เธอกลับมาเทพ ตอนที่ 40
ตอนที่ 40 ความสงสัยของเซี่ยอวี้
[นั่นสิ เอาความสามารถของเมนเทอร์หลินไปไว้ที่ไหน ถ้าได้เมนเทอร์หลินสอนเซี่ยอวี้อาจได้ตำแหน่งเซ็นเตอร์ แต่ถ้ามาตกอยู่ในมือของซือฝูชิง แบบนี้เซี่ยอวี้จะได้เดบิวต์เหรอ]
[พวกเธอคงไม่รู้ อาจารย์หลินเคยไปที่เก๋อหลินเอินด้วยนะ ถึงแม้จะไม่ได้ไปเพราะได้รางวัลอะไร แต่อย่างน้อยก็ได้แวะไป ส่วนซือฝูชิงแม้แต่เก๋อหลินเอินคืออะไรยังไม่รู้ด้วยซ้ำ]
[แม่เจ้า เก๋อหลินเอิน เจ๋งโคตร!]
พอมีคำว่าเก๋อหลินเอินโผล่มาก็ดูมีความสำคัญขึ้นมาทีเดียว
ไม่นานชาวเน็ตก็เบนความสนใจไปที่งานมอบรางวัลของเก๋อหลินเอินที่จะจัดขึ้นในเดือนหกของปีนี้
ทีมงานของรายการย่อมเห็นเรื่องที่ชาวเน็ตถกเถียงกันในสายตา
“ผู้กำกับ ตอนนี้ซือฝูชิงไม่สงบเสงี่ยมเอาซะเลย” ฝ่ายประสานงานเดินเข้ามา “มีเด็กฝึกหลายคนไม่พอใจซือฝูชิง หวังว่าซือฝูชิงจะออกไปจากรายการ”
ผู้กำกับสูบบุหรี่พลางถามขึ้น “เทียนเล่อมีเดียพูดอะไรบ้างไหม”
“ทางฝั่งเทียนเล่อไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลย” ฝ่ายประสานงานกล่าว “แต่พวกเขาพออกพอใจการแบ่งห้องแบบนี้มาก แถมขอให้พวกเราช่วยดันลู่เยี่ยนสุดแรงอีกด้วย”
ตอนที่เซี่ยอวี้เพิ่งสมัครเข้ามาในรายการหนุ่มสาววัยใสก็มีบริษัทเล็กใหญ่มากมายอยากเข้ามาร่วมงานด้วย
แต่เขาผยอง ทำอย่างไรก็ไม่เซ็นสัญญาเสียที
บริษัทเทียนเล่อมีเดียก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทในวงการแวะเวียนมาบอกทีมงานว่าต้องขัดขาเซี่ยอวี้ไว้
ถึงแม้จะได้รับการโหวตจากทางบ้านอย่างเปิดเผย แต่ความจริงได้เขียนบทตอนจบไว้แล้ว
แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่าความสามารถของเซี่ยอวี้จะตีแซงหน้าขึ้นมาขนาดนี้ แม้แต่บทที่วางไว้ก็ถูกพังยับ ทางรายการเลยทำได้แค่คอยกดคะแนนโหวตไว้เบื้องหลังเท่านั้น
ต่อให้ฝ่ายควบคุมเปลี่ยนข้อมูล เหล่าแฟนคลับของเซี่ยอวี้ก็ดูไม่ออก
ทีมงานรายการที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังย่อมไม่มีทางเอาเรื่องทำลายตนเองแบบนี้แพร่งพรายให้ใครรู้อยู่แล้ว
“เรตติ้งของรายการสูงมาตลอด งั้นก็ไม่ต้องสนใจ” ผู้กำกับพึมพำครู่หนึ่งก็เอ่ย “แต่จะปล่อยให้ซือฝูชิงโอหังไม่ได้”
ฝ่ายประสานงานพยักหน้า “ทางฝั่งเมนเทอร์หลินมาบอกให้ช่วยปล่อยคลิปของเช้าวันนี้ครับ”
หลินชิงเหยียนคร่ำหวอดในวงการมาหลายปีย่อมมีคนหนุนหลัง
ทุกการกระทำของซือฝูชิงวันนี้ทำให้ทางหลินชิงเหยียนไม่พอใจอย่างมาก
“ได้” ผู้กำกับตอบรับ “เอาตามที่พวกเขาว่าเลย”
**
ทางนี้
ในห้องซ้อมเต้นสอง
“ฉันจะเต้นแค่ครั้งเดียว” ซือฝูชิงเปิดเพลง ขยับข้อมือครู่หนึ่งก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างโอ้อวด “ถ้าทำตามไม่ได้ก็ไปนั่งสำนึกหน้ากำแพงหนึ่งชั่วโมง”
ทุกคน “...”
