ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 32 คุณชายสามโกรธหรือ ตอนที่ 32
ตอนที่ 32 คุณชายสามโกรธหรือ
เหวินจิ่วเซียวรู้ว่าป้าเจียงข้อเท้าพลิก จึงเสนอให้ชิงเฟิงซื้อคนรับใช้เพิ่มอีกคน
อวี๋จือปฏิเสธ “ป้าเจียงแค่ข้อเท้าพลิก มือไม่ได้เป็นอะไร ทําอาหารได้ก็พอเจ้าค่ะ งานที่เหลือยังมีอิงเถา คนน้อยงานก็น้อย แล้วอีกอย่าง มีข้าอยู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ คุณชายสามลืมไปแล้วหรือว่าข้าเกิดในชนบท เคยทําทุกอย่างมาหมดแล้ว”
เรือนเล็กแค่นี้ มีคนเข้ามาอยู่เพิ่มอีกคน มีคนคอยจับตามองเธอเพิ่มอีกคน เธอยังจะหายใจออกอยู่เหรอ
เหวินจิ่วเซียวพยักหน้า หากนางไม่พูด เขาคงลืมไปแล้วว่านางเกิดในชนบท
หน้าตางดงาม ดวงตาเปล่งประกายราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ไม่เหมือนหญิงสาวจากชนบทแม้แต่น้อย
“คุณชายสามเจ้าคะ นี่คือกระเป๋าเงินที่ข้าทําเป็นใบที่เก้า” อวี๋จือหยิบกระเป๋าเงินสีม่วงออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “สูงสุดคืนสู่สามัญ กระเป๋าเงินเก้าใบสามารถขอ เอ่อ แลกเปลี่ยนกับความปรารถนาอย่างหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ” เกือบพูดออกไปตรงๆ แล้ว
เหวินจิ่วเซียวเห็นกระเป๋าเงิน มุมปากของเขาก็กระตุกเบาๆ
หน้าตาคุ้นๆ ลวดลายคุ้นๆ ทำได้เก้าใบแล้วหรือ นั่นหมายความว่าเขารับกระเป๋าเงินขี้เหร่ๆ นี้มาแปดใบแล้ว
“เจ้าอยากขออะไร” ประโยคนี้ช่างแปลกใหม่ แต่ถึงขั้นเอ่ยถึงสำนวนที่ว่า ‘สูงสุดคืนสู่สามัญ’ ด้วยนี่มันเกินไปหรือเปล่า
เหวินจิ่วเซียวตั้งตารออย่างแน่วแน่ รอดูว่าหญิงผู้นี้จะเล่นลูกไม้อะไร
อวี๋จือสีหน้าดีใจ เอ่ยด้วยความตื่นเต้น “ตอนที่ท่านป้าขายข้า นางเซ็นสัญญาซื้อขายตัวเอาไว้ ต่อมาข้ามีวาสนาติดตามคุณชายสาม บ่าวอยากถามว่าสัญญาซื้อขายตัวของข้าอยู่กับท่านหรือไม่เจ้าคะ บ่าวขอคืนได้หรือไม่”
เพื่อขอสัญญาซื้อขายตัวคืน อวี๋จือถึงขั้นเรียกแทนตัวเองว่าบ่าว สู้สุดใจจริงๆ
สายตาเย็นชาพินิจมองเหวินจิ่วเซียวราวกับคิดอะไรอยู่
อวี๋จือแอบเสียใจ ไม่น่าพูดเลย เธอดีใจจนเหลิง เธอน่าจะรออีกสักหน่อย
แต่พูดออกไปแล้วก็ต้องพูดต่อไป อวี๋จือจึงต้องกัดฟันพูดต่อ “ท่านก็รู้ว่าท่านพ่อของบ่าวเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ บ่าวไม่อยากทำให้ท่านพ่ออับอาย...”
สายตาคู่นี้เย็นชาเกินไป อวี๋จือพูดต่อไม่ไหว อาศัยความใจกล้าประคับประคอง สบตากับเขา เธอรู้สึกว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของตัวเองแข็งทื่อ
เหวินจิ่วเซียวกวาดสายตามองหน้าเธอครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นก็ลุกขึ้น “เจ้าพักผ่อนเถิด”
และเดินออกไปข้างนอก
อวี๋จือตกใจ หมายความว่าอะไร รำคาญ? โกรธ? รังเกียจที่เธอโลภมาก ได้คืบจะเอาศอก?
