เทพกีฬา เก่งเกินพิกัด! ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 การทดสอบนักกีฬาระดับสอง[1]
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องถอดเสื้อโค้ทโยนไปที่โซฟา แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนตัวเอง นอนลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ควักมือถือออกมาเลื่อนดูหน้าจอ
เขาชื่อจางกว้าน เป็นหนุ่มโสดธรรมดาทั่วไป
จางกว้านทำงานอยู่ในสำนักงานการกีฬาแห่งชาติ เป็นประเภทว่างงานและเงินเดือนไม่สูง ในเวลางานก็จะแอบเล่นหุ้นไปด้วย พอเลิกงานก็กลับบ้านเล่นเกม ฐานะทางบ้านของจางกว้านพอมีพอกิน เสื้อผ้าอาหารอะไรก็ไม่ต้องคอยกังวล ในแต่ละวันจึงนับว่าผ่านไปได้อย่างสบายๆ
เล่นเกมมือถือกลายเป็นงานอดิเรกของเขาในช่วงนี้ ตอนนี้เขาเอามือถือขึ้นมาอ่านคอมเมนต์เกมที่ออกใหม่ในช่วงนี้
ทันใดนั้นจู่ๆหน้าจอมือถือของเขาก็ดับลง จางกว้านขมวดคิ้ว ลองกดปุ่มเปิดปิดเครื่องดู แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ
‘จู่ๆ ก็ดับไปซะงั้น ปกติไม่เคยมีปัญหาอะไรนี่นา วันนี้เป็นอะไรล่ะนี่’ จางกว้านกำลังจะรีสตาร์ทเครื่องใหม่ แต่หน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นมา
มีตัวหนังสือแถวหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
‘คุณอยากเป็นสุดยอดนักกีฬาหรือไม่?’
จางกว้านงงๆ เขาคิดว่ามันเป็นลิงค์โฆษณาของเกม ในใจก็แอบด่าโปรแกรมป้องกันไวรัสในมือถือว่าแม้แต่โฆษณาแค่นี้ยังบล็อกไม่ได้ แต่นิ้วมือดันกดลงไปที่ปุ่ม ‘ตกลง’
ทันใดนั้นจางกว้านรู้สึกมึนงง พลันเบื้องหน้ากลายเป็นสีดำ แล้วเขาก็หมดสติไป
จางกว้านค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ใบหน้าที่คุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา เขามองใบหน้านั้นอย่างละเอียดอีกรอบ นี่คือหูซีเพื่อนสนิทสมัยมัธยมของเขา
“นายคือหูซี? นายโกนหนวดแล้ว?”
“ตลกน่ะ มันก็ต้องเป็นฉันสิ! โกนหนวดอะไร? นี่นายสลบจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง?” หูซียื่นขวดน้ำแร่ให้จางกว้านถึงข้างๆ ปากแล้วพูดอีกว่า “ในที่สุดนายก็ฟื้นขึ้นมาละ เมื่อกี้ฉันตกใจแทบแย่”
“ฉันเป็นอะไร?” จางกว้านถาม
“เมื่อกี้นายเป็นลมแดดสลบไป” หูซีนิ่งไปแปบหนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “รอบที่นายจะสอบมันจบไปแล้ว แต่ว่าอาจารย์คุมสอบบอกว่านายคือกรณีพิเศษ อาจารย์จะให้โอกาสอีกครั้ง ให้นายสอบใหม่พร้อมกับกลุ่มสุดท้าย”
จางกว้านงงเล็กน้อย รู้สึกเหมือนบทสนทนาเมื่อครู่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เขายันกายลุกขึ้นมานั่ง มองไปรอบๆ ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
‘นี่เราฝันอยู่หรอเนี่ย!’ จางกว้านหยิกแขนตัวเองแรงๆ ปรากฏว่าเขาไม่ได้ฝันไป
“หูซี ฉันอายุเท่าไร?” จางกว้านถาม
“เป็นลมจนเพี้ยนหรือไง พวกเราสองคนอายุสิบเจ็ด!” หูซีพูด
“นี่คือการสอบระดับสอง?” จางกว้านถามต่อ
“เออสิ!” หูซีพยักหน้าตอบ
จางกว้านสูดหายใจยาว สิ่งที่คิดเอาไว้ในใจได้รับการยืนยัน เขาย้อนกลับมาตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดจริงๆ
