ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน

ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน ตอนที่ 3

#3ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน

ตอนที่ 3 ยืนยันว่าเป็นปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวก

ทุกอณูขุมขนของลั่วซืออวี่เปิดออก ความรู้สึกแปลกประหลาดยากเกินอธิบายผุดขึ้นในหัว

ในตอนนี้ เรื่องยากเย็นก็พลันแจ่มแจ้งขึ้นทันใด ราวกับได้ดวงตาเห็นธรรม

ขั้นจู้จี สำเร็จแล้ว!

ความสับสนยังคงปรากฏในแววตาของนาง นางจ้องมองไปยังเปลือกแตงโมด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

แตงโมนี้…ไม่เพียงมีพลังปราณ แต่ยังมีทำนองมรรคาอยู่ด้วย!

เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ทำนองมรรคาเป็นพื้นฐานของการบรรลุมรรคผล ผู้บำเพ็ญเซียนจะทะลวงอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการกระจ่างแจ้งในมรรคผล

กล่าวโดยสรุปคือ ทำนองมรรคาเป็นสิ่งที่ได้มายากยิ่ง ถึงแม้จะเจือปนอยู่ในแตงโมนี้เพียงเศษเสี้ยวเดียว แต่ก็ทำให้ลั่วซืออวี่สำเร็จขั้นจู้จีได้สบาย!

แววตาของลั่วซืออวี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แทบจะปวารณาตัวเป็นผู้คลั่งไคล้หลี่เนี่ยนฝานแล้ว

นางกระวีกระวาดลุกขึ้น ค้อมคำนับหลี่เนี่ยนฝาน เอ่ยอย่างเลื่อมใส “ขอบคุณผู้อาวุโสที่มอบแตงโม ทำให้ข้าทะลวงขั้นจู้จีได้!”

เปลี่ยนคำเรียกจากคุณชายเป็นผู้อาวุโสแล้ว

ทว่าหลี่เนี่ยนฝานหน้าดำคร่ำเครียดในทันใด

เด็กคนนี้ทึ่มหรือเปล่า กินแตงโมไม่พูดไม่จา ตอนนี้มาพูดจาแดกดัน?

ข้าเป็นแค่ปุถุชน เจ้าจะทะลวงขั้นแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า ยังมาขอบคุณที่ให้แตงโมอีก หรือว่ากินแตงโมข้าแล้วถึงกับทะลวงขั้นได้เลย?

ฟังแล้วบาดหูไม่ต่างกับเวลาเศรษฐีร้อยล้านมาขอบคุณที่ให้เงินหยวนนั่นละ

“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าเป็นแค่ปุถุชน แตงโมนี่ก็เป็นแตงโมธรรมดา ขอบคุณข้าทำไมกัน แถมยังเรียกข้าว่าผู้อาวุโส อีก ข้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือ” หลี่เนี่ยนฝานอดรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้ น้ำเสียงจึงแข็งกระด้าง

ผู้บำเพ็ญเซียนนี่มันอะไรกัน เป็นผู้บำเพ็ญเซียนแล้วเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่นได้หรือไง

ใจของลั่วซืออวี่พลันเย็นวาบ ความงุนงงวาดผ่านดวงตา ตนทำให้ปรมาจารย์ท่านนี้โกรธหรือ?

นางรีบไตร่ตรอง

ใช่แล้ว ปรมาจารย์ผู้ละทางโลกท่านนี้ใช้ชีวิตในฐานะปุถุชน เพื่อความสมถะและการรู้แจ้งในโลกมนุษย์ไม่ใช่หรือ เมื่อครู่ตนเอ่ยถึงสถานะของเขาไปตรงๆ เขาย่อมเกิดโทสะเป็นธรรมดา

ตนเองทำเรื่องไม่สมควรทำเลยจริงๆ!

