ท่านแม่ทัพ ฮูหยินเรียกท่านไปทำนา

ท่านแม่ทัพ ฮูหยินเรียกท่านไปทำนา: บทที่ 7 ตุ้ยนุ้ย ตอนที่ 7

#7บทที่ 7 ตุ้ยนุ้ย

ตอนที่ 7 ตุ้ยนุ้ย

ซูเสียวเสี่ยวยิ้ม “อาเตา บังเอิญจัง”

ในความทรงจำ เจ้าของร่างเรียกเขาเช่นนี้

ชื่อจริงเขาคือจางเตา เคยเป็นหน่วยคุ้มกันกับซูเฉิงเมื่อหลายปีก่อน ต่อมาทั้งคู่ก็เลิกอาชีพเป็นหน่วยคุ้มกัน คนหนึ่งกลายเป็นอันธพาลในเมือง ส่วนอีกคนกลายเป็นอันธพาลในหมู่บ้าน

ในช่วงสองสามปีแรกทั้งสองคนยังติดต่อกัน แต่ต่อมาก็ค่อยๆ ห่างเหิน

ราวกับว่าคำว่าอาเตาทำให้จางเตาฟังแล้วสบายใจ เขายิ้มและถาม “พ่อเจ้าสบายดีหรือไม่”

ซูเสียวเสี่ยวตอบ “เหมือนเคยเจ้าค่ะ แต่อาเตาดูมีชีวิตชีวาขึ้นนะเจ้าคะ”

คำพูดตามมารยาทที่ดี นางพูดได้มากมายเป็นกระบุง เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาจะทนฟังได้มากเท่าไหร่

แน่นอนว่าจางเตาไม่ได้ว่างขนาดนั้น เขามีธุระที่ต้องทำ ไม่ใช่มาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับหญิงอ้วนที่ไม่ได้สนิทกัน

เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “หลานสาว ข้ากับพ่อเจ้ารู้จักกันแล้วเจ้าก็เรียกข้าว่าอา งั้นวันนี้ข้าจะปล่อยไป”

เขากล่าวไปพลางส่งสายตามาดร้ายไปยังตาเฒ่าหลี่ “ตาแก่ ช่วงนี้พี่น้องข้าค่อนข้างขัดสน ขอยืมเงินใช้สักหน่อยสิ”

ตาเฒ่าหลี่ปฏิเสธในใจ

ของบนเกวียนไม่ได้มีแค่ของใช้ของเขาเท่านั้น แต่ยังมีของใช้ของชาวบ้านด้วย ถ้าถูกขโมยไป เขาคงจ่ายคืนไม่ไหวแน่

สะใภ้ที่บ้านใกล้คลอดแล้วด้วย เมียจึงบอกให้เขานำไก่ตัวเมียสองตัวไปขาย เงินที่ติดตัวเขาอยู่คือเงินให้กำเนิดบุตรของลูกสะใภ้

จะทำอย่างไรดี

“พี่น้อง ลุย!”

“ได้เลย! พี่เตา”

“อาเตา”

ซูเสียวเสี่ยวเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “บนเกวียนมีของของข้า”

“โอ้?” จางเตายกมือขึ้น ทั้งสองคนจึงหยุดขนของ

เขายิ้มแต่ก็เหมือนไม่ยิ้มและมองซูเสียวเสี่ยว “แล้วของสิ่งใดเป็นของหลานสาวรึ”

ซูเสียวเสี่ยวยิ้มอ่อน “ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ”

จางเตาขมวดคิ้วและสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา

ตาเฒ่าหลี่มองซูเสียวเสี่ยวอย่างประหลาดใจ

แน่นอน เขาไม่ได้วันคิดว่าเจ้าซูตุ้ยนุ้ยกำลังปกป้องเขา แต่รู้สึกว่าเจ้าซูตุ้ยนุ้ยเป็นคนกล้าหาญมาก ถึงกระทั่งกล้าแย่งของกับพวกอันธพาล

จางเตาเดินเข้ามาข้างหน้าซูเสียวเสี่ยว

ซูเสียวเสี่ยวนั่ง ส่วนเขายืน

เขาจ้องซูเสียวเสี่ยวนิ่ง “เจ้าแน่ใจว่าของบนเกวียนทั้งหมดเป็นของเจ้า”

“ถ้าอาเตาไม่เชื่อ ลองถามเขาดูได้เจ้าค่ะ” ซูเสียวเสี่ยวตอบกลับเรียบๆ ราวกับไม่รู้สึกถึงการข่มขู่ในแววตาและน้ำเสียงของเขา

จางเตาหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา “หลานสาวดูไม่ค่อยเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ”

ซูเสียวเสี่ยวยิ้มอ่อน “ก็โตแล้วนี่เจ้าคะ”