จางกว้านสมัยมัธยมเรียนไม่ค่อยดี ในช่วงนั้นโรงเรียนต่างๆ พยายามที่จะเพิ่มอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนตัวเองด้วยการ ‘ส่งเสริม’ ให้นักเรียนชั้น ม.5 ที่การเรียนไม่ดีได้แสดง ‘ความสามารถพิเศษ’ พูดให้ชัดก็คือให้นักเรียนที่เรียนห่วยไปฝึกกีฬาและศิลปะ แล้วให้ไปสมัครสอบกีฬาหรือไม่ก็ศิลปะแทน ขอเพียงแค่สอบผ่านเกณฑ์ของสาขากีฬาหรือศิลปะ ถึงแม้คะแนนสอบทางวิชาการจะต่ำก็สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ อัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของโรงเรียนก็จะสูงขึ้น
จางกว้านก็เป็นหนึ่งในนั้น อายุ 17 ปี สูง 188 เซนติเมตร แม้จะเป็นเมืองทางเหนือก็ถือว่าเป็นเด็กที่สูง ด้วยเหตุนี้ครูประจำชั้นก็เลยแนะนำให้เขาไปฝึกกีฬา โดยเลือกให้เขาไปฝึกวิ่งระยะสั้น เพราะเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ซึ่งจะสามารถฝึกให้เก่งได้เร็วที่สุด
หลังจากที่จางกว้านเริ่มฝึกวิ่งได้ไม่นาน เขาก็สามารถอยู่ในเกณฑ์ที่จะเข้าทดสอบนักกีฬาระดับสองที่สำนักงานการกีฬาแห่งชาติจัดขึ้น ถ้าอิงตามกฎการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสมัยนั้น นักกีฬาระดับสองของประเทศจะสามารถลดคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยลงได้ 20 คะแนน ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เวลารับสมัครนักศึกษาประเภทนักกีฬา ก็ต้องการนักศึกษาที่มีคุณสมบัติเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้นสำหรับนักเรียนที่เรียนพละในสมัยนั้น หนังสือรับรองการเป็นนักกีฬาระดับสองของประเทศมีส่วนช่วยในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก
ในอดีตของจางกว้าน การทดสอบนักกีฬาระดับสองครั้งนี้เขาสอบไม่ผ่าน แต่กลับเป็นหูซีเพื่อนสนิทของเขาที่สอบผ่าน ในระหว่างที่สอบอยู่นั้น จางกว้านจู่ๆ ก็เป็นลมแดดสลบไปก่อนที่จะเริ่มการสอบ ในช่วงนั้นเพิ่งจะเดือนพฤษภาคม ซึ่งอีกนานกว่าจะถึงช่วงร้อนที่สุดของหน้าร้อน และเขาก็เป็นนักเรียนเพียงคนเดียวในรอบสิบปีที่ผ่านมาที่เป็นลมแดดสลบไประหว่างการสอบ ครูผู้รับผิดชอบการสอบในตอนนั้น เห็นว่าที่จางกว้านเป็นลมสลบไปเป็นเหตุสุดวิสัย เลยให้โอกาสเขาสอบซ่อมอีกครั้งหนึ่ง โดยเข้าสอบพร้อมกับกลุ่มสุดท้ายที่จะทำการสอบ แต่ผลสุดท้ายคะแนนก็ออกมาแย่มาก แม้แต่ระดับปกติที่วิ่งอยู่ทุกๆ วันก็ไม่สามารถวิ่งออกมาได้
รอจนถึงปีที่สอง จางกว้านที่ผ่านการฝึกฝนมาหนึ่งปีถึงจะผ่านเกณฑ์การทดสอบนักกีฬาระดับสองของประเทศ แต่หลังจากนั้นก็สอบเข้าได้แค่มหาวิทยาลัยธรรมดาประเภท 2[2] ในพื้นที่ หลังจบมหาวิทยาลัยเขาโชคดีสอบเข้าหน่วยงานของรัฐได้ และใช้ชีวิตธรรมดาๆ สบายๆ ไปวันๆ
‘เรากลับมาตอนอายุสิบเจ็ดเหรอนี่!’ จางกว้านมองใบหน้าวัยรุ่นที่อยู่รอบๆ ในที่สุดเขาก็ยอมรับสภาพความเป็นจริงนี้
ความคิดกลับมาอยู่กับปัจจุบัน นักเรียนที่รอเข้าสอบรอบๆ เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ จางกว้านรู้ว่าการสอบรอบสุดท้ายใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว เขากำลังจะต้องไปลงสนาม
.....
