วิวาห์พลิกรัก ฉบับซุปตาร์: บทที่ 12 แย่งชิงตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ ตอนที่ 12
บทที่ 12 แย่งชิงตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์
“แต่ฉันไม่ได้มีแผนที่จะประกาศเรื่องความสัมพันธ์กับโม่ถิงเร็วๆ นี้” ถังหนิงอธิบายอย่างใจเย็น เธอมีประกายออร่าของความมั่นใจและน่าอัศจรรย์ “ด้วยการช่วยเหลือจากมีโม่ถิงช่วยแล้ว ฉันรู้ว่าหน้าที่การงานจะก้าวหน้าขึ้นมาก แต่ผู้คนก็จะรับรู้แค่ว่าฉันเป็นภรรยาของโม่ถิง ไม่ใช่ถังหนิงที่เป็นนางแบบ เมื่อสามปีก่อน ฉันพยายามที่จะกลายเป็นนางแบบระดับแนวหน้าของปักกิ่ง และตอนนี้ สามปีต่อจากนี้ ฉันมั่นใจว่าจะสามารถทำได้อีกครั้งด้วยความสามารถของฉันเอง ฉันจะทวงสิ่งที่เป็นของฉันตั้งแต่แรกคืน”
“หลงเจี่ย ถ้าเธอคุณยังเต็มใจที่จะช่วยฉัน เราก็จะไปลงมือด้วยกัน แต่ถ้าไม่ ฉันก็ไม่ได้กดดันเธอคุณนะ ฉันจะช่วยให้คุณยกเลิกสัญญากับเทียนอี้และช่วยหางานในบริษัทที่ดีกว่านี้ให้”
“พูดไร้สาระอะไรออกมาน่ะคะ ฉันก็ต้องอยากอยู่ข้างคุณแน่นอนอยู่แล้ว ฉันอยากเป็นผู้จัดการระดับท็อปของนางแบบระดับสากลนะ” หลงเจี่ยตอบอย่างมั่นใจ “แต่ คุณวางแผนที่จะอยู่กับเทียนอี้ต่อไปเหรอ”
“คิดว่ายังไงล่ะ” ถังหนิงมองหลงเจี่ย ปล่อยให้ท่าทางของเธอเป็นคำตอบ “หันอวี่ฝานหลอกใช้ฉันมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…ฉันจะเอาคืนเขาแน่นอน”
หลังจากได้ยินถังหนิงพูด หลงเจี่ยก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาขณะที่เอนตัวไปหาถังหนิง ไหล่ของเธอสั่นจากการหัวเราะจนไหล่สั่น “คุณถังหนิง ฉันเพิ่งรู้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้รู้จักคุณดีเท่าไรเลย ฉันไม่เคยรู้ว่าคุณจะเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้ แล้วจะเอายังไงต่อ เราจะทำยังไงอย่างไรต่อไปคะล่ะ ปล่อยวิดีโอหรือ”
“ไม่…มาแย่งตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์กันเถอะ แบบตรงๆ คือ มาแย่งสิ่งที่เป็นของฉันตั้งแต่แรกจากมือของโม่อวี่โหรวกันเถอะ หลังจากนั้น แฟนๆ ของโม่อวี่โหรวจะต้องไม่พอใจแน่นอน วิดีโอจะถูกปล่อยออกมาตอนนั้นแหล่ะ!”
“หลงเจี่ย เธอ คุณจะต้องทำงานหนักขึ้นนิดหน่อยนะ ช่วยฉันตัดต่อคลิปจากงานคราวน์สตาร์มงกุฎดาราและปล่อยลงออนไลน์ที”
“ได้สิ ไม่ต้องกังวลไป! ไว้เป็นหน้าที่ฉันเอง!” หลังจากได้ฟังแผนการของถังหนิงแล้ว แววตาของหลงเจี่ยก็ระยิบระยับขึ้นขณะพลางพยักหน้ารับ และที่สำคัญที่สุดคือ เธอค้นพบว่าถังหนิงต่างออกไปแล้ว เธอเคยเป็นคนที่อ่อนแอและบอบบาง แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เมื่อเธอเป็นผู้นำได้โกรธใครแล้วจะมีพลังมากมายขนาดนี้
หลังจากจบการสนทนา ถังหนิงขอร้องให้ลูเช่อไปส่งหลงเจี่ยที่บ้าน แล้วก่อนที่เธอจึงจะลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปยังห้องนอนที่มีกลิ่นหอม โม่ถิงเพิ่งเปลี่ยนเป็นชุดคลุมอาบน้ำและกำลังนั่งจิบไวน์แดงอย่างเพลิดเพลิน คางของเขาเชิดขึ้นเผยให้เห็นสันกรามที่งดงามราวกับรูปปั้นที่แกะสลักอย่างดีงงดงาม ทำให้หัวใจใครต่อใครต้องสั่นไหว
ถังหนิงรู้สึกประหม่าแต่ก็ยังเดินไปนั่งข้างๆ โม่ถิง โม่ถิงยังจิบไวน์แดงจากแก้วอย่างต่อเนื่อง แต่ทันใดนั้นเอง…เขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของเธอขณะที่มาประกบริมฝีปากทันทีลงไป เขายังคงมีไวน์อยู่ในปากขณะที่แบ่งปันรสชาติหอมหวานกับถังหนิง
ถังหนิงประหลาดใจ ขณะที่ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ โม่ถิงหัวเราะอย่างอ่อนโยนและจูบปลายจมูกของเธอ “ถ้าคุณดื่มไม่ได้ คุณจะเสียเปรียบเวลาไปออกงานต่างๆ นะ คุตุณต้องฝึก…”
