Monster Pet Evolution นักเลี้ยงสัตว์อสูรขั้นเทพ

Monster Pet Evolution นักเลี้ยงสัตว์อสูรขั้นเทพ: 0007-หญ้าลิงสีเลือด ตอนที่ 7

#70007-หญ้าลิงสีเลือด

บทที่ 7 หญ้าลิงสีเลือด

ทักษะการต่อสู้ของผู้ฝึกสัตว์อสูรนั้นไม่ใช่จุดเด่นของพวกเขา แม้จะมีทักษะมากมาย แต่มันเป็นเพียงทักษะการเอาตัวรอดเท่านั้น ในท้ายที่สุดพวกเขาต้องพึ่งพาสัตว์อสูรในการต่อสู้อยู่ดี

จำนวนสัตว์อสูรที่สามารถทำพันธสัญญาได้ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณของผู้ฝึก หากตัวอสูรแข็งแกร่งขึ้น จิตวิญญาณของผู้ฝึกจะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน จึงเป็นเหตุให้สามารถทำพันธสัญญาสัตว์อสูรตัวใหม่ได้หลังจากนั้น

กล่าวคือ พันธสัญญาเลือดต้องมีพลังงานวิญญาณโดยใช้เลือดเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูร

แต่หากผู้ฝึกใช้ความรุนแรงกับสัตว์อสูรจนไม่สามารถทนได้อีกต่อไปอาจเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมได้

‘บางทีฉันอาจทำพันธสัญญาเลือดกับสัตว์อสูรระดับต่ำหลายๆ ตัว แล้วค่อยยกระดับพวกมัน’ เกาเผิงคิดในใจ

‘ไม่ๆ ฉันทำไม่ได้แน่ๆ’ เกาเผิงทิ้งความคิดนั้นทันที เพราะต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการเลี้ยงดูพวกมัน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการยกระดับพวกมันอีก

และเกาเผิงไม่กล้าเปิดเผยความสามารถของเขาด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนจับเข้าห้องขังและถูกใช้งานเป็นเครื่องจักรยกระดับสัตว์อสูรทั้งวันทั้งคืนเป็นแน่

“มาครบกันทุกคนแล้วใช่ไหมคะ?” อาจารย์มู่หลาน ชิงอี้ ถามตันเฉียนจินผู้เป็นหัวหน้าห้อง

ตันเฉียนจิน เด็กหนุ่มร่างท่วมเตี้ย เขามีลักยิ้มและเข้ากับเพื่อนๆ ในห้องได้เป็นอย่างดี ด้วยผลการเรียนดีเยี่ยมเขาจึงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง

“ทุกคนขึ้นรถครบแล้วครับอาจารย์มู่หลาน นี่ครับรายชื่อนักเรียน ผมทำเครื่องหมายไว้ให้ตรงหน้าชื่อทุกคนแล้วครับ” ตันเฉียนจินส่งรายชื่อให้กับอาจารย์

อาจารย์มู่หลานพยักหน้ารับก่อนจะยื่นศีรษะออกนอกหน้าต่างและตะโกนออกไป “ผู้อำนวยการคะ นักเรียนมากันครบแล้ว พร้อมออกเดินทางค่ะ”

เธอพยักหน้าอีกครั้งและทิ้งตัวลงบนที่นั่งคนขับ

ตันเฉียนจินที่นั่งอยู่ข้างหน้าได้อ้าปากค้างกับภาพที่เห็น อาจารย์มู่หลานเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งขับรถบัสออกไปอย่างช่ำชอง

เสียงท่อของรถบัสดังสนั่นราวกับเสียงคำรามของสัตว์ดุร้าย

ด้านหลังมีรถบัสสีฟ้าสองคันขับตามมา พวกเขามาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยบลูชิลด์

ขบวนรถเดินทางอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานก็พ้นจากประตูเมืองแล้ว

“เอาล่ะ พวกเรามาถึงแล้ว ลงรถเป็นระเบียบนะจ๊ะ”

เสียงหวืดของประตูรถทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกเปิดออก แสงแดดสาดส่องลอดผ่านช่องประตู

“ว้าว! นี่เป็นชานเมืองใช่ไหม? น่าตื่นเต้นชะมัด” เด็กอ้วนคนหนึ่งของห้องส่งเสียงออกมา ดูเหมือนการแสดงออกของเขาไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เขาถูกดึงมืออย่างตื่นเต้น "จะมีอะไรรออยู่บ้างนะ ชักอยากรู้แล้วสิ!" ทันใดนั้นเอง เด็กสาวสวมแว่นตามัดผมหางม้าตบศีรษะของเด็กอ้วนเต็มๆ “หลี่ซื่อกงหยุดเล่นได้แล้ว!”

