สาวน้อยสุดแกร่งกับมิติพิเศษ: ตอนที่ 5 ตอนที่ 5
“เสี่ยวอู่ ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้านะ ต่อไปเจ้าก็เป็นศิษย์น้องหญิงของข้าแล้ว เจ้ารีบตื่นขึ้นมาเร็วๆเข้าล่ะ ศิษย์พี่จะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นเอง”
เสวียนเสี่ยวซาน : เสี่ยวอู่...เสวียนเสี่ยวอู่ ศิษย์น้องหญิงจะน่าสงสารเกินไปหน่อยไหม ข้ากับเสี่ยวซื่อยังดี อย่างน้อยก็เป็นเด็กผู้ชาย จะเรียกชื่ออะไรก็ได้หมด แต่ศิษย์น้องเป็นผู้หญิงนะ เฮ้อ
โอวหยางซวี่ “...”
เสวียนจีจือ “...”
“เออ...ใช่ เสี่ยวอู่ เสวียนเสี่ยวอู่” ดวงตาของเสวียนจีจือกระตุกวาบด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นก็สั่งการอะไรนิดหน่อยและก็เตรียมตัวจะจากออกไป
“อาจารย์ อาจารย์ ข้ากลับมาแล้วขอรับ” ต้วนเทียนหยาบุกเข้ามาอย่างร้อนใจ “ข้าก็อยากดูศิษย์น้องหญิงด้วย”
“จะเอะอะไปไยกัน” เสวียนจีจือมองไปที่ลูกศิษย์ที่ทำให้เขาปวดหัวมากที่สุดคนนี้ แต่เมื่อมองไปที่เขาทั้งตัวกลับเต็มไปด้วยดินโคลน เขาถลึงตาใส่แล้วพูดว่า “เจ้าไปทำอะไรมา ทำไมถึงทำให้ตัวเองมีสภาพเป็นแบบนี้ไปได้”
ต้วนเทียนหยาพูดอย่างเขินอาย “อาจารย์ เมื่อครู่ไม่ใช่ท่านบอกให้ข้าตามหมาป่าขาวไปหรอกหรือ” จากนั้นก็เหลือบมองอาจารย์ของตัวเอง เมื่อเห็นอาจารย์ไม่ได้ลงไม้ลงมือใส่ ก็พูดอย่างเต็มที่ทันที “อาจารย์ ข้าจะบอกอะไรให้ท่านฟัง เมื่อครู่ข้าตามหมาป่าขาวเข้าไปในป่าทึบ วิ่งตามไปเรื่อย ๆ วิ่งอยู่เป็นเวลานานมาก”
“เอาเนื้อๆไม่เอาน้ำ” เสวียนจีจือพูดอย่างเหลือทน
“นี่จะพูดถึงประเด็นสำคัญแล้ว”
ทุกคนภายในห้องต่างพากันกลอกตาขาวมองบน
“หมาป่าขาวพาข้าไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง และก็เห็นว่าเป็นร่างของคนที่ตายแล้วคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาดีมากๆเลยล่ะ ข้าลองมองสำรวจคร่าว ๆ ดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะตกเลือดมากระหว่างคลอดลูกจนเสียชีวิต” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง “อาจารย์ ข้ารู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นแม่ของศิษย์น้องนะขอรับ”
ทุกคนพากันเศร้าใจตาม
“จากนั้น จากนั้นข้าก็หาสถานที่เพื่อฝังผู้หญิงคนนั้น ยังไงนางก็เป็นแม่ของศิษย์น้อง จะให้นอนตายกลางป่ากลางหุบเขาก็กระไรอยู่” ต้วนเทียนหยามองไปที่ทุกคน “อาจารย์ท่านวางใจได้ ข้าได้หาสถานที่ที่ฮวยจุ้ยดีมากๆให้นาง นางสามารถนอนตายตาหลับได้อย่างแน่นอน”
ทุกคน “...”