ถังหนิงผลักร่างกายของเธอไปที่หน้าอกอันที่เรียบเนียนของโม่ถิง “ถ้าอย่างนั้น คุณประธานโม่คะ คุณจะเสนอว่ายังไงหรือ”
“ดื่มแก้วเล็กๆ ทุกวัน คุณว่ายังไงล่ะ”
“ใช้วิธีเดียวกับตอนนั้นเมื่อกี๊?” ถังหนิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทางที่ยั่วยุเล็กน้อย
โม่ถิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนพลางขณะพยักหน้า “คุณชอบมันไหมล่ะ”
“อือ่ะฮึะ” ถังหนิงพยักหน้า
“ถ้างั้นมาทำกันเถอะ” หลังพูดจบ โม่ถิงยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง ใช้วิธีเดิม เขาโน้มไปหาอีกครั้ง แต่คราวนี้…หลังจากพวกเขจาดื่มไวน์เสร็จก็ไม่ได้แยกออกจากกัน ยังคงจูบกันอย่างหลงใหล ขณะที่ใช้โซฟาข้างใต้พวกเขาเหมือนเป็นเตียงนอน
ขณะที่โม่ถิงค่อยๆ เปลี่ยนการไล่บรรจงจูบไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเธออย่างช้าๆ ทำให้ถังหนิงรู้สึกสั่นสะท้านได้ว่าตัวสั่น เธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีก เธอไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน การเป็นมีความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าทำให้ร่างกายอ่อนแรงราวกับเม็ดทราย ในช่วงเวลาที่ร้อนแรงนี้ สิ่งที่เธอสามารถมองเห็นได้คือสันจมูกที่หล่อเหลาของโม่ถิงและริมฝีปากนุ่มของเขา แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง และ…
“โม่…ถิง…ไปที่เตียงได้ไหม ฉันไม่อยากทำ…ที่โซฟา”
พอได้ยินคำขอร้องของเธอ โม่ถิงก็หยุดทันที มองลงไปที่เรียวขายาว ช่างงดงามราวกับหางของนางเงือก เขาอดกลั้นความปรารถนาไว้ขณะที่ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำให้ถังหนิง เขาอุ้มเธอขึ้น พาไปยังห้องน้ำและวางลงที่อ่างอาบน้ำอย่างแผ่วเบา
“นี่มันอะไรคะกัน”
โม่ถิงห่มผ้าเช็ดตัวก่อนที่จะคุกเข่าลงข้างหน้าถังหนิง เขาเชยคางเธอขึ้นและพูดว่า “ผมอยากได้หัวใจของคุณก่อน เมื่อไรที่ผมเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจคุณ ผมจะทำให้คุณเป็นของผมโดยสมบูรณ์” หลังจากที่พูดจบโม่ถิงก็ลุกขึ้น แต่ถังหนิงเอื้อมมือออกไปคว้าผ้าเช็ดตัวของเขาไว้
“ไม่ใช่ว่าฉับฉันไม่ชอบ…ให้เรา…ทำสิ่งนี้ คุณยังไม่เชื่อฉันหรือ”
โม่ถิงลูบหัวถังหนิงอย่างแผ่วเบา ในขณะที่พลางทำให้ตนเองใจเย็นลงไปด้วย “ผมต้องการคุณ…คุณไม่รู้หรอกว่าตัวเองน่าดึงดูดมากแค่ไหน แต่ผมอยากได้ทั้งหมดของคุณ ทั้งตัวและหัวใจ…ผมอยากรอให้คุณแน่ใจจริงๆ”
ถังหนิงพยักหน้าและจับมือซ้ายของโม่ถิงไว้ “มันก็นานมาแล้วที่มีคนปฏิบัติกับฉันด้วยความเคารพแบบนี้”
โม่ถิงเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ แม้ว่าเขาอยากจะบดขยี้หันอวี่ฝานให้เป็นชิ้นเล็กๆ…โม่ถิงก็ยังเชื่อว่า ถังหนิงจะสามารถคว้าทุกสิ่งที่เธออยากได้มาด้วยความสามารถของเธอเอง
…
เช้าวันถัดมา เรื่องอื้อฉาวระหว่างนางแบบสองคนของเทียนอี้ก็ถูกแทนที่ด้วยพาดหัวข่าวใหม่ประจำวัน ในขณะเดียวกัน ข่าวลือระหว่างหันอวี่ฝานและโม่อวี่โหรวก็ถูกปกปิดด้วยข่าวประชาสัมพันธ์ของเทียนอี้ กระแสข่าวบันเทิงที่เกินจริงมักจะหายไปเร็วเหมือนตอนที่ปรากฏเสมอมักจะมาไวไปไวเสมอ อย่างไรก็ตาม…เนื่องจากทัศนคติในการออกมาและยอมรับผิดทั้งหมดของถังหนิง ทำให้เธอมีแฟนคลับใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะมาก แฟนคลับเหล่านี้ต่างก็กำลังค้นหารูปร่างหน้าตาและรูปภาพของถังหนิงสมัยก่อน…
ไม่มีใครสังเกตเลยว่า ณ ช่วงเวลานี้ ถังหนิงกำลังหวนกลับมาอย่างช้าๆ
