สาวน้อยสุดแกร่งกับมิติพิเศษ

สาวน้อยสุดแกร่งกับมิติพิเศษ: ตอนที่ 9 ตอนที่ 9

#9ตอนที่ 9

ซูเย่ว์คิดว่า ในเมื่อพรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้วก็ต้องเตรียมตัวเล็กน้อย นางมีช่องว่างมิติจึงไม่ต้องเป็นกังวลอะไร แต่ทว่าจะปิดหูปิดตาคนอื่นได้อย่างไรกัน? นางมองไปที่เสวียนเสี่ยวซื่อที่กำลังตื่นเต้นจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ข้าง ๆ ศิษย์พี่สี่ถึงจะโง่เขลาก็ตาม แต่ถ้าเกิดมีของที่แปลกประหลาดขึ้นมาบ่อยๆครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่คนโง่ก็ยังต้องสงสัย เฮ้อ ค่อย ๆ ดูไปทีละก้าวก็แล้วกัน

“เสี่ยวอู่ ตอนนี้ข้าจะไปหาเฉินมามา ให้นางทำอาหารที่สามารถเก็บไว้กินระหว่างทางให้พวกเราสักหน่อย เจ้ารีบไปเก็บข้าวของ พรุ่งนี้พวกเราก็จะออกเดินทางแล้ว เจ้าจะเอาแต่ใจไม่ได้หรอกนะ”

เสวียนเสี่ยวซื่อกลัวว่าศิษย์น้องหญิงของตัวคนนี้จะปฏิเสธไม่ไป ถ้านางไม่ยอมลงเขาจริง ๆ อาจารย์ก็ไม่ฝืนใจนางอย่างแน่นอน เช่นนั้นตัวเองก็ไม่สามารถไปได้

ซูเย่ว์เหลือบตามองเขาหนึ่งที “อืม ข้าจะไปเตรียมของที่อาจารย์ต้องการก่อน” พูดจบนางก็แบกตะกร้าเดินเข้าป่าเขาไป

“เฮ้ ถ้ายังไงให้ศิษย์พี่ไปช่วยเจ้าไหม ของพวกนั้นก็หนักมากอยู่นะ ก็ไม่รู้ว่าเจ้าไปเก็บผักและผลไม้เหล่านั้นมาจากไหนกันแน่ รสชาติดีกว่าที่ซื้อข้างนอกตั้งเยอะ ข้าเองก็จะได้จำทางเอาไว้ด้วย”

“ไม่ต้องหรอก ข้าจะรีบไปรีบมา ศิษย์พี่สี่ท่านรีบไปเตรียมของกินเถอะ ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะหิวระหว่างทางได้นะ” สาวน้อยจากไปโดยที่ไม่หันกลับมามองสักนิด

“ใช่แล้ว ๆ ไม่อาจชักช้าเสียเวลาที่จะลงเขาในวันพรุ่งนี้ได้” เสวียนเสี่ยวซื่อศิษย์พี่ผู้โง่เขลาก็เดินฮัมเพลงไปที่ห้องครัว

ในป่าเขา หนึ่งคนหนึ่งหมาป่ากำลังมองหน้ากัน “เจ้าไปกับข้าจะอันตรายเกินไป เจ้าตัวใหญ่ขนาดนี้ หากถูกคนพบเห็นเข้าจะเป็นอันตรายได้ อีกอย่างข้าไปไม่นานด้วยจะต้องกลับมาเร็ว ๆ อย่างแน่นอน”

ต้าไป๋ : ไม่ได้ เจ้าไปคนเดียวข้าไม่วางใจ

“ยังมีศิษย์พี่ไปด้วยนะ”

ต้าไป๋ : เจ้าโง่คนนั้นนะหรือ เขาไปมีเพียงจะเป็นตัวถ่วงเจ้าเท่านั้น

ซูเย่ว์ “...”

ต้าไป๋ : ข้าอยู่ในช่องว่างมิติของเจ้า ขอเพียงข้าไม่ออกไปก็จะไม่มีใครเห็นหรอก

“ถ้าเช่นนั้นเผ่าหมาป่าของเจ้าจะทำอย่างไร?”

ต้าไป๋ : เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ตอนนี้น้องชายของข้าสามารถเผชิญหน้าตัวเดียวได้แล้ว

“เอาเช่นนั้นก็ได้ แต่เจ้าต้องรับปากกับข้าก่อนว่าจะอยู่แต่ภายในช่องว่างมิติ” สาวน้อยกล่าวข้อตกลงขึ้นมา

ต้าไป๋ : ข้ารับปาก

เช้าวันรุ่งขึ้น

“อาจารย์ พวกเราจะไปแล้วนะขอรับ” เสวียนเสี่ยวซื่อกับซูเย่ว์ที่แต่งตัวเป็นผู้ชายคุกเข่าลงตรงหน้าเสวียนจีจือ และกราบคำนับสามครั้ง

เสวียนจีจือทำสีหน้าอาลัยอาวรณ์ “เอาล่ะ ๆ ลุกขึ้นมาเถอะ ลงจากเขาไปแล้วต้องระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย แต่ด้วยฝีมือของพวกเจ้าแล้วไม่มีใครทำร้ายพวกเจ้าได้ง่าย ๆ ทว่าใจคนนั้นร้ายกาจยากเข้าถึงมาก พวกเจ้าสองคนใช้ชีวิตอยู่แต่บนเขามาโดยตลอด เมื่อลงจากเขาไปต้องจำไว้ว่าระวังตัวให้มากๆอย่าตกหลุมพรางเชื่อคำของคนอื่นเขา” พูดจบก็เช็ดน้ำตาที่หางตา

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้า เสี่ยวซื่อ เจ้ามีนิสัยไร้เดียงสา เมื่อลงเขาไปแล้วค่อยตามศิษย์น้องและเชื่อฟังคำพูดของศิษย์น้องเข้าไว้ รู้หรือเปล่า?”