เด็กอ้วนหลี่ซื่อกงโวยวายกลับ “ให้มันน้อยๆ หน่อยนะ พี่หลี่หงตู ถ้าพี่ไม่หยุดฉันจะ...” ก่อนหลี่ซื่อกงจะพูดอะไรออกมากลับถูกสายตาอันเย็นชาหยุดไว้ “ไม่มีอะไร ฉันผิดเองที่ขึ้นเสียงใส่พี่”

ทางด้านเกาเผิงพยายามลากต้าซื่อลงจากรถบัส หนวดบนหัวมันส่ายไปมาด้วยความตื่นตระหนกกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และสุดท้ายจบด้วยการที่เกาเผิงโยนเจ้าต้าซื่อลงจากรถแทน

ด้วยความตื่นตระหนกมันคลานไปรอบๆ เกาเผิงก่อนจะปืนป่ายขึ้นเกาะบนตัวเกาเผิง ทว่าเขากลับดันมันลงไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นต้าซื่อเป็นแบบนี้จึงอดขำไม่ได้

“กรร!” จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรตัวหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ กับเกาเผิง ต้าซื่อยกตัวสูงขึ้นอยู่ข้างเกาเผิง มันเหมือนกับคันธนูขนาดยักษ์เลย

ซู่ววว

ต้าซื่อพุ่งไปกัดเข้าที่ต้นขาของวานรนิลทมิฬในทันที

ใบหน้าเจ้าวานรบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

รอยยิ้มของไห่หลานหยูหายไปทันที เมื่อสัตว์อสูรของตนถูกทำร้ายโดยไม่คาดคิด

ก่อนเขาจะได้โต้ตอบอะไร เสียงของอาจารย์มู่หลานได้ดังแทรกขึ้นมาว่า “ทั้งสองคนหยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ไห่หลานหยู ตอนนี้เธอมีสัตว์อสูรแล้ว เธอต้องควบคุมมันให้ดี ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นเข้าใจไหม ส่วนเธอเกาเผิง เธอต้องระวังเจ้าตะขาบน้อยของเธอ ไม่ให้เที่ยวกัดใครไปทั่วนะ ทั้งคู่เข้าใจที่อาจารย์บอกไหม?”

แม้ทั้งสองจะถูกดุ แต่ดูเหมือนอาจารย์จะเข้าข้างเกาเผิงมากกว่า และเป็นเพราะผลการเรียนดีของเขานั่นเอง

สุดท้ายวานรนิลทมิฬก็กลับไปด้วยความหงุดหงิด มันมองไห่หลานหยูด้วยสายตาไม่พอใจราวกับจะพูดว่า ‘ฉันจะไปจัดการเจ้านั่นแต่นายเรียกฉันกลับมา นายเป็นเจ้านายภาษาอะไร’ มันกระโดดกลับไปพร้อมทำเสียงฟึดฟัด

วานรนิลทมิฬค่อนข้างฉลาด สติปัญญาของมันเทียบเท่าเด็กเจ็ดหรือแปดขวบ ทำให้คนทั่วไปรับรู้อารมณ์ของมันได้ผ่านสีหน้าของมัน ซึ่งตอนนี้มันกำลังไม่พอใจแบบสุดๆ

เกาเผิงมองมันและพบว่าข้อมูลตรงส่วนของสถานะได้เปลี่ยนจาก ‘สุขภาพดี’ เป็น ‘บาดเจ็บเล็กน้อย…ติดพิษ’

ตัวอักษรสีแดงคำว่าพิษ มันกะพริบอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไปจาก ‘บาดเจ็บเล็กน้อย’ กลายเป็น ‘บาดเจ็บ’ ในที่สุด

...

ว้าว นี่คือทุ่งหญ้าลิงสีเลือดเหรอเนี่ย แต่ความจริงแล้วมันคือหญ้าลิงแคระทั่วๆ ไปที่กลายพันธุ์หลังเกิดมหาภัยพิบัติ แต่เดิมหญ้าลิงแคระมีสรรพคุณทางยา สามารถบำรุงปอดและรักษาอาการไอได้ แต่หลังจากกลายพันธุ์แล้วมันสามารถเยียวยาอาการเลือดออกในร่างกายได้ ส่วนรากของมันสามารถเติมเลือดที่เสียไปได้ แถมยังเร่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอีกด้วย เกาเผิงก้มมองสำรวจหญ้าสีแดงที่อยู่ตามพื้น

หญ้าลิงแคระหรือต้นลิไรโอพี มันเป็นพืชหาได้ทั่วไปตามท้องถนนก่อนเกิดมหาภัยพิบัติ

ข้อมูลของหญ้าลิงแคระหาอ่านได้จาก ‘ตำราพฤกษาศาสตร์ฉบับพืชกลายพันธุ์’ ที่นักเรียนมัธยมจำเป็นต้องอ่าน

ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไร หรือแม้โลกจะเปลี่ยนไปสักเพียงไหนความรู้ยังคงเป็นอำนาจที่แสนทรงพลังเสมอ

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เทคโนโลยี หากแต่เทคโนโลยีนั้นเกิดจากผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผ่านกระบวนการคิด วิจัย และทดลองมามากมาย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

…………………………………………….

devc-75d0bbbd-32992Monster Pet Evolution นักเลี้ยงสัตว์อสูรขั้นเทพ: 0007-หญ้าลิงสีเลือด ตอนที่ 7