ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System: ระบบปั้นอัจฉริยะ Scholar's Advanced Technological System ตอนที่ 34
ตอนที่ 96 นี่มันถูกต้อง!
ณ ห้องเรียนในตึกเอ…
การประชุมสมาคมแคมปัสแอสซิสแตนซ์ครั้งที่สี่จบลงแล้ว ระหว่างการประชุม พวกเขาก็คุยกันถึงการเปิดตัวเวอร์ชันอัปเดต
เหมือนครั้งที่แล้ว ประธานลู่โจวไม่ได้อยู่ในที่ประชุม เป็นรองประธานอู๋ต้าไห่และผู้จัดการผลิตภัณฑ์หยวนลี่เหว่ยมาแทนที่ บางทีมันเป็นเพราะการที่ผู้ก่อตั้งไม่อยู่ที่ประชุม ขวัญกำลังใจจึงตกต่ำ
ท้ายที่สุดแล้วทุกคนต่างก็ทำงานกันในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา นักพัฒนากำลังเขียนโค้ด วิศวะก็กำลังยุ่ง แม้แต่คนที่วิ่งเต้นทำธุระให้ก็มีเรื่องต้องทำ
แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะกระตือรือร้นในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่มีสีสัน แต่ไม่ใช่ทุกคนกระตือรือร้นกับชีวิตที่วุ่นวาย เมื่อความกระตือรือร้นของผู้ประกอบการค่อยๆหายไป เสียงโอดครวญก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“…สถานการณ์ทั่วไปเป็นแบบนี้”
“จบการประชุม”
หยวนลี่เหว่ยโยนชอล์กบนโพเดียม เขาพยักหน้าให้อู๋ต้าไห่แล้วลงจากเวที
เจ้าอ้วนอู๋ขึ้นบนโพเดียม เขาปรบมือแล้วยิ้ม
“ทุกคนทำงานมาหนัก หิวแล้วใช่ไหม? ประธานจองโต๊ะที่ร้านเมนูปลาแล้ว ไปทานกันเถอะ”
ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือคนงานต้องไม่จ่ายเงิน
หลังจากได้ยินคำพูดของเจ้าอ้วนอู๋ ในที่สุดพวกเขาก็ขวัญกำลังใจ
พอพวกเขามาคิดดู นอกจากเวลาแล้ว พวกเขาไม่ได้จ่ายอะไรเลย พวกเขาไม่ต้องจ่ายค่าสมัครด้วยซ้ำ
ต่อให้พวกเขาไม่เข้าสมาคม เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาก็จะเสียไปกับการเล่น LOL มาทำอะไรที่มีความหมายแบบนี้ดีกว่า ยกตัวอย่างนักศึกษาซอฟต์แวร์เด็กใหม่สองสามคนที่ทำงานกับหรงไห่ ตอนแรกพวกเขาไม่รู้อะไร แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มได้ภาษา C++ พื้นฐานแล้ว
อย่างไรก็ตามถึงกระนั้น…
มนุษย์ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน
พวกเขามาถึงร้านอาหาร แต่เมื่ออาหารมาถึง ประธานก็ยังไม่มา บางคนก็อดถามไม่ได้
“ประธานอยู่ไหน? เขาไม่มาเหรอ?”
