ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System: ระบบปั้นอัจฉริยะ Scholar's Advanced Technological System ตอนที่ 30
ตอนที่ 92 ความสำคัญของความเชื่อในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
“…ส่วนใหญ่เราจะทดลองกับที่นี่ แต่มีอุปกรณ์จำนวนมากอยู่ในวิทยาเขตเก่า บางครั้งเมื่อฉันอยากทดลองอะไรบางอย่าง ฉันก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปที่นั่น แต่ทุกวันนี้ดีขึ้นแล้ว ทั้งแล็บจากที่นั่นถูกย้ายมานี่แล้ว”
“เราจำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ หรือ?” ลู่โจวถาม
“ไม่ต้อง” หลิวโปกล่าว เขายิ้มแล้วกล่าวต่อ “ฟูเรียร์อินฟราเรดสเปคโตรสโคปีทำเสร็จแล้ว นายไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมกับการทดลอง นายแค่ต้องช่วยเราวิเคราะห์ข้อมูลการทดลอง เดี๋ยวจะมีคนเอาโต๊ะมาให้นาย จากนี้ไป นายเป็นสมาชิกทีมของโปรเจกต์วิจัยของเรา!”
ปลิวโปเปิดประตูออฟฟิศ
ที่ฝั่งซ้ายของห้อง มีชายสวมเสื้อยืดหัวเกลี้ยงเกลากำลังหันหน้าเข้าหาประตูห้องแล็บ เขากำลังเล่นกับอุปกรณ์ที่เหมือนเครื่องปริ้น เขาไม่ได้สังเกตเห็นคนที่เข้ามาเลย
หลิวโปพาลู่โจวเดินมาแล้วสะกิดไหล่ของชายคนนี้ เมื่อชายคนนี้หันหน้ามา หลิวโปก็ยิ้มแล้วกล่าว “ฉันจะแนะนำให้นายรู้จัก เขาคือเฉียนจ้งหมิง นายจะเรียกรุ่นพี่เฉียนก็ได้”
“รุ่นพี่เฉียน ยินดีที่รู้จัก!”
เฉียนจ้งหมิงดูแข็งทื่อไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้เป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีเท่าหลิวโป
เขามองลู่โจวแล้วกล่าว “นายคือลู่โจวจากเอกคณิต?”
“ครับ” ลู่โจวตอบด้วยรอยยิ้ม
เฉียนจ้งหมิงพยักหน้าแล้วกล่าว “นายรู้วิธีใช้แท็บเล็ตไหม?”
“นิดหน่อยครับ”
“นิดหน่อยก็พอแล้ว” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า เขาหยิบ USB จากโต๊ะก่อนจะเอาให้ลู่โจวแล้วกล่าว “มีเอกสารและแนะนำเบื้องต้นอยู่ในนี้ รวมถึงแบบฟอร์มที่เราขอสมัครรับทุนวิจัย พอนายอ่านเสร็จ นายจะมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับงานวิจัยของเรา…เอ้อ อย่าอัปโหลดบนโลกออนไลน์ล่ะ”
แม้ว่ามหาวิทยาลัยในประเทศส่วนใหญ่จะร่วมมือกันในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่พวกเขาก็ยังแข่งกันเอง โปรเจกต์วิจัยที่คล้ายๆกันก็ถูกทำโดยมหาวิทยาลัยอื่นเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วคนๆแรกที่ค้นพบการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ก็จะได้รับความดีความชอบไปทั้งหมด
การแข่งขันกันระหว่างห้องแล็บก็ดุเดือดเช่นกัน เพราะใครที่ค้นพบมันเป็นคนแรกก็จะได้รับความดีความชอบไปทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ สิ่งแรกที่หัวหน้าโปรเจกต์หลายคนทำตอนตื่นนอนก็คือการค้นคว้าโปรเจกต์ที่คล้ายๆกันเพื่อหาว่ามีใครลอกเลียนแบบไปหรือไม่
“แค่นี้?” ลู่โจวถามขณะถือ USB
“ตอนนี้ก็มีแค่นี้แหละ ตัวอย่างใหม่พึ่งมาถึง และข้อมูลยังรวบรวมไม่เสร็จ มันค่อนข้างช้า เราเลยจะไปเอาพรุ่งนี้” เฉียนจ้งหมิงจับจมูกแล้วกล่าว
“ข้อมูลสเปกตรัมอินฟราเรดฟูเรียร์รวบรวมที่ไหน? ในวิทยาเขตเก่าหรือ?”
รุ่นพี่เฉียนชี้ลงไปที่เท้าแล้วกล่าว “ตรงนี้”
“ตรงนี้?”