สัญชาตญาณบอกเธอว่า จะปล่อยเขาออกไปแบบนี้ไม่ได้
อวี๋จือรีบตามไป ภายใต้ความร้อนใจ เธอดึงแขนเสื้อของเขา “คุณชายสามโกรธข้าหรือเจ้าคะ ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าผิดเอง”
ในฐานะลูกจ้าง ในเมื่อทําให้หัวหน้าไม่พอใจก็ต้องขอโทษอย่างกระตือรือร้น
ส่วนเรื่องศักดิ์ศรี เหอะๆ มันคืออะไร ลูกจ้างจะมีศักดิ์ศรีไปทำไมกัน
เหวินจิ่วเซียวกระชากเบาๆ แต่เธอกลับไม่ปล่อย สายตาของเขาเย็นชามากกว่าเดิม ขมวดคิ้ว ราวกับเครื่องทำความเย็น
อวี๋จือจะหนาวตายอยู่แล้ว แต่ยังจับแขนเสื้อเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
เหวินจิ่วเซียวเห็นสายตาที่น่าสงสารและระมัดระวังของอวี๋จือ เขาระงับความหงุดหงิดในใจ “ไม่ได้โกรธเจ้า”
“จริงหรือเจ้าคะ” อวี๋จือแววตาสดใสขึ้น
เหวินจิ่วเซียวใจอ่อน และอธิบายตรงไปตรงมา “ข้ามีธุระ”
หยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสริมอีกว่า “ครั้งหน้าค่อยมาหาเจ้า”
ฉวยโอกาสตอนนางไม่ได้ตั้งตัว เขาดึงแขนเสื้อกลับคืน และ...เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
อวี๋จือไม่แสดงสีหน้าอะไร พิงประตูและขมวดคิ้วเบาๆ แววตาเคร่งขรึม
อะไรกัน! พูดไม่เข้าหูก็พาลโกรธเองดื้อๆ แล้วยังบอกว่าไม่ได้โกรธ? เหอะ!
อวี๋จือรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่เธอเริ่มขอสัญญาซื้อขายตัวเขาก็เปลี่ยนไป เธอยังรู้จักหัวหน้าไม่ดีพอ ตอนแรกคิดว่าเขาแค่เย็นชาแต่ก็เป็นคนที่คุยได้ง่ายๆ ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าหัวหน้ายังเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายด้วย... เดี๋ยวก่อน เธอต้องคิดให้ดีว่าจะรับมือกับหัวหน้าประเภทนี้ยังไง
สําหรับสัญญาซื้อขายตัว...เธอต้องเอามาให้ได้
รู้สึกถึงบรรยากาศกดดันจากเจ้านาย ชิงเฟิงไม่กล้าหายใจไปตลอดทาง
เมื่อกลับมาถึงเรือนหน้า เหวินจิ่วเซียวก็สั่งเขา “ไปอาบน้ำให้เฮยเฟิงแล้วพามันไปเดินเล่นด้วย”
ชิงเฟิงหมดอาลัยตายอยาก... เขาว่าแล้วว่าคุณชายสามไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายๆ จึงคอยอยู่ก่อนแล้ว
เฮยเฟิง ฟังชื่อแล้วเหมือนบ่าวรับใช้รุ่นเดียวกับเขา แต่ที่จริงมันคือม้าตัวโปรดของคุณชายสาม
ม้าเหมือนเจ้าของ คุณชายสามเป็นคนอารมณ์ร้อน เฮยเฟิงยิ่งอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่า นอกจากคุณชายสามก็ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใกล้ ชิงเฟิงสัมผัสได้ถึงจุดจบที่น่าอนาถของตัวเองแล้ว
บ่าวคนอื่นๆ เห็นชิงเฟิงทำหน้ามุ่ย พวกเขาก็พอใจ ใครบอกให้เจ้าเอาหน้าคนเดียว จับคุณชายสามไม่ยอมปล่อย ถูกลงโทษแล้วล่ะซิ
สมน้ำหน้า!
