Monster Pet Evolution นักเลี้ยงสัตว์อสูรขั้นเทพ: 0033-ที่ปรึกษาผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูร ตอนที่ 33
บทที่ 33 ที่ปรึกษาผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูร
หลังจากการฝึกนรกตลอดสัปดาห์ได้ผ่านพ้นไป เกาเผิงตัดสินใจหยุดพักในช่วงสุดสัปดาห์และนอนขดตัวอยู่บนเตียงโดยไม่ลุกไปไหน
“กริ๊ง…กริ๊ง…” จู่ๆ เสียงนาฬิกาปลุกจากหัวเตียงดังขึ้น
เกาเผิงยื่นมือออกมาจากผ้าห่มและกดปุ่มหยุดมัน หลังนั้นจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยผมยุ่งราวรังนก
“เฮ้อ…ถ้าฉันไม่ทำงาน ฉันจะเอาตังค์จากไหนมาเลี้ยงสัตว์อสูรที่หิวกระหายทั้งสองตัวของฉันกันล่ะ” เกาเผิงถอนหายใจและขยี้ตา
จากนั้นเขาลุกไปแต่งตัวและเตรียมอาหารเช้า
“แกร็ก แกร็ก แกร็ก แกร็ก…” เสียงดังออกมาจากใต้โซฟา
ขณะเกาเผิงกำลังทอดไข่ ต้าซื่อมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
เกาเผิงพลิกไข่ในกระทะต่อ รอยยิ้มปรากฏบนหน้าเขา
ในห้องนั่งเล่น ต้าซื่อนอนรออยู่ที่ชามสเตนเลส มันใช้ขากรรไกรเคาะชามให้เกาเผิงสนใจมัน
“รอก่อน อย่าเร่งสิ”
เกาเผิงผัดไข่ไปมา ทำให้กลิ่นหอมผสมเนื้อลอยอบอวลไปในอากาศ
เมื่อเสร็จแล้ว เขาย้ายมาดูหม้อต้มน้ำซุปไว้ต่อพลางหั่นต้นหอมใส่ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“มานี่สิ” เกาเผิงโบกมือเรียกต้าซื่อ
ต้าซื่อคลานเข้าไปหาชามอาหารของมันพร้อมดวงตาส่องประกาย มันพุ่งตัวลงไปในชามอาหารขนาดใหญ่ทันทีที่เกาเผิงเทอาหารลงไป ไม่นานนักชามอาหารกลับว่างเปล่าอีกครั้ง
…
“อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส” ซุนซวนซวนพนักงานต้อนรับกล่าวทักทายคนที่พึ่งมาถึง
เกาเผิงพยักหน้าและเดินเข้าไปในห้องทำงานของตน
เมื่อถึงเวลาสิบนาฬิกา เกาเผิงได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก
“บอสน้อย นี่ผมเอง หม่าเจียง”
เกาเผิงจำได้ทันที เขาคือหม่าเจียง ลูกเศรษฐีลูกค้าคนแรกของเขา ด้วยความตรงไปตรงมาของหม่าเจียง มันทำให้เกาเผิงประทับใจในตัวเขา
“บอสน้อย จำเรื่องที่ผมพูดไว้คราวก่อนได้ไหมว่ายังมีสัตว์อสูรอีกหลายตัวที่ต้องการให้คุณช่วยดูแล วันนี้คุณพอจะมีเวลาว่างบ้างไหม?”
“แน่นอน เข้ามาได้เลย” เกาเผิงตอบ
“ตกลง!” หม่าเจียงเต็มไปด้วยความสุข
หลังจากวางโทรศัพท์ เกาเผิงบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของหม่าเจียงเอาไว้ว่า ‘เงินก้อนใหญ่’
ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูจึงดังขึ้น
“เข้ามา” เกาเผิงกล่าว
“สวัสดีครับ” ชายวัยกลางคนในสูทสีเทาและสวมแว่นตาขอบทองเดินเข้ามา
ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเกาเผิงครั้งแรก แต่เขาก็ไม่แสดงอาการผิดปกติใดออกมา
“คุณคงจะเป็นคุณเกาสินะครับ? ผมเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทรักษาความปลอดภัยบลูชิลด์ ผมชื่อว่าหลิวเฉินหลินครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหลิว” เกาเผิงพยักหน้า
“ทางเราได้ยินชื่อเสียงของคุณมาเป็นอย่างดี คุณเป็นผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรที่อายุน้อยที่สุดของเมืองฉานอันและยังเป็นผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรขั้นกลางอีกด้วย ดังนั้นเราจึงต้องการเชิญคุณมาเป็นที่ปรึกษาผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรของบริษัทเรา” หลิวเฉินหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ที่ปรึกษาผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรคืออะไรเหรอครับ?” เกาเผิงถาม
“โอ้ ผมลืมกล่าวรายละเอียด ขออภัยด้วยครับ” หลิวเฉินหลินขอโทษ
“บริษัทของเรารับคุ้มกันความปลอดภัยให้กับลูกค้า สัตว์อสูรที่พวกเราเลือกใช้คือ ตั๊กแตนปีศาจจากกลุ่มบริษัทเซาเทิร์นสกาย”
เกาเผิงตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อบริษัทเซาเทิร์นสกาย ตาของเขาเคยเป็นผู้บริหารของบริษัทนี้ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ
“ตอนนี้ตั๊กแตนปีศาจชุดแรกของเรากำลังใกล้ถึงจุดอิ่มตัวของการวิวัฒนาการ ดังนั้นเราจึงต้องการว่าจ้างผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรมาเป็นที่ปรึกษาเพื่อยกระดับพวกมัน”
“ตำแหน่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่องานประจำของคุณแน่นอน ทางเราจะรบกวนคุณในบางเวลาเท่านั้น” หลิวเฉินหลินกล่าวเสริม
เกาเผิงขมวดคิ้ว “ทำไมต้องเป็นผม ในเมืองฉางอานยังมีผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรขั้นกลางอีกมาก ถ้าผมจำไม่ผิด มันมีกระทั่งผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรขั้นสูงอีกด้วย มาตรฐานของพวกเขาย่อมสูงกว่าผมมาก”
หลิวเฉินหลินส่ายศีรษะ “คุณเกาที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่ม เราเชื่อว่าคุณย่อมมีทักษะที่ไม่ธรรมดา คุณอาจไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่เราให้คุณค่ากับคุณมากกว่าที่คิด สำหรับผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรขั้นสูงสองท่านของเมืองฉางอานนั้น ทางเราไม่สามารถอยู่ในฐานะผู้ว่าจ้างพวกเขาได้”
หลิวเฉินหลินเผยรอยยิ้มเจื่อน
“หนึ่งในนั้นคือผู้อำนวยการเฉินของสมาคมผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูร แล้วบริษัทเล็กๆ ของเราจะขอให้เขามาเป็นที่ปรึกษาได้อย่างไร?”
