ปกรณัมหนี้ชีวิต(จบ): ตอนที่ 3 บังคับแต่งงาน ตอนที่ 3
ขณะยืนอยู่ทางเดินหน้าโถงด้านนอก เฝิงจื่อซูพลันได้ยินเสียงคุยกันดังออกมาจากข้างใน
“เฝิงฮูหยิน ท่านเป็นป้าของเฟยเอ๋อร์ เรื่องนี้คงต้องลำบากท่านเสียแล้ว ท่านแม่เอ่ยว่าก่อนที่ท่านพ่อจะกลับมา จะต้องจัดการเรื่องการแต่งงานของเฟยเอ๋อร์กับเหวินเอ๋อร์ให้แล้วเสร็จ”
ผู้ที่เอ่ยคือพี่สาวของหานเหวินเซวียน ฮูหยินรองเจ้ากรมเฝิง หานฉีหรง ต่อให้
เฝิงจื่อซูกลับชาติมาเกิดใหม่อีกสิบครั้ง ก็มิอาจลืมน้ำเสียงนี้ได้
นางซั่งกวนหัวเราะพลางเอ่ย “เฝิงฮูหยินเกรงใจเกินไปแล้ว เฟยเอ๋อร์ได้แต่งเข้าจวนโหว ล้วนแต่เป็นวาสนาของนาง ข้าจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จอย่างแน่นอน”
เฝิงจื่อซูยิ้มอย่างเย็นชา ชาติก่อนหากนางไม่เคยได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ คงคิดเพียงว่าพวกเขาล้วนแต่คิดเพื่อนาง ทั้งยังคิดว่าหญิงสาวที่มีคุณธรรมทั่วไปก็ล้วนแต่เป็นเช่นนี้
เฝิงจื่อซูหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเดินเข้าไป
สายตาของนางตกไปอยู่ที่ใบหน้าของหานเหวินเซวียน
ใบหน้าดุร้ายที่อยู่ในความทรงจำก็ปรากฏขึ้นมาในทันที นางที่คุกเข่าขอร้องอ้อนวอน ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชน ใบหน้าที่เย็นชาของฮูหยินผู้เฒ่า คอยแต่วนเวียนอยู่ตรงหน้านาง จนทำให้นางแทบกระอักเลือดออกมา
หานเหวินเซวียนมองไปที่เฝิงจื่อซู ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย เขาเคยพบเฝิงจื่อซูเพียงสองครั้ง ทุกครั้งล้วนพบแต่ใบหน้าสีเขียวสลับแดง บนหัวมีเครื่องประดับสีทองสว่างไสว ใบหน้าประหนึ่งจานสีจนทำให้คนตกใจกลัว ทว่าวันนี้นางกลับแต่งกายอย่างเรียบๆ คาดไม่ถึงว่ากลับงดงามอย่างมาก
“จื่อซู เจ้ามาพอดี ”นางซั่งกวนสวมชุดผ้าแพรลวดลายที่มีกิ่งก้านเกาะเกี่ยวอยู่โดยรอบอย่างสง่างาม ใบหน้าเผยรอยยิ้มบางๆ แววตาอันอ่อนโยน กวักมือเรียกนางให้เข้ามา
สายตาของเฝิงจื่อซูย้ายจากหานเหวินเซวียนไปตกอยู่ที่ใบหน้าของซั่งกวนเฟยเอ๋อร์
ใบหน้าที่ขาวใสนวลเนียน ทว่าสีหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ ดวงตาแดงเล็กน้อย ขนตาชุ่มไปด้วยน้ำตาที่คล้ายกำลังจะไหลลงมา สวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีขาว แขนเสื้อปักด้วยลวดลายใบไผ่เขียวอย่างเรียบหรู มิอาจกล่าวได้ว่านางนั้นช่างน่าเห็นใจและช่างน่าดึงดูดสักเพียงใด
เมื่อนางพบเฝิงจื่อซู แววตาของนางพลันทอแววประกาย พลางก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อขึ้นมา ไหล่ทั้งสองข้างสั่นเล็กน้อย คล้ายว่านางกำลังร่ำไห้
หานเหวินเซวียนที่นั่งอยู่ข้างกายนาง เห็นนางเศร้าโศกเสียใจ จึงกุมมือนาง “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่”
ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้น เผยให้เห็นความเหนียมอายพาดผ่าน
เฝิงจื่อซูมองฉากนี้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ช่างเป็นคู่รักที่ทำให้ผู้อื่นอิจฉายิ่งนัก เจ้าพวกสุนัขเอ๋ย