“ลู่โจวมีเรื่องต้องทำ เขากำลังทำโปรเจกต์วิจัยฟิสิกส์ รอก่อนสักสองสามวัน” อู๋ต้าไห่กล่าว จากนั้นเขาก็ยกแก้วขึ้นด้วยรอยยิ้ม “มา ดื่ม”
แม้ว่าคนที่ถามเมื่อกี้จะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากทั้งกลุ่มทานอาหารเสร็จ พวกเขาก็เดินไปทางหน้าประตูมหาวิทยาลัยและทุกคนก็แยกย้ายกลับหอพักตน
คนที่ถามชื่อหลี่รุ่ยเจ๋อ เขาอยู่คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ปีหนึ่ง ที่อยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเก่าเขา เว่ยเฟิง พวกเขาได้พบกับเจ้าอ้วนอู๋ตอนทำงานพาร์ทไทม์และถูกเจ้าอ้วนอู๋ชักชวนให้เข้าร่วมสมาคมแคมปัสแอสซิสแตนซ์
แม้ว่าทั้งสองจะเข้าร่วมสมาคมโดยคิดว่ามันจะเป็น’ธุรกิจที่ดี’ แต่หลังจากผ่านมาสองสัปดาห์ หลี่รุ่ยเจ๋อก็ค่อนข้างเหนื่อย
การหายตัวไปของประธานเป็นหนึ่งในหลายๆปัจจัยเท่านั้น ความไม่พอใจของเขาถูกสะสมมานานแล้ว เขาได้แสดงความไม่พอใจในระหว่างกิจกรรมของสมาคมหลายครั้ง
อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ บวกกับพวกเขาอยู่กันเอง เขาจึงเริ่มบ่นให้เพื่อนเก่าฟัง
“เราทำงานเขียนโค้ดเขียนโปรแกรมกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย…แล้วเขาทำอะไรอยู่?”
เว่ยเฟิงไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ เขาเข้าใจเหตุผลที่เจ้าอ้วนอู๋บอกและไม่ได้รู้สึกอะไรในใจ
ท้ายที่สุดแล้วเขาเข้าร่วมสมาคมด้วยเป้าหมายอยากเรียนรู้ เขาทำโปรเจกต์กับหรงไห่และเรียนรู้การเขียนอัลกอริทึมง่ายๆ เขารู้สึกว่าเขาได้เรียนรู้ไปมาก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาคาดหวังไว้
ส่วนเรื่องหาเงิน…
พูดตามตรงเขาไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ
“…ประธานมีโปรเจกต์วิจัยต้องทำ ช่วงนี้เขาอาจยุ่งก็ได้ ฉันคิดว่ามันยังพอเข้าใจได้ นอกจากนี้เขายังเขียนโค้ดไปมาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย”
เมื่อหลี่รุ่ยเจ๋อเห็นเพื่อนไม่เห็นด้วยกับเขา เขาก็ไม่พอใจ
“เฮอะ ฉันต้องไปอ่านพีชคณิตขั้นสูงอีก ทำไมฉันจะยุ่งบ้างไม่ได้? ใครบ้างที่ไม่ยุ่ง?”
เว่ยเฟิงไม่ชอบพูดลับหลังคนอื่น ดังนั้นเขาจึงตบหลังเพื่อนแล้วกล่าว “เอาล่ะๆ รุ่ยเจ๋อ นายเมาแล้ว”
“ฉันไม่เมา” หลี่รุ่ยเจ๋อกล่าวแล้วเรอ เขาปัดมือของเว่ยเฟิงออกแล้วกล่าว “ฉันแค่รู้สึกไม่ดี…”
ถูกต้อง เขารู้สึกไม่ดี
และมันไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกไม่ดี…
…
เจ็ดวันหลังส่งวิทยานิพนธ์ไปวิทยาเขตเก่า ผลการทดลองก็ออกมาในที่สุด
ข้อสรุปที่ได้นั้นเกินกว่าความคาดหวังของทุกคน
แน่นอน’ทุกคน’รวมถึงหลิวโป เฉียนจ้งหมิงและศาสตราจารย์หลิวหรงเอิน และแม้แต่นักศึกษาปริญญาเอกที่ศาสตราจารย์หลิวพามาด้วย แต่นั่นไม่รวมถึงลู่โจว
ท้ายที่สุดแล้วลู่โจวก็มั่นใจในความสามารถในการคำนวณของตนเองมาก เขาตรวจทานการคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าข้อมูลที่ได้มาถูกต้อง งั้นการคำนวณของเราก็ถูกต้อง!
“ไม่น่าเชื่อ…”
“ข้อสรุปถูกต้อง”
“วัสดุคาร์บอนนาโนทิวป์ไม่มีผลต่อปฏิกิริยาไฮเดรชันในอายุเริ่มต้นเมื่อรวมเข้ากับซีเมนต์!”
