้หรือ?”

อวี๋เฟิงกำหมัดแน่น

........................................

devc-7a949d58-33243หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม: 010 นัดหมายสามวัน ตอนที่ 10