หานฉีหรงพบเฝิงจื่อซู พลันกล่าว “จื่อซู ข้ามาพบเจ้าวันนี้ เจ้าต้องทราบแล้วเป็นแน่ แต่ไหนแต่ไรท่านแม่ของเจ้าเอ่ยว่าเจ้านั้นทั้งว่าง่ายและถ่อมตนนัก เจ้าและเฟยเอ๋อร์เป็นญาติพี่น้องกัน ข้าหวังว่าเจ้าจะเห็นแก่ความสัมพันธ์นี้ ยินยอมให้เฟยเอ๋อร์แต่งเข้ามา ได้หรือไม่ ”
เฝิงจื่อซูนั่งลงตรงข้ามพวกเขาทั้งสามคนอย่างช้าๆ
หานฉีหรงวันนี้สวมกระโปรงดอกไม้ร้อยริ้วสีแดงที่ปักด้วยด้ายสีทอง ศีรษะเต็มไปด้วยบรรดาไข่มุกมรกต ช่างหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง
เฝิงจื่อซูมองไปที่นาง เอ่ยอย่างเนิบช้า “เรื่องอันใด ข้าไหนเลยจะทราบ”
นางซั่งกวนรู้สึกไม่พอใจอยู่เล็กน้อย “ จื่อซู เจ้าทำเป็นไม่รู้เรื่องอันใด เฟยเอ๋อร์นั้นตั้งครรภ์ลูกชายของเหวินเซวียน นางจำเป็นต้องแต่งเข้าจวน”
เฝิงจื่อซูส่งเสียงอ้อออกมา พลางมองไปทางซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ “ เป็นเรื่องจริงหรือไม่”
สีหน้าของซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ขาวซีด เอ่ยเสียงเบา “ญาติผู้พี่ ขออภัย ข้า พวกข้ามิอาจบังคับความรู้สึกได้”
“มิอาจบังคับความรู้สึก เช่นนั้นแปลว่าเจ้าเสียความบริสุทธิ์ก่อนแต่งงาน มิใช่ว่ายังต้องจับถ่วงน้ำหรอกหรือ ” เฝิงจื่อซูกล่าวอย่างเฉยชา
“เหลวไหล”นางซั่งกวนเหลือบมองนางอย่างเย็นชา “เฟยเอ๋อร์และเหวินเซวียนพวกเขารักกันมานาน หากไม่มีเจ้าเข้ามาแทรกแซง พวกเขาคงได้แต่งงานกันไปแล้ว”
“ในเมื่อทั้งสองรักใคร่ชอบพอกัน” เฝิงจื่อซูมองไปยังหานเหวินเซวียน กล่าวเสียงเย็น “เหตุใดเจ้าจึงตกลงแต่งงานกับข้า อันใดที่พวกเจ้าเรียกว่ารักกัน มิใช่ว่าเป็นเพียงความโลภ แต่เป็นเพียงความใจเร็วด่วนได้ของพวกเจ้าเท่านั้น ”
หานเหวินเซวียนเอ่ยอย่างโกรธเคือง “เจ้าพูดเหลวไหลอันใด หญิงที่ยังไม่ออกเรือนกล่าววาจาไม่น่าฟังเช่นนี้ เจ้าไร้ยางอายหรือไร”
เฝิงจื่อซูหัวเราะพลางยิ้มอย่างไม่แยแส “ข้าไร้ยางอาย อย่างน้อยข้าก็มิได้กินในที่ลับขับในที่แจ้ง ลักลอบผิดศีลธรรม พวกเจ้าคนเมืองหลวงเรียกอย่างไร ข้าไม่ทราบ ทว่าที่ชิงโจว พวกข้าเรียกคนพวกนั้นว่า เจ้าพวกสุนัข”
นางซั่งกวนตื่นตกใจ “จื่อซู เหตุใดเจ้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ เจ้าเป็นถึงคุณหนูสามของจวนกั๋วกง ทุกๆการกระทำจะต้องละเอียดรอบคอบ”
เฝิงจื่อซูชำเลืองตามองไปยังนางซั่งกวนอย่างเย็นชา “ข้ากล่าวไม่น่าฟังหรือ ข้ากล่าวว่านางเป็นหญิงคณิกาหรืออย่างไร”
สีหน้าของซั่งกวนเฟยเอ๋อร์พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขึ้นมา ร่ำไห้เอ่ย“ญาติผู้พี่ ข้าทราบดีท่านไม่อาจอภัยให้แก่ข้า เกิดเรื่องแบบนี้ ข้าก็มิอาจเป็นคนแล้ว ให้ข้าตายต่อหน้าท่านเสียเถิด”
กล่าวจบ นางก็ลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งชนเสา หานเหวินเซวียนรีบร้อนดึงนาง “เฟยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ใส่ใจวาจาของนาง อย่างไรข้าก็จะแต่งเจ้า ”
“ไม่ พี่เหวินเซวียน ท่านให้ข้าตายไปเสีย ข้าไม่มีหน้าไปเจอผู้คนแล้ว ท่านให้ข้ากับลูกตายไปเสียเถิด” ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ร่ำไห้อย่างเศร้าสลด
นางซั่งกวนพรวดพราดเข้าไปหาเฝิงจื่อซูอย่างโกรธเคือง “ดูเจ้าบังคับนางจนกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว ยังไม่รีบเอ่ยขอโทษนางอีก”