ซือฝูชิงที่ยืนอยู่หน้ากระจกเริ่มเคลื่อนไหวท่าแรก
เหล่าเด็กฝึกมองไม่วางตาราวกับกลัวว่าพวกเขาจะพลาดอะไรไป
เดิมทีเด็กฝึกที่มาใหม่สี่คนไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ทว่ายิ่งเห็นก็ยิ่งตกตะลึง
เอวบางของหญิงสาวอ่อนพลิ้วอย่างคาดไม่ถึง ท่าที่ว่ายากยังง่ายดายสำหรับเธอโดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด
ทุกครั้งที่เธอโยกเอวก็ชวนให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นไปด้วย
จังหวะกลองในเพลงเริ่มดังขึ้น
ท่วงท่าของซือฝูชิงขยับรวดเร็วตามไปด้วย เธอเต้นเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนรอบข้างพลอยรู้สึกสนุกตามไปด้วย
ตึงๆ!
พรึ่บ!
พอจังหวะกลองสุดท้ายจบลง เธอก็โยกเอวกลับมา ส่วนเท้าก็หมุนเป็นวงกลมสามร้อยหกสิบองศา
นิ้วเรียวยาวลูบปาดหางตา ดวงตาจิ้งจอกของหญิงสาวหรี่ลงขับให้ดูน่าหลงใหล ราวกับปีศาจสาวที่พร้อมขโมยหัวใจคนได้ทุกเมื่อ
“!”
เหล่าเด็กฝึกต่างตกตะลึง หัวใจเต้นเสียงดังตึกตักราวกับจะกระเด็นออกมา
การเต้นจบลงนานแล้ว ทว่าพวกเขายังคงตกตะลึงไม่ขยับเขยื้อน
“โอเค ถึงตรงนี้แล้วกัน” ซือฝูชิงปัดเส้นผมตรงหน้าผาก พอหันมาก็สบตาอันคมกริบของเซี่ยอวี้ ดวงตาจิ้งจอกหรี่ลง “นายทำเป็นไหม”
“ครับ” เซี่ยอวี้เลื่อนสายตากลับมา “เป็นแล้วครับ”
“ได้ งั้นนายพาพวกเขาซ้อม” ซือฝูชิงหยิบกิ๊บมารวบเก็บผมหางม้า “ฉันออกไปจัดการเอกสารใหม่ก่อน”
เซี่ยอวี้รับคำ
หลังจากซือฝูชิงเดินออกไป เขาถึงเปิดปากเอ่ย “ซีอวิ๋น ที่ไหนมีคอมให้ใช้อินเทอร์เน็ตได้บ้าง”
“หลังเวทีน่าจะมี” สวี่ซีอวิ๋นเอ่ยอย่างฉงน “พี่เซี่ย พี่จะใช้คอมทำอะไรเหรอ ใช้มือถือไม่ได้เหรอ”
“อืม มือถือหน้าจอเล็กไป มองเห็นไม่ค่อยชัด” เซี่ยอวี้เผยสีหน้าไม่ใส่ใจ “นายซ้อมไปก่อน ฉันจะลองไปดูหลังเวที”
“ได้” สวี่ซีอวิ๋นถามอย่างสงสัย “ว่าแต่พี่เซี่ยจะดูอะไรเหรอ”
เซี่ยอวี้ก้าวขายาวเดินออกไปพร้อมเสียงทุ้ม “ดูงานรับรางวัลเมื่อหลายปีก่อนของเก๋อหลินเอิน”
**
ภายในห้องพัก
ซือฝูชิงยืดเส้นยืดสายแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอดูแลเด็กฝึก รู้สึกปลื้มปริ่มมากทีเดียว
เธอกวาดตาดูมือถือแวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็เห็นสองข้อความใหม่
เจียงฉังหนิง : [มีโฆษณาหนึ่ง ทางบริษัทต้องการให้ไปแคสติ้ง เวลาคือพรุ่งนี้บ่ายสอง บริษัททำเรื่องลางานกับทางรายการให้เธอเรียบร้อยแล้ว นี่แผนที่นะ]
เจียงฉังหนิง : [[แนบรูปภาพ]]
ซือฝูชิงหรี่ตา
เธอฟื้นมาตั้งนานแล้ว แต่สมาชิกในวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปไม่มีใครติดต่อเธอเลย