เป็นเด็กที่ไม่หวาดหวั่นเสียจริง

จางเตาหันหน้ามองตาเฒ่าหลี่

ตาเฒ่าหลี่ก้มหน้าไม่พูดอะไร

อย่างไรก็ถูกปล้นเหมือนกัน ถูกเจ้าซูตุ้ยนุ้ยปล้น หรือถูกผู้ชายเหล่านี้ปล้น สำหรับเขามันไม่มีอะไรแตกต่าง

ซูเสียวเสี่ยวเอ่ยปาก “อาเตาบอกแล้วว่าจะไม่ทำให้ข้าลำบากใจ คงไม่ผิดคำพูดหรอกใช่หรือไม่เจ้าคะ”

จางเตากำหมัดคว้าคอเสื้อตาเฒ่าหลี่ “เอาเงินที่ติดตัวเจ้าออกมาให้หมด”

ตาเฒ่าหลี่คลำถุงเงินของตัวเอง แต่กลับสัมผัสโดนเพียงเศษเหรียญอีแปะ

เงินของเขาล่ะ

ซูเสียวเสี่ยวกล่าวขึ้นน้ำเสียงเสียดาย “ดูเหมือนอาเตาโชคไม่ค่อยดีนะเจ้าคะ”

จางเตากำหมัดซ้ายแน่นดังกรอดๆ “ฮึ”

เขาปล่อยตาเฒ่าหลี่แต่อารมณ์ยังเดือดพล่านเป็นไฟ

ซูเสียวเสี่ยวยิ้มและกล่าว “อาเตา เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”

จากนั้นพูดกับตาเฒ่าหลี่เรียบๆ “ยังไม่รีบกลับกันอีก จะให้พ่อข้ารออีกนานเท่าไหร่”

“ข้า…”

ตาเฒ่าหลี่เสียดายเงินสองร้อยอีแปะของเขานี่

นั่นมันเงินน้ำพักน้ำแรงของเขาเชียวนะ

กลับถูกขโมยที่ไหนก็ไม่รู้เอาไป

ซูเสียวเสี่ยวคว้ามือแย่งแส้แล้วขับเกวียนออกไปทันที

จางเตามองเกวียนวัวแล่นผ่านตนเองไปด้วยสีหน้าเย็นชา

ทันใดนั้น พลันมีกลิ่นหอมของสุราเกาเหลียงแตะที่จมูก

ซูเฉิงไม่ดื่มสุรา

เขาตะโกนลั่น “หยุดนะ”

แย่แล้ว ถูกจับได้แล้วแน่ๆ

จางเตาไม่ใช่คนคุยง่าย ที่เขาไว้หน้าซูเฉิง ไม่ใช่เห็นแก่มิตรภาพเก่า แต่หมายความว่าต่างคนต่างอยู่และไม่ยุ่งเกี่ยวกัน

แต่นังเด็กนี่กล้าหลอกเขา ปั่นหัวเขาเล่นเหมือนเป็นคนโง่

ถ้าเช่นนั้นก็ต้องอบรมสั่งสอนนังเด็กคนนี้สักหน่อยแล้ว

“พี่ใหญ่ นังสาวน้อยนั่น…”

“สั่งสอนมันหน่อย ให้นางโขกหัวขอขมาสักสองสามทีแล้วเอาของมาด้วย”

พวกเขาทำได้อยู่แล้ว

ถนัดมากๆ เชียวล่ะ

ชายร่างใหญ่สองคนก้าวเท้าฉับๆ ไปจับตัวซูเสียวเสี่ยว

เกวียนวัวไม่ใช่เกวียนม้า มันวิ่งเร็วไม่ได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ ในเมื่อถูกจับได้ ซูเสียวเสี่ยวก็เข้าใจทันทีว่าเลี่ยงการต่อสู้อันเลวร้ายนี้ไม่ได้แล้ว

นางมองเงาที่อยู่ตรงพื้น พลางหยิบขาหมูชิ้นใหญ่ที่ซื้อมาเมื่อสักครู่แล้วโยนไปทางด้านหลัง

ว่องไว แม่นยำ หนักแน่น ตรงเป้า

ชายร่างใหญ่หงายหลังล้มลงกับพื้นอย่างแรง ในหัวได้ยินเสียงวิ้งๆ สองตาเห็นดาว

เพียงแต่ว่าท่านี้ จัดการได้เพียงครั้งละคนเท่านั้น ชายอีกคนคว้าแขนเสื้อของซูเสียวเสี่ยว

ซูเสียวเสี่ยวถีบเท้าใส่เขาทันทีอย่างไม่รีรอ

แรงถีบของคนอ้วนร้อยโล ไม่ใช่ใครก็สามารถทนรับได้

ซี่โครงซี่หนึ่งของฝ่ายตรงข้ามหักทันที เขาล้มลงกับพื้นและกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

สองคนนี้รับมือค่อนข้างง่าย แต่จางเตาไม่ใช่

เขาเคยเรียนวรยุทธ์มาอย่างแท้จริง เคยเข้าที่ว่าการฆ่าคนมาก่อน ดูจากรูปร่างอวบอ้วนของซูเสียวเสี่ยวบัดนี้ นางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย

เพียงกระบวนท่าแรกก็ทำให้ซูเสียวเสี่ยวกลิ้งลงจากเกวียนวัวแล้ว

โชคดีที่ไขมันหนาทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ

แต่ว่า…

กระบวนท่าที่สองของจางเตามาอีกแล้ว ตอนแรกซูเสียวเสี่ยวสามารถหลบได้ แต่ด้านหลังนางคือตาเฒ่าหลี่ ดาบนี้หากฟันใส่ตาเฒ่าหลี่ในวัยใกล้ฝั่งเข้าจริงๆ ชีวิตของตาเฒ่าหลี่คงได้จบสิ้นลงจริงๆ แน่

ซูเสียวเสี่ยวกัดฟันแล้วยกแขนอ้วนขึ้นบัง

นางกำบังได้สำเร็จ แต่ก็ถูกบาดจนเป็นแผลที่หลังมือ

“เจ้าบังคับให้ข้าออกท่าไม้ตายเองนะ…”

ซูเสียวเสี่ยวกัดฟันแล้วตะโกนไปทางด้านหลังจางเตา “ท่านพ่อ! มาแล้วหรือเจ้าคะ!”

จางเตาหันขวับ

เมื่อพบว่าถูกหลอกพอหันกลับมา ซูเสียวเสี่ยวก็หายไปแล้ว

นังหญิงอ้วนน่าตายไปไหนแล้ว

ตุ้ม…ตุ้ม…ตุ้ม…

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น แต่ละก้าวๆ ย่ำจนพื้นดินสั่นสะเทือน

จางเตาชะงักในใจครู่หนึ่ง

เขาเงยหน้าขึ้น

“ข้า…มา…แล้ว!”

เรี่ยวแรงของข้า มหาศาลดุจขุนเขา

ซูเสียวเสี่ยวก้าวเท้าขึ้นเกวียน ยืมแรงกระโดดพุ่งออกไป หย่อนก้นลงนั่งทับจางเตาทันที

“ฉิบ หาย!”

จางเตาถูกทับจนมึน เขานอนแผ่อยู่กับพื้นเหมือนคางคก ลิ้นจุกปาก ตาเหลือก…

ซูเสียวเสี่ยวเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นางนอนแผ่หลาลงกับพื้นพลางหอบหายใจ

ร่างกายนี้อ้วนเกินไปแล้ว อ้วนเกินไป อ้วนเกินไปแล้ว

หากเป็นชาติก่อน...ตีลังกาแปดตลบ...ยังไม่หอบขนาดนี้...

นางจะลดน้ำหนัก! หิวจะตายอยู่แล้ว!

ระหว่างทางกลับ ซูเสียวเสี่ยวดูสูงส่งเย็นชาราวกับเทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย

ตาเฒ่าหลี่คิดเพียงว่านางเพิ่งสู้กับคนอื่นมา อารมณ์จึงไม่ดีเท่าไหร่นัก

เขาขับเกวียนมาถึงหน้าประตูเรือนซูพร้อมกับรอให้ซูเสียวเสี่ยวหยิบของไปทั้งหมด

แต่นึกไม่ถึงว่าซูเสียวเสี่ยวหยิบเฉพาะของของนางแล้วปิดประตูเรือนใส่อย่างเย็นชา

เขาตะลึงงันอยู่ตรงนั้น

ที่เจ้าซู เจ้าซูตุ้ยนุ้ยสู้กับคนพวกนั้นเอาเป็นเอาตาย ไม่ได้ทำเพื่อแย่งของเหล่านี้รึ

เขาเดินขึ้นเกวียนวัวอย่างงุนงง

ใต้ฝ่าเท้าเหมือนเหยียบสิ่งของบางอย่าง เขาก้มหน้ามองดูก็พบว่าเป็นถุงเงินที่หายไปของเขาไม่ใช่รึ

เป็นไปไม่ได้ เขาหามันแล้วและมันไม่อยู่บนเกวียนจริงๆ…

เขามองไปยังประตูเรือนซูที่ปิดสนิท แววตาพลันสับสน

หลังจากกลับเรือน ซูเสียวเสี่ยวก็มุ่งตรงไปยังห้องตัวเอง

นางบาดเจ็บ

นางเคยได้รับบาดเจ็บจากปืนจากคมมีดมาแล้วเมื่อชาติก่อนจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่นางลืมไปว่าเส้นประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดของร่างกายนี้มีมากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับร่างกายเมื่อชาติก่อน มันรู้สึกกลัวเจ็บเป็นสิบเท่า

ตอนนี้ไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหว

นางมองบาดแผลตรงหลังมือแล้วร้องไห้โฮออกมาทันที “เจ็บจังเลย…”

devc-1b3c75c7-32954ท่านแม่ทัพ ฮูหยินเรียกท่านไปทำนา: บทที่ 7 ตุ้ยนุ้ย ตอนที่ 7