“ถ้าข้อสรุปนี้เป็นจริง งั้นการทดลองของเราก็ผิดพลาด กุญแจสำคัญในการแก้ความต้านทานแรงดันของตัวอย่างหมายเลขสองไม่ได้อยู่ในปฏิกิริยาไฮเดรชันในอายุเริ่มต้น แต่มันมาจากที่อื่น”
ลู่โจวถาม “ผมอะไรอย่างอื่นให้ผมช่วยไหม?”
รุ่นพี่เฉียนส่ายหน้าแล้วกล่าว “ตอนนี้ไม่มี…เราต้องทำการทดสอบซ้ำโดยปรับปริมาณการใช้วัสดุคาร์บอนนาโนทิวป์ แต่นายพึ่งช่วยเราประหยัดเวลาวิจัยไปสองเดือน”
ลู่โจวนึกถึงเอกสารที่เขาอ่าน เขาคิดแล้วกล่าว “ผมมีคำแนะนำ ผมควรพูดไหม?”
“บอกมาเลย!” รุ่นพี่เฉียนกล่าวอย่างจริงจัง
“ครั้งก่อนผมได้อ่านวิทยานิพนธ์ที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆนี้ มันเกี่ยวกับการกระจายตัวในน้ำของคาร์บอนนาโนทิวป์จากมหาวิทยาลัยตง ผมได้นำข้อมูลการทดลองไปใส่ในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ผมทำไว้ก่อนหน้านี้แล้วคำนวณใหม่ แล้วพบก็พบเรื่องที่น่าสนใจ…ทำไมรุ่นพี่ไม่ลองทดสอบปริมาณคาร์บอนนาโนทิวป์ในช่วง 0.4wt%-0.5wt% ล่ะ?”
“ศูนย์จุดสี่ถึงศูนย์จุดห้า?” รุ่นพี่เฉียนถาม เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าว “เราลอง 0.6-0.8 แล้ว…ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ แผนการในปัจจุบันของเราจึงสูงกว่า 1…0.4-0.5 มันน้อยไปไหม?”
“เพราะงั้นผมจึงได้แค่แนะนำ” ลู่โจวยักไหล่ จากนั้นเขาก็กล่าวเสริม “เนื่องจากผมช่วยให้รุ่นพี่ประหยัดเวลาทดลองไปมาก ทำไมรุ่นพี่ไม่ลองทำตามคำแนะนำผมล่ะ?”
ถ้ามันเป็นก่อนหน้านี้แล้วรุ่นพี่เฉียนได้ยินคำแนะนำจาก’คนนอก’ เขาคงไม่เก็บมาใส่ใจ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในตอนนี้มันแตกต่างกัน การคำนวณของลู่โจวได้รับการพิสูจน์โดยการทดลอง และรุ่นพี่เฉียนก็เชื่อเขามาก
รุ่นพี่เฉียนพยักหน้าแล้วกล่าว “ตกลง…ฉันจะเอาคำแนะนำของนายไปให้ศาสตราจารย์หลี่ เอ้อ นายส่งเอกสารที่นายอ่านมาให้ฉันได้ไหม?”
“ไม่มีปัญหา ผมจะส่งให้รุ่นพี่ทางอีเมล”
ทันใดนั้นเองโทรศัพท์ของลู่โจวในกระเป๋าก็ดังขึ้น
“ขอโทษครับ ผมต้องรับสายนี้”
“ไม่เป็นไร ฉันต้องไปวิทยาเขตเก่าแล้ว” รุ่นพี่เฉียนกล่าวแล้วมองดูนาฬิกา “ไว้เจอกัน”
ลู่โจวเดินออกไปที่ระเบียงแล้วรับสาย
เมื่อสายติด ก่อนที่ลู่โจวจะได้พูด เสียงของเจ้าอ้วนอู๋ที่ฟังดูเป็นกังวลก็ดังขึ้นมา
“ลู่โจว มีปัญหาแล้ว!”
..........................................