“เฮ้อ...ลิขิตสวรรค์” เสวียนจีจือถอนหายใจยาวออกมา “ต่อไปพวกเจ้าก็ดูแลเสี่ยวอู่ให้ดีๆด้วยล่ะ”
“ขอรับ” ทุกคนตอบประสานเสียงพร้อมกัน
สิบสามปีผ่านไป ณ ป่าทึบบนภูเขาไป๋อวิ๋น
มีชายหนุ่มในชุดสีเขียวกำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ และกำลังเงยหน้ามองหญิงสาวที่นอนอยู่บนกิ่งไม้ “เสี่ยวอู่ ข้าเพิ่งไปดูเจ้าอ้วนที่เชิงเขามา นางบอกว่าครอบครัวของพวกนางจะต้องย้ายเข้าไปในอำเภอเมืองแล้ว ต่อไปก็จะมาเที่ยวเล่นกับพวกเราไม่ได้แล้ว”
เปลือกตาของผู้หญิงบนต้นไม้ขยับเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร
หมายความว่าอะไรที่บอกว่ามาเล่นกับพวกเรา เห็นชัดๆว่ามาเล่นกับท่านต่างหากล่ะ เจ้าอ้วนเจ้าอ้วนคนนั้น ข้าไม่เคยเล่นกับนางเลยด้วยซ้ำ
“เฮ้อ ต่อไปพวกเราก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว ตอนแรกก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ จากนั้นก็เป็นศิษย์พี่รองและก็ศิษย์พี่สาม ล้วนไปกันหมด แม้แต่ตอนนี้เจ้าอ้วนก็จะไปแล้ว พวกเราช่างน่าสงสารเหลือเกิน” ชายหนุ่มพูดอย่างเศร้าสร้อยใจ
“ข้างล่างเขามันดีขนาดนั้นเลยหรือ? เพราะอะไรพวกศิษย์พี่ลงไปแล้วก็ไม่อยากกลับมาอีก ตอนที่ศิษย์พี่สามจากไปเมื่อปีที่แล้วก็พูดเป็นมั่นเป็นเหมาะบอกว่าจะรีบกลับมาโดยเร็ววัน แล้วยังบอกว่าจะเอาถังหูลู่และขนมเกาลัดมาให้ข้าด้วย คนหลอกลวง”
“ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่าที่เมืองหลวงของเป่ยฉีมีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง อาหารจานเด็ดของที่นั่นคือเป็ดย่างหนังแดงที่เนื้อนุ่มและเนียนละเอียด...” เขาพูดพลางกลับลูบคางไปด้วย “เจ้าว่าเมื่อไรพวกเราจะได้ไปที่เป่ยฉีงั้นเหรอ จะต้องให้ศิษย์พี่ใหญ่พาพวกเราไปชิมให้จงได้”
“ยังมีศิษย์พี่รองอีกคน เขาท่องเที่ยวไปทั่วทุกแคว้น และเคยดื่มเหล้าสีแดงชนิดหนึ่งที่รสชาติไม่ธรรมดาเลยล่ะ” เขาพูดพลางกลับขยับริมฝีปากอยากกิน
ซูเย่ว์ : ทั้งพูดมาก ทั้งกินจุ ศิษย์พี่สี่คนนี้ หมดทางเยียวยาแล้ว
ใช่แล้ว หญิงสาวที่นอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนกิ่งไม้คนนั้นก็คือซูเย่ว์ที่ทะลุมิติกลับชาติมาเกิดใหม่ ตอนนี้นางอายุได้สิบสามปีแล้ว และมีรูปร่างหน้าตาที่สะสวยงดงาม ตลอดสิบสามปีที่ผ่านมา นางอยู่แต่บนภูเขาไป๋อวิ๋นมาโดยตลอด ไม่เคยออกไปที่ไหน ตาเฒ่าเสวียนจีจือคนนั้นก็ดีกับนางมาก ความรู้ที่เขาเรียนมาตลอดทั้งชีวิตได้ถ่ายทอดให้นางมาทั้งหมดแล้ว แต่สิ่งที่นางถนัดที่สุดก็คือวิชาใช้พิษรักษาทางการแพทย์
เสวียนเสี่ยวซานก็เก่งเรื่องการแพทย์เช่นกัน และตอนนี้ก็เป็นหมอเทวดาที่มีชื่อเสียงไปทั่วทุกแคว้น ผู้คนต่างก็เรียกเขาว่าหมอเทวดาเสวียน แต่ถ้าพูดถึงพรสวรรค์ละก็ยังไงซูเย่ว์ก็เหนือกว่าอยู่ดี ทุกครั้งที่เสวียนเสี่ยวซานกลับมา เขาจะต้องไปกวาดของในห้องยาของซูเย่ว์จนหมดเหมือนโจรคนหนึ่ง เห็นอะไรก็ล้วนแต่ดีไปหมด เขาอยากจะเอาไปทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาชนิดใหม่ที่ซูเย่ว์ปรุงขึ้นด้วยตัวเอง และแน่นอนคนแรกที่ได้ใช้มันก็คือเสวียนเสี่ยวซานนั่นเอง
แม้แต่เสวียนเสี่ยวซื่อที่ไม่น่าฝากความหวังด้วยที่สุดยังรู้สึกไม่ชอบ เขารู้สึกว่าศิษย์พี่สามคนนี้ของเขาต้องจนมากจนบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“บรู้ววว~” เสียงหมาป่าหอนเรียก
ซูเย่ว์ลืมตาขึ้นมาทันที จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานตัวเหาะออกไป
“เฮ้ เสี่ยวอู่ เฮ้อ พอต้าไป๋มา เจ้าก็ไม่สนใจข้าแล้วงั้นหรือ” เสวียนเสี่ยวซื่อพูดอย่างเศร้าใจ “ข้ากลับไปดูดีกว่าว่าเฉินมามาทำอาหารกลางวันเสร็จหรือยัง มีแค่เฉินมามาที่ไม่มีทางไม่สนใจข้า”
ซูเย่ว์ : เหอะ ๆ ข้าเคยสนใจท่านตอนไหนกัน ล้วนเป็นท่านที่พูดเองเออเองอยู่คนเดียวต่างหากล่ะ
เฉินมามา : เสี่ยวซื่อเด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ บนภูเขาลูกนี้ก็เหลือเพียงพวกเขาไม่กี่คนแล้ว เสวียนจีจือก็มักจะปลีกตัวบำเพ็ญตนตลอดทั้งปี ส่วนยัยหนูเสี่ยวอู่คนนั้นเดิมทีก็เป็นคนมีนิสัยที่เงียบขรึมอยู่แล้ว วันๆก็คลุกอยู่แต่กับสมุนไพรและยาพิษ ก็มีแค่ข้าเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนเขาได้
อีกด้านหนึ่ง ซูเย่ว์กอดคอหมาป่าขาวตัวใหญ่แล้วพูดเสียงเบาๆว่า “ต้าไป๋ สองวันมานี่เจ้าไปไหนมาไม่มาหาข้าเลย หรือไปหาหมาป่าตัวเมียมางั้นหรือ?”