ที่ปากทางเข้าอุโมงค์ทางเดิน นักกีฬากลุ่มหนึ่งทยอยกันเดินออกมาจากอุโมงค์ทางเดินนักกีฬา
พวกเขาเป็นนักกรีฑาของมณฑล เดิมทีสนามนี้เป็นสนามสำหรับฝึกซ้อมของพวกเขา แต่เพราะว่ามีการยืมสนามเพื่อจัดการทดสอบนักกีฬาระดับสองของประเทศ ด้วยเหตุนี้พวกเขาเลยไปเล่นฟิตเนสรออยู่ที่ห้องฟิตเนส แต่ตอนนี้การสอบใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวกลับลงสนามเพื่อฝึกซ้อม
พวกเขาล้วนเป็นนักกีฬาอาชีพ มีไม่น้อยที่เคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับประเทศ และในนั้นก็มีหลายคนที่เป็นนักกีฬามือดี ดังนั้นกลุ่มนักเรียนที่มาเข้าทดสอบนี้ ในสายตาของพวกเขาแล้วก็เหมือนกับพวกอ่อนหัด พวกเขามองดูแล้วหัวเราะเยาะท่าทางของนักเรียนที่เข้าสอบ
ชายแก่อายุประมาณหกสิบกว่ายืนอยู่หน้าสุด เขาสูงประมาณ 175 เซนติเมตร ยืนหลังตรง ใบหน้าแดงเรื่อ ดูแล้วจิตใจฮึกเหิมนัก
ส่วนที่ยืนข้างชายแก่คือโค้ชวัยกลางคน ใบหน้ายิ้มแบบใจดีสู้เสือ ไม่ว่าชายแก่จะตำหนิอย่างไรก็ไม่กล้าแสดงท่าทีตอบโต้แม้แต่น้อย
ว่ากันตามเหตุผลด้วยฐานะของหัวหน้าโค้ช แน่นอนว่าต้องเป็นเขาที่ใหญ่สุดในสนามแห่งนี้ แต่ในเวลานี้กลับถูกชายแก่ตำหนิติเตียน แต่ไม่ว่าจะเป็นชายแก่หรือโค้ชโจวต่างก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่สมควร เพราะทุกคนล้วนทราบดีว่า ชายแก่ไม่เพียงแต่จะเป็นอาจารย์ของโค้ชโจว ประวัติของเขาเองก็ไม่ใช่เล่นๆ
…..
จางกว้านยืนอยู่หน้าลู่วิ่ง มองสองคนที่อยู่ข้างๆ
ลู่วิ่งสำหรับแปดคน แต่เพราะเป็นการสอบรอบสุดท้ายจึงเหลือสอบอยู่เพียงสองคน รวมจางกว้านที่ ‘เกิดเหตุสุดวิสัย’ กลายเป็นสามคน
‘เหมือนกับในความทรงจำเลย การสอบรอบสุดท้ายสอบกันสามคน สองคนนั้นผ่าน แต่ฉันกลับไม่ผ่าน’ จางกว้านก้มตัวลงไป ตั้งท่าเตรียมวิ่ง
ขณะนั้นนั่นเอง จู่ๆ ในหัวของเขาก็มีเสียงทุ้มเสียงหนี่งดังขึ้นมา
‘เปิดระบบ! กำลังดำเนินการกำหนดค่าตั้งต้นเพื่อเริ่มใช้งาน...’
‘ใครกำลังพูดอยู่?’ จางกว้านมองซ้ายมองขวา สองคนที่อยู่ข้างๆ ตั้งท่าเตรียมวิ่งอย่างนิ่งๆ รอบข้างก็ไม่มีใครพูดอยู่เลย
‘การกำหนดค่าตั้งต้นเสร็จสิ้น ระบบพร้อมทำงาน’
จางกว้านรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที แน่ใจว่านี่เป็นเสียงที่มาจากในหัวของตัวเอง ทันใดนั้นในหัวของเขาก็มีหน้าจอปรากฏขึ้นมาอันหนึ่ง
‘นี่มันอะไรเนี่ย!’ จางกว้านรู้สึกตกใจกลัวที่จู่ๆ ในหัวก็มีอะไรแปลกๆ โผล่ขึ้นมา เวลานี้เขางงไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก
จากนั้นหน้าจอที่อยู่ในหัวของเขา ก็มีลูกศรอันหนึ่งกดไปที่ไอคอนสีเทาที่สว่างอยู่ตรงขอบหน้าจอ มีข้อความอันหนึ่งเด้งขึ้นมาในหัวเพื่อให้จางกว้านยืนยัน
‘เรียนรู้ความสามารถสปรินต์[3]เบื้องต้น ยืนยันหรือไม่...’