เสวียนเสี่ยวซื่อร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง “อาจารย์ อาจารย์ ข้าไม่ไปแล้ว ข้าว่าข้าอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนท่านดีกว่า ท่านอายุก็มากขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่มีพวกเราอยู่ด้วยท่านจะทำอย่างไรล่ะ?”

มุมปากของเสวียนจีจือกระตุกเล็กน้อย “พูดจาเหลวไหลอะไร พวกเจ้าไปแล้วข้าก็จะปลีกวิเวกไปบำเพ็ญเพียรต่อ จะต้องให้เจ้ามาอยู่เป็นเพื่อนข้าทำไม ข้าไม่ได้แก่จนอายุเจ็ดสิบแปดสิบสักหน่อย”

ซูเย่ว์ เสวียนเสี่ยวซื่อ : ท่านไม่ได้อายุเจ็บสิบหรือแปดสิบแล้ว แต่ปีนี้ท่านอายุเจ็ดสิบสี่แล้ว เกรงว่าท่านคงจะลืมไปแล้วกระมัง

“เอาล่ะ อาจารย์ก็อยู่ที่นี่ตลอด เมื่อไรที่พวกเจ้าคิดถึงก็สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ อาจารย์จะหนีไปไหนได้งั้นหรือ” ตาเฒ่าพูดไปก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเล็กน้อย

“อาจารย์ ท่านวางใจเถอะ พวกข้าจะระวังตัวเอง อีกอย่างพอพวกเราออกเดินทางก็ตรงไปที่เมืองเซวียนที่ชายแดนเลย ใช้เวลาไม่กี่วันก็จะได้พบกับศิษย์พี่สามแล้ว” ซูเย่ว์ก็อาวรณ์เช่นกัน

เมื่อเห็นลูกศิษย์คนเล็กที่แสดงอารมณ์ออกมาไม่ค่อยบ่อยแสดงความรู้สึกออกมา เสวียนจีจือก็ได้รับการปลอบใจเช่นกัน และเขาก็หยิบถุงผ้าไหมทองขอบดำออกมาจากอกเสื้อ ด้านบนมีปักลวดลายด้วยดอกบัวสีแดงเพลิงอย่างง่าย ๆเอาไว้ “นี่เป็นสมบัติที่สืบทอดมาจากบรรพชนของอาจารย์ ข้างในคือช่องว่างมิติเจี้ยจื่อ มันไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็สามารถให้พวกเจ้าพอใส่ของได้มากอยู่” เขามองสัมภาระที่อยู่ข้างหลังศิษย์ทั้งสองคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกศิษย์จอมโง่อย่างเสวียนเสี่ยวซื่อ ที่แบกเหมือนจะย้ายห้องครัวไปทั้งห้องหรือยังไง

“ช่องว่างมิติเจี้ยจื่อ ในใต้หล้านี้มีของล้ำค่าที่มหัศจรรย์ขนาดนั้นจริง ๆ หรือขอรับ?” เสวียนเสี่ยวซื่อประหลาดใจอย่างมาก

“ในใต้หล้านี้จะมีแบบนี้อีกหรือไม่ อาจารย์ก็ไม่รู้ อาจารย์ขึ้นเหนือลงใต้ไปทุกหนแห่งก็ยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นของล้ำค่ามาก เสี่ยวอู่ เจ้ารับมันไว้เถอะ”

ดวงตาของซูเย่ว์กะพริบเล็กน้อย อาจารย์นี่หมายความว่า...และก็ตามมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมา นี่ต้องการช่วยปกป้องนางหรือ

“เสี่ยวอู่ รีบรับไปเสียสิ” เสวียนเสี่ยวซื่อพูดอย่างตื่นเต้น

ซูเย่ว์รับถุงผ้ามา และพูดด้วยเสียงอึดอัดว่า “ขอบคุณอาจารย์เจ้าค่ะ” เสวียนจีจือลูบหัวนาง

“เอาล่ะ รีบลงจากเขาไปเถอะ อาจารย์จะปลีกวิเวกไปบำเพ็ญตนแล้ว”

“อาจารย์ น้ำพุและผลไม้เหล่านั้นเอาไปวางไว้ที่ถ้ำในภูเขาด้านหลังแล้ว ยังมียาเม็ดนี้ด้วย” ซูเย่ว์พูดพลางหยิบยาสองขวดออกมาจากแขนเสื้อ แต่ที่จริงแล้วคือการหยิบออกมาจากช่องว่างมิติต่างหาก “นี่คือยาล้างไขกระดูกที่ข้าฝึกปรุงมา ข้าลองฝึกตามตำรายาที่ไม่สมประกอบม้วนนั้นที่อยู่ในห้องเก็บคัมภีร์เพิ่งปรุงเสร็จพอดี ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ ท่านลองดูสิ”

“ยาล้างไขกระดูก!” เสวียนจีจือพูดด้วยความตื่นเต้น เขาเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี และรู้ว่าจะไม่เป็นอย่างที่นางพูดที่ว่าไม่รู้ว่าผลลัพธ์ว่าเป็นอย่างไรอย่างแน่นอน นางจะต้องฝึกจนสำเร็จแล้วถึงจะมอบให้เขา นี่เป็นยาในตำนานเลยนะ หลายร้อยปีมานี่ยังไม่มีใครปรุงออกมาได้เลย

devc-30b71ced-32917