ลั่วซืออวี่รีบขอโทษขอโพย พูดเสริมว่า “ผู้อาวุ…คุณชาย ขอโทษด้วย เมื่อครู่ข้าตื่นเต้นไปชั่วขณะ ล่วงเกินแล้ว”

ท่าทีของเด็กคนนี้ไม่เลว หน้าตาสะสวยทั้งยังไม่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่มีความถือตัวของผู้บำเพ็ญเซียนเลย

หลี่เนี่ยนฝานโบกมือ “เอาเถอะ ข้าไม่ได้นำมาใส่ใจ”

ลั่วซืออวี่ถอนหายใจโล่งอก กัดฟันกรอด หยิบป้ายหยกที่เอวของตนออกมา

“คุณชาย ป้ายหยกนี้ท่านพ่อมอบให้ข้าครั้นถึงวัยผู้ใหญ่ ใช้เป็นของตอบแทนสำหรับแตงโมของท่านวันนี้เถิด”

ป้ายหยกอุ่นนุ่มยามอยู่ในมือ สลักลายหงส์ฟ้า สาดแสงประกาย ดูแล้วออกจะไม่ธรรมดา

สาวใช้ข้างกายลั่วซืออวี่ตื่นตระหนกจนยกมือขึ้นมาปิดปาก รีบดึงลั่วอวี่ซือไว้ เอ่ยว่า “คุณหนู ไม่ได้นะเจ้าคะ!”

หลี่เนี่ยนฝานตกใจกับความใจป้ำของเด็กคนนี้จนสะดุ้งโหยง ส่ายหน้าเอ่ยปากว่า “แม่นางลั่ว เจ้าเกรงใจเกินไปแล้ว ก็แค่แตงโมเท่านั้น ไม่ใช่อะไรมากมาย ป้ายหยกนี้เจ้าเก็บไปเถอะ”

เอาป้ายหยกชั้นเยี่ยมขนาดนี้มาแลกกับแตงโม ที่บ้านต้องทำธุรกิจอะไร ทำเหมืองเหรอ?

“ต้าเฮย ออกมากินแตงโมได้!” หลี่เนี่ยนฝานตะโกนเรียกไปทางหลังเรือน

ไม่นานต้าเฮยก็วิ่งตะบึงออกมา มองไปยังแตงโมน้ำลายไหลย้อย

ยามปกติ มันจะคอยเฝ้าแปลงเพาะปลูกอยู่หลังเรือน อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นป่าเขา แม้ว่าหลี่เนี่ยนฝานจะไม่เคยถูกสัตว์ป่าโจมตี แต่ก็จำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อน

หลี่เนี่ยนฝานโยนแตงโมที่เหลือให้ต้าเฮยอย่างไม่ใส่ใจ พูดด้วยรอยยิ้ม “ดูท่าทางตะกละของแกสิ เอ้ากินไป”

กร้วมๆ!

ต้าเฮยไม่รีรอแม้แต่น้อย มันมุดหัวเข้าไปในลูกแตงโม กินเข้าไปทั้งเนื้อและเปลือกแตงโม

ลั่วซืออวี่ดวงตาเบิกกว้าง ทนไม่ได้จนพูดขึ้นว่า “คุณชาย เสียของเหลือเกิน!”

นี่มันแตงโมที่แฝงด้วยทำนองมรรคา ล้ำค่ากว่าผลไม้ปราณเสียอีก เอามาให้สุนัขกินเนี่ยนะ?

จากนั้นนางก็มองไปยังต้าเฮยเพื่อให้มั่นใจอีกครั้ง สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขพื้นเมืองธรรมดาแสนจะธรรมดา!

ถ้าหากให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นรู้ว่าพวกเขาเทียบกับสุนัขยังไม่ได้ละก็ เกรงว่าต้องกระอักเลือดเป็นแน่

โอ้โห คิดไม่ถึงเลยแฮะว่าแม่นางจากครอบครัวคนรวยจะประหยัดขนาดนี้

ความรู้สึกในแง่บวกของหลี่เนี่ยนฝานที่มีต่อลั่วซืออวี่จึงเพิ่มขึ้น พูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ก็แค่แตงโม ที่นี่มีเยอะแยะ อีกอย่าง ให้ต้าเฮยกินไม่นับว่าเสียของหรอก”

ลั่วซืออวี่มุมปากกระตุก ทอดถอนหายใจเอ่ย “คุณชายกล่าวได้ถูกต้องที่สุด”

เป็นตนเองที่คิดมากไป สำหรับปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวกแล้ว แตงโมพวกนี้ไม่ได้สำหลักสำคัญอะไร

ในขณะเดียวกัน นางก็ตั้งใจแน่วแน่กว่าเดิมว่าต้องผูกมิตรกับเขา ไม่ว่าอย่างไร หากมีไมตรีจิตต่อกันก็นับว่าเป็นโชคดีของตน