มีกรอบเล็กๆ สองอัน อันหนึ่ง ‘ยืนยัน’ อันหนึ่ง ‘ปฏิเสธ’ ปุ่ม ‘ยืนยัน’ นั้นเป็นสีเขียว แต่ปุ่ม ‘ปฏิเสธ’ กลับเป็นสีเทา แน่นอนว่าไม่ให้กดเลือกตั้งแต่แรก
‘ฉันยังมีตัวเลือกอื่นอีกหรอ? ได้แต่เลือกยืนยัน’ จางกว้านกดเลือก ‘ยืนยัน’ อย่างไม่ลังเล
‘ยินดีด้วย! คุณเรียนรู้ความสามารถใหม่ : สปรินต์’ เสียงนั้นดังขึ้นมาในหัวของจางกว้าน ส่วนไอคอนสีเทาตรงขอบหน้าจอตอนแรกนั้นตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียว
ตอนนี้ลูกศรนั้นชี้ไปที่ไอคอนสีเขียว ‘สปรินต์’ มีตัวหนังสือสองสามบรรทัดปรากฏขึ้นมา
‘สปรินต์’ ผลของความสามารถ : ความเร็วในการวิ่งทางตรงเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 10 วินาที
‘นี่มันอะไรวะเนี่ย? ทำไมเหมือนเวลาสอนเล่นเกมเลย’ จางกว้านหัวเราะเยาะอยู่ในใจ จากนั้นที่ขอบหน้าจอ ก็มีกรอบข้อความใสๆ ปรากฏขึ้นมา
ภารกิจมือใหม่ : ใช้ความสามารถหนึ่งครั้ง ( กรุณาใช้งานความสามารถ : สปรินต์ )
‘นี่มันสอนเล่นเกมชัดๆ!’ จางกว้านด้านหนึ่งก็คิดไปอีกด้านหนึ่งก็กดปุ่มไอคอนสีเขียว ‘สปรินต์’ เพื่อเปิดการใช้งาน
ที่มุมด้านขวาของหน้าจอ มีไอคอนเป็นรูปคนวิ่งปรากฏขึ้นมา ด้านหลังมีตัวเลขนับถอยหลังปรากฏขึ้นมา 10 วินาที ละเอียดไปจนถึงหน่วยมิลลิวินาที
‘เปิดใช้งานความสามารถแล้ว แล้วยังไงต่อ?’ จางกว้านมองไปที่กรอบ ‘ภารกิจมือใหม่’ ที่ยังอยู่ตรงนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ
“เข้าที่! เตรียมตัว...” คนให้สัญญาณปล่อยตัวนักวิ่งชูปืนให้สัญญาณในมือขึ้น พร้อมกับเหนี่ยวไกปืน
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น สองคนที่อยู่ข้างจางกว้านพุ่งตัวออกไปทันที แต่จางกว้านกลับยังอยู่ในลู่วิ่งของตนไม่ขยับเขยื้อน
จางกว้านได้สติ เห็นสองคนที่อยู่ข้างๆ พุ่งตัวออกไปแล้ว
‘กรรม นี่เรากำลังสอบอยู่ ทำไมมัวมาเล่นเกมล่ะเนี่ย’ จางกว้านแอบด่าหน้าต่างสอนเล่นเกมอันนั้นว่ามาไม่ดูเวล่ำเวลา พร้อมกับพุ่งตัวออกไป
แต่ว่าตอนนี้หลังจากเสียงปืนดังขึ้นก็ผ่านไป 1 วินาทีกว่าแล้ว
.....
อีกฟากหนึ่ง โค้ชโจวยิ้มๆ พูดกับชายแก่ว่า “อาจารย์ครับ ปีนี้สถานการณ์ค่อนข้างพิเศษ หลักๆ คือสนามกีฬาของมณฑลแห่งใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ เลยจำเป็นต้องมาจัดการทดสอบนักกีฬาระดับสองที่นี่ รอปีหน้าศูนย์กีฬาสร้างเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องมาใช้สนามฝึกซ้อมของเรา และก็ไม่มาถ่วงเวลาฝึกซ้อมของเราแน่นอนครับ”
ชายแก่ส่งเสียง ‘หึ’ ออกมาคำหนึ่ง “การแข่งขันชิงแชมป์กรีฑาระดับเอเชียปีนี้ เดือนกันยายนก็จะเริ่มขึ้นแล้ว อีกสองเดือนทีมชาติก็จะเริ่มแข่งคัดเลือกแล้ว ตอนนี้ยังจะมาถ่วงเวลาฝึกซ้อมของเราอีก แถมยังเป็นการทดสอบนักกีฬาระดับสองที่ไม่ได้สำคัญอะไร หาสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยสักที่ก็โอเคแล้ว ไปมหาวิทยาลัยกีฬามณฑล ไม่ก็ไปมหาวิทยาลัยเทคนิคมณฑล มาตรฐานสนามก็ไม่ได้ต่ำ ใช้สอบนักกีฬาระดับสอง สนามแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว! ระดับพวกนี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาสอบกันที่นี่เลย แกดูสิ นักกีฬาก็คุณภาพอย่างนี้ ดูคนนั้นสิ ไม่ได้มีสมาธิเลย ขนาดตอนออกตัวยังกล้าเหม่อ เสียงปืนดังแล้วยังไม่ขยับ!”