โดยเฉพาะระหว่างงานแสดงคราวน์สตาร์มงกุฎดารา การแสดงของถังหนิงนำหน้านางแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตอนนี้กินขาดไปเลย แฟนคลับใหม่ๆ ของเธอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับถังหนิงที่จะมาเสียเวลา พวกเขาก็เลยเริ่มแชร์วิดีโอของเธอลงสื่อออนไลน์พร้อมกับติดต่อไปยังอัชแอ็ฟ หลังจากที่ดูวิดีโอของถังหนิงแล้ว อัชแอ็ฟก็รู้สึกหลงใหลในความสวยงามของถังหนิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นรูปภาพและท่าโพสต์มากมายของเธอ ดีไซน์เนอร์ที่โกรธถังหนิงในวันที่มีการแสดงก็ตระหนักได้ทันทีว่าถังหนิงเหมาะสมกับเครื่องเพชรของเขาขนาดไหน…ราวกับว่าถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน
ดีไซน์เนอร์ของอัชแอ็ฟครุ่นคิดเล็กน้อย การตัดสินใจก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบมาจากการหลอกลวงของเทียนอี้ แต่ตอนนี้เขามีเวลาสงบสติอารมณ์และคิดให้รอบคอบแล้ว ความสง่างามของถังหนิงและความเป็นมืออาชีพของเธอเหมาะสมกับคราวน์สตาร์มงกุฎดารามากกว่าอย่างแน่นอนอยู่แล้ว
เป็นเพราะทัศนคติของถังหนิงที่ยอมรับความผิด อัชแอ็ฟจึงเริ่มมีความศรัทธาในตัวเธอ
ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงของอัชแอ็ฟแชแอ็ฟจึงร่วมประชุมกันเพื่อหารือเรื่องการเปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์ และท้ายที่สุด…พวกเขาก็ได้มติร่วมกัน สายโทรศัพท์ถูกต่อไปยังห้องทำงานของประธานบริษัทเทียนอี้เอ็นเตอร์เทนเมนต์
“คุณยูฌีนน์ยูจีน อวี่โหรวใกล้เกือบฟื้นหายจากอาการบาดเจ็บอย่างสมบูรณ์แล้ว การปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณจะไม่ล่าช้าอย่างแน่นอน…”
“ผมไม่ได้โทรมาเพราะเรื่องนั้น คุณหันอวี่ฝาน เราอยากจะเปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์ เราอยากจะเปลี่ยนจากโม่อวี่โหรวเป็นถังหนิง!” เขาพูดภาษาอังกฤษอย่างสำเนียงสมบูรณ์แบบ
หลังได้ยินคำขอร้อง ได้ยินดังนั้นแล้ว หันอวี่ฝานก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร “ไม่สิ คุณยูฌีนน์ยูจีน ผมไม่คิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องนะ”
“พวกเรายังไม่ได้เซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการ ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนเป็นถังหนิง เราก็คงจะยกเลิกสัญญาความร่วมมือกันนี้ และมองหาบริษัทอื่นเพื่อทำงานร่วมกัน”
“เรายังมีนางแบบคนอื่นอีก คนที่มีชื่อเสียงมากกว่าโม่อวี่โหรว…”
“เราต้องการแค่ถังหนิง”
คุณยูฌีนน์ยูจีน ได้ตัิดสินใจแล้ว ปล่อยให้หันอวี่ฝานไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยินยอม อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้เป็นวิธีการดั้งเดิมของโม่อวี่โหรวที่จะใช้เป็นหลักประกันในงานประกาศรางวัลท็อปเทนโมเดล ใครจะคาดคิดว่าถังหนิงจะมาฉกฉวยผลประโยชน์ไปแทน และด้วยการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ โม่อวี่โหรวจะต้องอารมณ์เสียอย่างมากแน่นอน
ข่าวแพร่ไปถึงหูของหลงเจี่ยอย่างรวดเร็ว อัชแอ็ฟโทรศัพท์ไปยังห้องทำงานของหันอวี่ฝานเพื่อขอร้องให้เปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์ ดังนั้นเมื่อเธอคุยโทรศัพท์กับถังหนิง เธอเธอจึงตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด “ถังหนิง ถังหนิง คุณทำสำเร็จได้มันมาแล้ว!”
“อย่าเพิ่งดีใจมากเกินไป โม่อวี่โหรวไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นง่ายๆ แน่” ถังหนิงไม่ได้ประมาท แม้ว่าเธอจะเป็นผู้กุมสถานการณ์ก็ตาม