ลั่วซืออวี่ส่งป้ายหยกให้ พูดโน้มน้าว “แม้ว่าคุณชายจะอยู่กลางป่าเขา ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการประสบพบเจอกับคนไม่รู้ประสาเข้ามา บ้านข้าอยู่แถวนี้ นับว่าพอมีอำนาจอยู่บ้าง หากมีคนล่วงเกินคุณชาย ให้นำป้ายหยกนี้ออกมา จะสามารถจัดการเรื่องยุ่งยากไปได้มาก”

“เรื่องนั้น…ก็ได้”

หลี่เนี่ยนฝานครุ่นคิด ก่อนจะยื่นมือไปรับมา พร้อมเอ่ยว่า “ต่อไปถ้าหากแม่นางอยากมากินแตงโมอีก ยินดีต้อนรับทุกเมื่อ”

เขามองป้ายหยกในมือ กลับพบว่ารอยสลักนั้นหยาบกระด้าง ถึงแม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหงส์ฟ้า แต่ก็ไร้ซึ่งความประณีต ฝีมือการสลักเรียกได้ว่ามักง่าย น่าเสียดายวัสดุที่ใช้ เขาละอยากจะจับมาขัดเกลาเพิ่มอีกสักรอบ

ลั่วซืออวี่ดวงตาเป็นประกายทันใด พูดด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณคุณชาย”

สาวใช้นิ่งอึ้งไป นางไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมองค์หญิงถึงถูกอกถูกใจปุถุชนคนนี้นัก ต่อให้เป็นลูกศิษย์จากตระกูลสูงศักดิ์เหล่านั้น แค่ได้ดื่มชากับองค์หญิงก็นับเป็นวาสนาแล้ว

“วันนี้รบกวนคุณชายแล้ว ซืออวี่ขอลาตรงนี้”

ลั่วซืออวี่รู้จักความพอเหมาะพอดี ได้ผูกมิตรแล้ว จึงเตรียมตัวกลับ

หลี่เนี่ยนฝานลุกขึ้นพลางพูด “เดี๋ยวข้าไปส่งเจ้า”

……

หลังจากที่เดินออกมาจากเรือนสี่ประสาน ความคิดของลั่วซืออวี่ก็ล่องลอยไป ถ้าหากไม่ได้ทะลวงถึงขั้นจู้จีจริงๆ นางคงจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ความฝัน

โชคของตนนั้นมีมหาศาล แม้แต่ปรมาจารย์ผู้ปลีกวิเวกก็ได้พบ

ด้านหลังของนาง สาวใช้ถามขึ้นด้วยความสงสัย “องค์หญิง ทำไมท่านต้องเกรงอกเกรงใจเขาขนาดนั้นล่ะเพคะ ข้ามองอย่างไรเขาก็เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่ง”

ลั่วซืออวี่หันหลังมา สีหน้าขึงขังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เอ่ยปากว่า “ลู่หลัว เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เจ้าห้ามหลุดปากพูดออกไปแม้แต่คำเดียว แล้วก็ห้ามเปิดเผยที่อยู่ของคุณชายเขา เข้าใจไหม”

ปรมาจารย์ท่านนี้มาอยู่ที่นี่ ต้องไม่อยากถูกคนรบกวนเป็นแน่ ตนก็จะทำร้ายเขาไม่ได้

ลู่หลัวไม่เคยเห็นองค์หญิงจริงจังถึงขนาดนี้มาก่อน จึงรีบตอบไปด้วยความประหลาดใจ “เข้าใจแล้วเพคะ องค์หญิง”

“ไอ้หยา ข้าลืมขอคำชี้แนะปรมาจารย์ไป!” อยู่ๆ ลั่วซืออวี่ก็ร้องขึ้น

นางอยากล้มเลิกงานอภิเษกที่เสด็จพ่อจัดการให้ หากตนไปปรึกษาท่านปรมาจารย์ ไม่แน่ว่าอาจค้นพบวิธีแก้ปัญหาก็ได้

ลั่วซืออวี่หงุดหงิดอยู่ในใจ แต่จะกลับไปตอนนี้เห็นจะไม่เหมาะ

“เฮ้อ ทำได้แค่รอครั้งหน้าแล้วละ”

ลั่วซืออวี่เงยหน้ามองไปทางทิศของเรือนสี่ประสาน ก็พบว่ากลางดงแมกไม้และหินผานั้นมีหมอกหนาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ทำให้เรือนสี่ประสานแลดูสลัวรางขึ้นมา

............................................

devc-1b3c75c7-32954ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน ตอนที่ 3