ถือโอกาสตอนชิงเฟิงไม่อยู่ พวกเขารีบขยับขันแข็ง บางทีอาจจะเข้าตาคุณชายสาม
ยามดึก เหวินจิ่วเซียวนอนไม่หลับ เขาปิดผ้าม่านจนมืดไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อย แม้เขาจะอยู่ในความมืดแต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี
เขาอดคิดไม่ได้ว่าทําไมนางถึงอยากได้สัญญาซื้อขายตัว นางเอาใจเขาเพื่อสัญญาซื้อขายตัวงั้นหรือ ทำกระเป๋าเงินขี้เหร่เพียงนั้นเขาก็ยังไม่รังเกียจ นางหลอกเขาได้ยังไงกัน
นางได้รับความเอาใจใส่จนหยิ่งผยองเช่นนั้นหรือ เอาใจใส่? เขาเอาใจใส่นางหรือ ไม่สิ นั่นมันไม่ใช่อย่างนั้น
เขานึกถึงกลอุบายอิจฉาริษยาต่างๆ นานา ของอี๋เหนียงในเรือนหลังของท่านพ่อที่เขาเห็นตอนวัยเด็ก อวี๋จือกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
จะนำสัญญาซื้อขายตัวให้นางดีหรือไม่ ให้ ไม่ให้ ไม่ให้ ให้ มีคนสองฝั่งกำลังทะเลาะกันในหัวของเขา
เช้าวันต่อมา ชิงเฟิงเหลือบมองสีหน้าของคุณชายสามอย่างระมัดระวัง รู้ว่าเมื่อคืนเขานอนไม่หลับจึงอดสงสารไม่ได้
คุณชายสามของเขาต้องนอนในห้องที่มืดสนิทเท่านั้น
ล้วนแต่เอ่ยว่าคุณชายสามเป็นคนอารมณ์ร้อน จะโทษคุณชายสามอย่างนั้นหรือ นอนไม่หลับแล้วจะอารมณ์ดีได้เช่นไร
ความลำบากของคุณชายสาม มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้
สองสามครั้งก่อนที่กลับมาจากตรอกดอกท้อ คุณชายสามมักจะนอนหลับสนิท แต่ทำไมเมื่อวานถึงนอนไม่หลับ แม่นางอวี๋ก็ช่วยไม่ได้แล้วหรือ
หรือเขาต้องหาผู้หญิงคนใหม่ให้คุณชายสาม? หาให้เหมือนแม่นางอวี่งั้นหรือ หญิงสาวที่หน้าตางดงามอย่างแม่นางอวี๋... ชิงเฟิงรู้สึกว่าตัวเองช่างลำบาก
“เจ้านำสัญญาซื้อขายตัวไปเก็บไว้ที่ใด นำออกมา...” เหวินจิ่วเซียวหยุดชะงัก “ส่งไปแก้ไขที่ศาลาว่าการเสีย”
สัญญาซื้อขายตัว? ของใคร? ชิงเฟิงตกใจ สบตากับสายตาที่เย็นชาของคุณชายสาม เขาก็ได้สติทันที
ของแม่นางอวี๋ ของแม่นางอวี๋แน่นอน นอกจากแม่นางอวี๋แล้ว ยังจะมีใครทำให้คุณชายสามสนใจได้เล่า
คุณชายสามจะไถ่ถอนให้แม่นางอวี๋หรือ ต่อไปแม่นางอวี๋ก็จะเป็นคนธรรมดาทั่วไป ไม่ต้องมีสถานะต่ำต้อยอีกแล้ว!
ชิงเฟิงรู้สึกอิจฉา ก่อนจะได้ยินคุณชายสามพูด “ช่วยมอบเรือนเล็กๆ นั้นให้นางด้วย”
ชิงเฟิง...
ยังจะไปหาผู้หญิงคนใหม่อีกหรือ ต้องแม่นางอวี๋เท่านั้น คุณชายสามไม่ได้ไถ่ถอนให้นางก็จริง แต่ยังมอบบ้านให้นาง นี่มันไม่ใช่การตัดหางปล่อยวัด แต่เป็นการใส่ใจต่างหาก!
“คุณชายสามไม่ต้องห่วง บ่าวจะจัดการให้ท่านอย่างดีขอรับ”
เหวินจิ่วเซียวตอบรับอืม ก้มหน้าจิบชาและคิดในใจว่าเช่นนี้นางจะดีใจใช่หรือไม่