ลู่โจวมองไปรอบๆและไม่เห็นอุปกรณ์เจ๋งๆเลย
อย่างน้อยมันก็น่าประทับใจน้อยกว่าห้องแล็บข้างๆ
“ถูกต้อง” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่เครื่องปริ้นที่ดูล้าสมัยแล้วกล่าว “นี่ไง”
“นี่อะเหรอ?!” ลู่โจวอ้าปากค้างแล้วมองดูอุปกรณ์อย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่จะเป็นอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย
“ใช่แล้ว” เฉียนจ้งหมิงกล่าวและพยักหน้า มันราวกับว่าเขาเดาได้ว่าลู่โจวกำลังคิดอะไร เขาจึงกล่าว “เทนเซอร์-2 ฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโกปี เกรดวิจัย ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัทบรูเกอร์ ประเทศเยอรมัน กระจกทองคำในตัวมีการสะท้อนแสงสูงกว่ากระจกอะลูมิเนียมหกจุดห้าเปอร์เซ็นต์มันมีการต้านออกซิไดซ์ที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพการออปติคอลที่มีเสถียรภาพ…”
ลู่โจวฟังเขาพูดด้วยสีหน้ามึนงง
แม้ว่าเขาจะอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องในช่วงซัมเมอร์ แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องหนังสือเฉพาะทางแบบนี้
“เอาล่ะๆ เลิกขู่เด็กได้แล้ว” หลิวโปกล่าวพลางตบบ่าของชายคนนี้แล้วหัวเราะให้ลู่โจว “บางทีเจ้าหมอนี่ก็พูดมากไปนิด ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เราจะไปรวบรวมข้อมูลฟูเรียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโกปีมาเป็นตัวอย่างใหม่ ถ้านายสนใจ นายก็มา แต่ต้องตื่นเช้าๆ เราจะไปแปดโมงตรง”
“ทำไมถึงเร็วขนาดนั้นล่ะ? มีเหตุผลอะไรไหม?” ลู่โจวถามด้วยความสงสัย
หลิวเปากล่าว “เรายืนยันว่าอุณหภูมิในตอนเช้านั้นเหมาะสม แต่จากนั้นเราก็ปรับแอร์แล้วพบว่ามันไม่ได้สร้างความแตกต่าง…เอ่อ เราไม่รู้เหมือนกัน พูดง่ายๆเราเชื่อว่าการทดลองตอนแปดโมงจะทำให้เรามีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น”
ความเชื่อนี่มันอะไรกัน?
ลู่โจวอึ้ง
ทำไมความเชื่อถึงสำคัญในการทดลองทางวิทยาศาสตร์?
เอ่อ?…
…
ลู่โจวตรวจสอบบัคเสร็จแล้ว บวกกับหยวนลี่เหว่ยกับหรงไห่ดูแลแคมปัสแอสซิสแตนซ์อยู่ เขาจึงต้องทำอะไรมากนัก
เมื่อลู่โจวกลับมาที่หอพักพร้อมกับ USB ที่รุ่นพี่เฉียนมอบให้ เขาก็คัดลอกเอกสารลงในคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มอ่านอย่างระมัดระวัง
สามเดือนก่อน ช่วงซัมเมอร์ เนื่องจากภารกิจ ลู่โจวจึงอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์วิจัยมาบ้าง อย่างไรก็ตามหนังสือเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นความรู้พื้นฐาน มันไม่ได้ลงลึกนัก
คาร์บอนนาโนทิวป์เป็นสาขาที่ค่อนข้างชั้นสูง สาขานี้พัฒนาอยู่เสมอ ถ้าใครอยากเข้าใจสาขานี้อย่างลึกซึ้ง คนๆนั้นก็ต้องอ่านวิทยานิพนธ์เป็นจำนวนมาก
โปรเจกต์วิจัยของศาสตราจารย์หลี่หรงเอินเกี่ยวกับการค้นพบการประยุกต์ใช้คาร์บอนนาโนทิวป์ที่หลากหลายกว้างขวาง
คาร์บอนนาโนทิวป์ผนังชั้นเดียวถูกปรับปรุงให้กระจายตัวได้ง่ายในตัวทำละลายมีขั้วอย่างน้ำ แอลกอฮอล์และไดเมทิลฟอร์มาไมด์ในรูปแบบคอลลอยด์ เนื่องจากคุณสมบัติเหล่านี้ คาร์บอนนาโนทิวป์จึงเริ่มถูกศึกษาโดยนักวิจัยมากมายโดยถือเป็นวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ยุคถัดไป การประยุกต์ใช้วัสดุผสมก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้นาโนทิวป์ในอุตสาหกรรมซีเมนต์และผลิตเหล็กก็กลายเป็นกระแสเช่นกัน…
อย่างน้อยก็ในประเทศ
หลังจากอ่านหนังสือยื่นคำร้องเงินทุน ลู่โจวก็เปิดโฟลเดอร์ที่เก็บเอกสาร
เนื่องจากรุ่นพี่เฉียนเตรียมวิทยานิพนธ์ที่จำเป็นให้เขาอ่านแล้ว มันจึงช่วยเขาร่นเวลาไปอย่างมาก
ขณะที่เขาอ่านวิทยานิพนธ์ เขาก็พบว่าวิทยานิพนธ์ประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์มาจากมหาวิทยาลัยจินหลิง
ลู่โจวคิดว่ามหาวิทยาลัยจินหลิงยังคงน่าทึ่งอยู่
มีมหาวิทยาลัยที่ดีกว่ามหาวิทยาลัยจินหลิงในเรื่องการวิจัยวัสดุกลุ่มคาร์บอนคือมหาวิทยาลัยเยี่ยนและอาจเป็นมหาวิทยาลัยสุ่ยมู่เท่านั้น
แน่นอนแม้ว่าจะมีงานวิจัยที่คนรุ่นก่อนเตรียมไว้ แต่มันก็ยังมีปัญหาทางเทคนิคมากมายที่ต้องแก้ไข ปัญหาที่เฉพาะเจาะจงมากที่สุดก็คือคาร์บอนนาโนทิวป์ ในฐานะฟิลเลอร์ระดับนาโน มันไม่สามารถกระจายกันอย่างสม่ำเสมอภายในเมทริกซ์หรือจับตัวกันอยู่ในเมทริกซ์ จากนั้นหลังจากการกระตุ้น ความแข็งแกร่งของวัสดุเมทริกซ์ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น กลับกันคุณสมบัติโดยธรรมชาติของวัสดุเมทริกซ์ได้รับความเสียหายแทน
คอขวดที่ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์หลี่หรงเอินพบเหมือนจะเป็นสิ่งนี้
...............................................