ชายแก่พูดพลางชี้ไปที่จางกว้านที่อยู่บนลู่วิ่ง ทันใดนั้นจู่ๆ เขาก็หยุดพูด สายตาจ้องเขม็ง พูดออกมาเบาๆ
“เร็วมาก!”
.....
บนลู่วิ่ง จางกว้านรู้สึกแค่ว่าร่างกายตัวเองเบามาก ทุกครั้งที่เหยียบไปบนพื้น รับรู้ได้ถึงพละกำลังที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุดที่ขาทั้งสองข้าง เขาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกอย่างนี้มาก่อน เขารู้สึกแค่ว่ากระดูกแต่ละท่อน เลือดแต่จะหยด แม้กระทั่งเซลล์แต่ละเซลล์ภายในร่างกายของเขากำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
ภาพด้านข้างสนามทั้งสองด้านบอกจางกว้านว่า สปีดของเขาเร็วมาก ลึกๆ เขาสัมผัสได้ว่า เขาไม่เคยเร็วขนาดนี้ แม้แต่ในความทรงจำ ช่วงที่ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเขาในปีหน้าก็ยังไม่เร็วขนาดนี้
ในเวลานี้ การแข่งขันดำเนินไปกว่าครึ่งทางแล้ว จางกว้านไล่ตามสองคนที่ออกตัวก่อนทันอย่างไม่คาดคิด จากนั้นในอีกสิบเมตรต่อมา จางกว้านก็วิ่งแซงสองคนนั้นขึ้นไป
‘นี่มันอะไรกันเนี่ย? เป็นไปไม่ได้ที่เราจะวิ่งได้เร็วขนาดนี้! หรือว่าเป็นเพราะความสามารถเมื่อกี้?’ จางกว้านรีบสำรวจดูหน้าจอที่อยู่ในหัวเขาอันนั้น ไอคอนรูปคนวิ่งที่อยู่มุมด้านขวาเริ่มกะพริบ ตัวเลขที่อยู่ด้านหลังก็กำลังจะนับถึงศูนย์
ในตอนที่เวลานับถึงศูนย์ ไอคอนรูปคนวิ่งที่กะพริบอยู่มุมขวาบนก็หายไป ความเร็วของจางกว้านชั่วพริบตาก็ลดลงทันที ความรู้สึกที่วิ่งแล้วตัวเบาๆ ในตอนแรกก็หายไปแบบไร้ร่องรอย โชคดีที่ห่างจากเส้นชัยอีกไม่ไกลแล้ว จางกว้านออกแรงเพิ่มอีกหน่อย และด้วยความเร็วที่วิ่งมาในตอนแรก เขาก็ยังคงเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง
.....
ชายแก่ยังคงชี้ไปที่จางกว้าน ไม่ยอมวางมือลง
“อาจารย์? อาจารย์?” โค้ชโจวเรียกอยู่นาน
เห็นแต่ชายแก่บ่นพึมพำ “คนที่ออกตัวช้าคนนั้น รีบไปดักเขาไว้ อย่าให้หลุดไปได้”
...............................
[1] การทดสอบนักกีฬาระดับสอง คือ การทดสอบความสามารถทางด้านกีฬาระดับเมือง หากผ่านการทดสอบในระดับมณฑลจะถือว่าเป็นนักกีฬาระดับหนึ่ง
[2] มหาวิทยาลัยของจีนแบ่งเป็นระดับท็อปและระดับธรรมดา ในระดับมหาวิทยาลัยระดับธรรมดายังแบ่งเป็นประเภท 1,2,3
[3] สปรินต์ คือ การวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดในระยะทางสั้นๆ