“ส่วนอีกคนคือกู่เซียนหลิน” หลิวเฉินหลินกล่าวต่อ “กู่เซียนหลินเป็นผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรอันดับหนึ่งของเมืองฉางอานและมีตำแหน่งในหน่วยงานรัฐบาล แน่นอนว่าเราไม่มีสิทธิ์ขอให้เขามาเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเรา”
แม้ว่ามันจะเป็นการยกย่องเกินจริงไปสักหน่อย แต่เกาเผิงก็รู้สึกดีมากที่มีบางคนมองเห็นคุณค่าของเขา
ความจริงคือเขายังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่ยังขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะ จึงทำให้เขาคล้อยตามเมื่อใครสักคนมายกยอปอปั้นเขา
“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดถึงค่าตอบแทน ผมมีเงื่อนไขสามข้อ”
“ข้อที่หนึ่ง ผมต้องไปโรงเรียนวันจันทร์ถึงศุกร์ หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน อย่ารบกวนผม ข้อที่สอง ผมสามารถให้คำแนะนำแต่ไม่สามารถดูแลพวกมันตลอดเวลา ข้อที่สาม ผมจะไม่ทำสัญญาว่าจะทำงานให้กับบริษัทของคุณเท่านั้น หากบริษัทของคุณยอมรับเงื่อนไขทั้งสามข้อของผมได้ เราก็พูดคุยในขั้นต่อไปได้”
เกาเผิงจิบชาและพร้อมรับการปฏิเสธ
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวเฉินหลินถึงกับยิ้มมุมปาก
เขาจ้องมองเกาเผิงครู่หนึ่งก่อนตอบ “เอาล่ะ ตกลง เรายอมรับเงื่อนไขของคุณ”
“หืม?” เกาเผิงตะลึง ‘ยอมรับเงื่อนไขนี้เหรอ?’
หลังจากตกลงรับเงื่อนไข หลิวเฉินหลินจึงนำเอกสารสัญญาออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เกาเผิงพิจารณา
“ไม่มีปัญหา” มันเป็นสัญญาอย่างเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน
เกาเผิงจะได้รับค่าตอบแทนห้าร้อยเครดิตพันธมิตรต่อปีพร้อมค่าคอมมิชชั่น
ค่าคอมมิชชั่นคือ ห้าสิบเครดิตพันธมิตรต่อตั๊กแตนปีศาจทุกตัวที่เกาเผิงสามารถยกระดับได้
หลังจากเซ็นสัญญา หลิวเฉินหลินยืนขึ้นและพร้อมฝืนปั้นรอยยิ้มสุภาพ
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ผมขอตัวครับ”
ในลิฟต์ หลิวเฉินหลินลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจกดโทรออก
“ลุงครับ เขาเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เขาไม่เต็มใจที่จะทำงานเต็มเวลา มีผู้เพาะพันธุ์สัตว์อสูรขั้นกลางมากมายในเมืองฉางอาน ทำไมเราต้อง…” ปลายสายกล่าวบางคำ ทำให้หลิวเฉินหลินหน้าถอดสี ก่อนจะวางสายในที่สุด
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาพบหม่าเจียงถือกระถางดอกไม้ยืนรอลิฟต์อยู่ด้านนอก
หม่าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะจำได้ว่าเขาคือผู้จัดการทั่วไปของบริษัทรักษาความปลอดภัยบลูชิลด์และเขายังทำหน้าเป็นตัวแทนบริษัทอีกด้วย
เขามาจากชั้นสามแสดงว่าเขามาหาคุณเกา
‘เขามาหาคุณเกาอย่างนั้นเหรอ? เขามาทำไมกันนะ?’ หม่าเจียงไม่ได้สนใจเรื่องหลิวเฉินหลินมากนัก เขาหอบกระถางดอกไม้มาให้เกาเผิงยกระดับมัน เพื่อจะทำให้เขาได้รับฉายาราชันดอกไม้แห่งเมืองฉางอาน
…………………………………………….