Monster Pet Evolution นักเลี้ยงสัตว์อสูรขั้นเทพ: 0035-แรดเหล็ก ตอนที่ 35
บทที่ 35 แรดเหล็ก
สองวันที่ผ่านมานี้ เกาเผิงหมกตัวอยู่แต่ในสำนักงานนกร็อคทะยานฟ้า แม้ชื่อเสียงของเกาเผิงจะกระจายออกไปแล้ว แต่ลูกค้ายังคงมีไม่มากเพราะราคาสูงราวกับขูดรีดของเขา
แต่โชคยังดี เพราะในสองวันนี้เขาได้ยกระดับหนูเพลิงลาวายักษ์เลเวลเจ็ดสัตว์อสูรระดับสูงให้กลายเป็นระดับสมบูรณ์
ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด เกาเผิงเองยังต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการยกระดับสัตว์อสูรแต่ละตัว ถึงแม้เขาจะสามารถยกระดับสัตว์อสูรได้ภายในสองชั่วโมง ทว่าเขาเลือกที่จะกดตัวเองให้ต่ำและไม่เปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกมา
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าของเกาเผิงต่างรู้สึกพอใจกับผลงานที่ได้รับ แต่เมื่อกล่าวถึงค่าธรรมเนียมของเขาเท่านั้น ทำให้พวกเขารู้สึกใจเต้นรัวทุกครั้ง
ในเช้าวันจันทร์ เขากลับไปใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนตามปกติ
จากการฝึกนรกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายของต้าซื่อแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
เวลาเรียนคือเรียนเต็มเวลา หลังจากเลิกเรียน พวกนักเรียนยังคงต้องฝึกสัตว์อสูร หลายวันมานี้ ผู้คนของเมืองฉางอานเริ่มเห็นเด็กอายุสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีฝึกสัตว์อสูรของตนอย่างขะมักเขม้น
“พวกเราฝึกเท่านี้เพื่ออะไรกัน ต่อให้ผ่านการประเมินพวกเราไม่ได้เป็นนักเรียนดีเด่นอยู่แล้ว คงไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยดังได้ เผลอๆ เราอาจจบด้วยการเป็นลูกจ้างบริษัทธรรมดาเพื่อหาเลี้ยงชีพแต่ละวันเท่านั้น พวกเรามองหางานอื่นทำดีไหม ไม่แน่อาจดีกว่าการเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรก็เป็นได้” นักเรียนบางคนกระซิบ
“นายพูดถูก แล้วเราควรถอนตัวดีไหม?” มีนักเรียนบางคนเห็นด้วย
“นายไม่ได้ยินที่ผู้ฝึกสอนพูดหรืออย่างไร? ถ้าเราขอถอนตัวตอนนี้ นอกจากพวกเขาไม่อนุญาตแล้ว เราจะถูกกลั่นแกล้งมากขึ้นอีก เดือนหน้าพวกเขาจะคัดนักเรียนเหลือเพียงหนึ่งพันสองร้อยคน พวกเราไม่จําเป็นต้องจริงจังกับการฝึกฝนก็ได้ สุดท้ายพวกเราจะได้กลับไปเรียนตามปกติ” นักเรียนอีกคนกล่าวพร้อมยกมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“อืม นายพูดถูก”
นักเรียนในคลาสพิเศษหลายคนเริ่มคิดในทำนองนี้หลายคน เพราะการฝึกที่แสนน่าเบื่อซ้ำซากนี้
นี่เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถก้าวข้ามความยากลำบากในชีวิตได้
คลาสพิเศษนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สนุกอย่างเช่นที่คิด มีนักเรียนหลายคนเริ่มยอมแพ้และยินดีท่องวรรณกรรมแทนการมาฝึกหนักแบบนี้
เมื่อคนหนึ่งยอมแพ้ คนต่อไปก็เริ่มยอมแพ้เช่นกัน
ความคิดและการกระทำของเด็กกลุ่มนี้อยู่ในสายตาของผู้ฝึกสอนทั้งหมด แต่พวกเขาไม่ว่าอะไรกับเด็กกลุ่มนี้ พวกเขาเพียงยืนมองเด็กนักเรียนฝึกสัตว์อสูรของตนอยู่อย่างเงียบๆ และจะตอบคำถามของนักเรียนที่เดินเข้ามาถามเท่านั้น
เกาเผิงฝึกกับต้าซื่ออย่างหนักอยู่ตรงมุมหนึ่งในลานกว้าง