นี่เป็นครั้งแรก
เกิร์ลกรุ๊ปของเธอมีทั้งหมดห้าคน ซึ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อต้นปีก่อน
หลังจากกลับมาก็จัดคอนเสิร์ตอยู่หลายครั้ง ต่อมาเพราะงานระหว่างพวกเขาแตกต่างกันมากเกินไป ถึงแม้วงจะยังไม่ยุบ แต่พวกเขาก็ออกไปมีผลงานเดี่ยวของตนเองซะเป็นส่วนใหญ่
เจียงฉังหนิงเป็นคนเดียวที่พูดคุยกับเธอ
ซือฝูชิงจำได้ว่าเจียงฉังหนิงเป็นคนเงียบๆ ในกลุ่ม
เป็นสาวสวยที่เย็นชา
แต่ทำกับข้าวอร่อยมาก
งั้นสนใจหน่อยก็ได้
ซือฝูชิงพิมพ์ข้อความส่งกลับไป
ซือฝูชิง : [ได้]
เจียงฉังหนิง : [อย่าลืมล้างเครื่องสำอางด้วย]
ซือฝูชิงเลิกคิ้วแล้วพิมพ์ตอบกลับอย่างช้าๆ
ซือฝูชิง : [ฉันว่าฉันแต่งหน้าสวยกว่า เธอไม่คิดงั้นเหรอ]
เจียงฉังหนิง : [เหอะๆ]
ซือฝูชิงจิ๊เสียงใส่ “อารมณ์ร้ายไม่เบา ฉันชอบ”
เธอเก็บมือถือลงก่อนหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา
ในอ้อมอกมีบางอย่างดิ้นไปดิ้นมา เพราะปี่เซี๊ยะบางตัวกำลังคิดแผนหาทองชิ้นใหม่กินอยู่นั่นเอง
“ดิ้นอะไรนักหนา แกคิดว่าแกเป็นหมูหรือไง” ซือฝูชิงกดมันลงด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ “หมูกินจนอ้วนได้ แกทำได้ไหมล่ะ”
เสี่ยวไป๋ “...”
มันทำไม่ได้
เสียศักดิ์ศรีตัวเองชะมัด
**
ในขณะเดียวกันทางคนดูแลนักแสดงแคสติ้งโฆษณา
“นี่เป็นคนที่จะมาลองแคสติ้งวันพรุ่งนี้” รองผู้กำกับวางใบสมัครกองหนึ่งลงบนโต๊ะ “คุณแยกตามระดับเอกับบีเลย พรุ่งนี้เราแคสพวกระดับเอก่อน”
ผู้ช่วยพยักหน้า “ได้ครับ”
คนที่มาลองแคสติ้งโฆษณาตัวนี้มีไม่น้อย ดังนั้นจึงต้องแบ่งระดับก่อน
นักแสดงระดับเอมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ส่วนระดับบีก็แค่คนสัญจร ปกติไร้วาสนาจะได้แคสติ้งไปถึงรอบสุดท้าย
ไม่นานผู้ช่วยก็คัดออกมาได้ราวสิบกว่าใบ
เขาเห็นนักแสดงมามาก ต่อให้สวยมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้เลย
กระทั่งเขาเปิดมาเจอใบสมัครใบหนึ่ง
ใบหน้าที่ถูกฉาบแน่นด้วยเครื่องสำอางฉายผ่านรูม่านตาของเขา
ผู้ช่วยสะดุ้งโหยงก่อนรีบดูชื่อ
ซือฝูชิง
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็นึกได้ว่าเธอเป็นเมนเทอร์เต้นในรายการหนุ่มสาววัยใส
ช่วงนี้เป็นชื่อค้นหายอดนิยม เต็มไปด้วยคำด่าทอ โดยรวมถูกชาวเน็ตด่ายับ
อายุเหมาะสม แต่หน้าตา...
แต่งหน้าเข้มขนาดนี้ หน้าสดต้องดูไม่ได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่คนที่จะมาถ่ายโฆษณาตัวนี้ต้องล้างเครื่องสำอางออก
อีกอย่างแอนตี้แฟนของซือฝูชิงมีมากเกินไป ถือเป็นตัวอันตราย ฉะนั้นโอกาสที่จะใช้ผู้หญิงคนนี้จึงมีน้อยมาก