เฝิงจื่อซูมองฉากนี้ด้วยสายตาอันเยือกเย็น “น่าขันเสียจริง หรือจะให้ข้าขอโทษนาง เป็นข้าที่ยังไม่ได้ออกเรือนแต่ตั้งครรภ์หรือ เป็นข้าที่ไร้ยางอายคบชู้สู่ชายหรือ เหตุใดข้าต้องขอโทษนางด้วย หากข้าขอโทษนาง นางจะรับไหวหรือไม่”
เฝิงจื่อซูยืนขึ้น เดินไปตรงหน้าซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ เอ่ยอย่างโหดเหี้ยม “ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากตายหรอกหรือ ไปตายเสีย”
ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ร่ำไห้เอ่ย “พี่เหวินเซวียนท่านปล่อยข้า ปล่อยข้า”
“เฝิงจื่อซู เจ้า” หานเหวินเซวียนโกรธอย่างถึงที่สุด กำหมัดปล่อยออกไป
เฝิงจื่อซูจับเข้าที่ข้อมือเขา ผลักเขาไปข้างหลัง จนทำให้เขาซวนเซเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ พลันถอยหลังไปสองก้าวจึงยืนได้อย่างมั่นคง
ทันใดนั้นนางไปยืนขวางอยู่ตรงหน้าเขา เอ่ยกับซั่งกวนเฟยเอ๋อร์อย่างเย็นชา “ตอนนี้ไม่มีผู้ใดรั้งเจ้าไว้แล้ว รีบไปตายเสีย”
ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์มองไปที่นางอย่างมึนงง ราวกับไม่เคยรู้จักนางมาก่อน
“ยังไม่ไปอีก”เฝิงจื่อซูขู่นางไปอีกคำรบหนึ่ง ทำให้นางตกใจกลัวจนตัวสั่น ส่งเสียงร่ำไห้ออกมา
“ญาติผู้พี่ เรื่องที่ข้าทำผิดท่านก็ดุด่าข้า ตีข้าเถิด ไยเจ้าต้องทำกับข้าเช่นนี้”ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์เอ่ยพลางร่ำไห้
ทันทีที่นางกล่าวจบ เฝิงจื่อซูยกมือขึ้นตบไปที่ใบหน้าทั้งซ้ายและขวาของนาง ตบไปหลายฝ่ามือจึงได้หยุดลง
“ในเมื่อเจ้าให้ข้าตีเจ้า ข้าก็จะทำตามที่เจ้าต้องการ”เฝิงจื่อซูเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา
ซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ถูกตบไปหลายฝ่ามือทั้งโกรธทั้งอับอายอย่างถึงที่สุด ทว่ากลับไม่รู้ว่าจะโต้ตอบอย่างไร จึงทิ้งกายลง แสร้งทำเป็นลมไปเสียอย่างนั้น
นางซั่งกวนตกใจรีบไปพยุงนาง ตำหนิเฝิงจื่อซูด้วยสีหน้าเขียวคล้ำที่เต็มไปด้วยความโกรธ “เห็นว่าตนเองเป็นคุณหนูสามแห่งจวนกั๋งกง จึงได้โหดเหี้ยมเช่นนี้ ต่อหน้าธารกำนัลยังกล้าลงมือทุบตีผู้อื่น เจ้ายังเห็นข้าเป็นแม่อยู่หรือไม่”
เฝิงจื่อซูโต้กลับ “เช่นนั้นในสายตาของท่านมีข้าที่เป็นลูกอยู่หรือไม่ ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น เพียงแค่ท่านเข้าข้างพวกลักลอบผิดศีลธรรมมารังแกข้า ไหนเลยจะมีแม่อย่างท่าน”
หานฉีหรงพลันยืนขึ้น เอ่ยด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ “ในเมื่อเจ้าไม่อาจให้อภัยเฟยเอ๋อร์ได้ เช่นนั้นการแต่งงานก็เป็นอันยกเลิก จวนเจียงหนิงโหวของข้าไม่มีวาสนา มิอาจแต่งภรรยาที่ปากเต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคาย ประเดี๋ยวกลับไปข้าให้คนมาถอนหมั้น เหวินเซวียน พวกเรากลับ ”
“ใช่ ถอนหมั้นเสีย”หานเหวินเซวียนไม่ได้อยากแต่งกับนาง หากมิใช่ท่านพ่อออกคำสั่ง เขาจะยินยอมแต่งนางหรือ
เฝิงจื่อซูเห็นชัดว่าซั่งกวนเฟยเอ๋อร์ที่เป็นลมไป พลันลืมตาขึ้นมา สายตาของนางฉายแววความแปลกใจอยู่สายหนึ่ง
“ช้าก่อน”เฝิงจื่อซูเอ่ยเรียกนางในทันที