แม้การฝึกจะน่าเบื่อหน่าย แต่ตราบเท่าที่เขามีความทะเยอทะยาน เขาจะสามารถเปลี่ยนความน่าเบื่อให้กลายเป็นแรงบันดาลใจได้
เกาเผิงถือนาฬิกาจับเวลาไว้ในมือซ้ายขณะต้าซื่อวิ่งผ่านเสาหินกีดขวางจำนวนมากอยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง
“เจ็ดจุดสี่เจ็ดวินาที เร็วขึ้นศูนย์จุดสี่วินาที” เกาเผิงกล่าวพร้อมกับเช็ดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก เพราะอากาศช่างร้อนอบอ้าวเสียจริง
เกาเผิงลูบหัวต้าซื่อเป็นการชมเชยก่อนจะนำหนอนยักษ์สองสามตัวออกมาจากลังไม้ให้เป็นรางวัลให้กับมัน
นี่คือหนอนนก หนึ่งในอาหารสุดโปรดปรานมากที่สุดของมัน
หลังจากกินเข้าไป ทำให้อารมณ์ของต้าซื่อค่อยดีขึ้น
“เกาเผิง ดูเหมือนนายจะฝึกสัตว์อสูรได้ดี” เสียงดังมาจากด้านหลัง
เกาเผิงหันหลังกลับและเห็นท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเงาดำ เขาก้าวถอยหลังกลับตามสัญชาตญาณ
ผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือ เด็กหญิงผมหางม้าผู้หนึ่ง เธอมีความสูงถึงสองเมตร สวมชุดออกกำลังกายสีเทา จมูกคม คิ้วหนา ด้วยเครื่องหน้าคมเข้มแบบนี้ ถ้าไม่ได้ฟังเสียงคงคิดว่าเธอเป็นผู้ชายแน่ๆ
“ขอบคุณสําหรับคําชม” เกาเผิงพยักหน้าเล็กน้อย
ด้วยลักษณะโดดเด่นของหญิงสาว ไม่มีทางที่เกาเผิงจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเธอมาก่อน
เธอชื่อ ‘มู่ไท่ยิง’ เธอมีผลการเรียนเป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของชั้นหลังจากการรวมตัวกันของสองโรงเรียน
ในสายตาคนทั่วไป เธอเป็นคนประหลาดเช่นเดียวกับเกาเผิง
ทั้งสองมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยมแต่กลับเลือกจะเป็นนักศึกษาวิชาทหาร การตัดสินใจของพวกเขาทำให้หลายคนรู้สึกไม่เข้าใจ ด้วยผลการเรียนของพวกเขา มันเป็นไปยากมากที่พวกเขาจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำไม่ได้ แล้วเหตุไฉนพวกเขาต้องเลือกเรียนคลาสพิเศษนี้?
“ฉันมาที่นี่เพราะฉันต้องการรวมกลุ่มกับนาย” มู่ไท่ยิงกล่าว เธอแสดงความต้องการของเธอออกมาทันที
“รวมกลุ่ม?” เกาเผิงประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขายังจำได้ว่าหลังจากนักเรียนถูกคัดเหลือหนึ่งพันสองร้อยคน พวกเขาต้องจับกลุ่มสองคนและต้องเป็นสมาชิกสัตว์อสูรที่แตกต่างกันเพื่อฝึกทักษะเกี่ยวกับความร่วมมือ
คะแนนของพวกเขาจะถูกประเมินแบบกลุ่มเช่นกัน
“ทำไมต้องเป็นฉันกันล่ะ?” เกาเผิงไม่เข้าใจเพราะพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้
“เพราะคนอื่นล้วนเป็นคนธรรมดา ฉันคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง” มู่ไท่ยิงตอบอย่างตรงไปตรงมา
‘ผู้หญิงคนนี้!’ เกาเผิงถอนหายใจ
“สัตว์อสูรของเธออยู่ไหน?” เกาเผิงถามมู่ไท่ยิงที่ยืนอยู่เพียงลําพัง
“เม็ดบัว!” เธอส่งเสียงเรียก
ในระยะไกล เนินเขาขนาดย่อมลุกขึ้นยืนทันทีทันใด ดวงตาสว่างสดใสของมันมองมาที่พวกเขา มันมีหน่อขนาดใหญ่งอกออกมาจากศีรษะบวกกับแขนขาแข็งแกร่ง ยามมันก้าวเดินพื้นซีเมนต์ถึงกับสั่นสะเทือน
นี่คือสิ่งที่มู่ไท่ยิงเรียกว่าเม็ดบัว!
ชื่อสัตว์อสูร แรดเหล็ก
เลเวล สิบสอง[footnoteRef:0] [0: ]
ระดับ สมบูรณ์
คุณสมบัติ ธาตุเหล็ก
สถานะ สุขภาพดีและมีความสุข
…………………………………………….