สาวน้อยสุดแกร่งกับมิติพิเศษ: ตอนที่ 11 ตอนที่ 11
“นำตัวเข้ามา” ซูเย่ว์ออกคำสั่ง
“ขอรับๆ ๆ” หมอจังให้เด็กรับใช้รีบพาตัวพี่ชายและน้องสาวเข้ามายังลานด้านในทันที ดูเหมือนว่ายังมีหนทางรักษาให้หาย
ณ สวนหลังบ้านของโรงหมอเทวดา
ซูเย่ว์ป้อนยาถอนพิษให้กับเด็กสาวตัวเล็กก่อน จากนั้นเปิดกล่องยาและหยิบเครื่องมือออกมารักษาบาดแผลของเด็กน้อย ก่อนจะฝังเข็มระบายพิษที่ตกค้างออกไป สุดท้ายจึงเช็ดทำความสะอาดและพันผ้าพันแผลในที่สุด
หมอจังจ้องมองขวดยาที่ซูเย่ว์หยิบออกมา… เข็มทองและยาถอนพิษราคาแพงสินะ ก่อนหน้านี้เขาเคยโชคดีได้เห็นครั้งหนึ่งที่หมอเทวดาเสวียน นี่นางกำลังให้เด็กขอทานกินเข้าไปหรือ ไหนยังจะเข็มทองนั่นอีก เมื่อสองปีก่อนหมอเทวดาเสวียนเคยตามหาอย่างยากลำบาก ก่อนจะมอบให้ศิษย์น้องหญิงของเขา ทุกสิ่งล้วนเป็นสมบัติอันล้ำค่า
แม้แต่เสวียนเสี่ยวซื่อยังตกใจดวงตาที่ลุกเป็นไฟนั้น พลางเคลื่อนตัวไปด้านข้างอย่างเงียบๆ อารมณ์นี้เหมือนกับทุกครั้งที่ศิษย์พี่สามค้นหาสมบัติล้ำค่าเจอในห้องเก็บยาของเสี่ยวอู่ไม่มีผิด ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“น้องพี่...” น้ำเสียงคลุมเครือของขอทานน้อยดังขึ้น
“ไม่เป็นไรแล้ว พักผ่อนอีกสักสองสามวันก็หายดี” ซูเย่ว์มองขอทานคนพี่ที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมและซูบผอม พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“จริงหรือ น้องสาวข้าจะไม่ตายแล้วหรือ” ดวงตาของขอทานตัวน้อยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ นางไม่ตายแล้ว แต่ขาดสารอาหารมานาน ต้องบำรุงดูแลให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง”
แสงในดวงตาของขอทานตัวน้อยกลับหรี่ลงในทันที
ซูเย่ว์มองเขาอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
“แต่ข้าไม่มีเงิน…”
ขอทานตัวน้อยเงยหน้ามองซูเย่ว์ เมื่อครู่เขาได้ยินหมอเฒ่าเรียกคนตรงหน้าว่าคุณชายห้า ดังนั้นเด็กหนุ่มตรงนั้นคงจะเป็นเจ้านาย เขาจึงรีบคุกเข่าลงทันที “ได้โปรดช่วยน้องสาวของข้าด้วยเถิด”
“ข้าช่วยชีวิตนางไปแล้ว” ซูเย่ว์ตอบกลับเบาๆ
“ข้ารู้ ข้าหมายถึงท่านจะช่วยรับน้องสาวของข้าไว้ที่โรงหมอต่อไป จนกว่านางจะหายดีได้หรือไม่” ขอทานตัวน้อยพูดอย่างกังวลใจ “ข้ายอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่านก็ได้”
“ข้าไม่ต้องการวัวหรือม้า” ซูเย่ว์เก็บกล่องยาแล้วลุกยืนขึ้น
“จะให้ข้า...สับฟืนก็ได้ แบกน้ำก็ได้...ขะ ข้า...ข้าแข็งแรงมากนะ...” ขอทานตัวน้อยเริ่มมีเหงื่อผุดออกมากยิ่งขึ้น
“เช่นนั้นอยู่ในโรงหมอทำงานจิปาถะไปแล้วกัน ไม่มีเงินเดือน ทำงานแลกค่ายาครบเมื่อใดค่อยออกไป” ซูเย่ว์กล่าว
“ขอรับ ข้าจะทำงานจิปาถะทุกอย่างเอง” ขอทานตัวน้อยคุกเข่าลงบนพื้นและคำนับซู่เย่ว์อย่างมีความสุข
เสวียนเสี่ยวซื่อรีบพยุงตัวขอทานตัวน้อยขึ้นมา “เจ้าหนู เลิกคุกเข่าได้แล้ว รีบไปทำความสะอาดตนเองซะ หากคิดจะทำงานจิปาถะก็ควรทำความสะอาดตนเองให้ดีเสียก่อน”
หมอจังจึงกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง “ข้าจะช่วยจัดเตรียมให้” จากนั้นจึงพาเด็กชายเดินออกไปพร้อมกัน
ก่อนออกไปเขาหันกลับมามองซูเย่ว์ด้วยดวงตาสดใส “เจ้าคือคุณหนูสินะ วิชาแพทย์โดดเด่นเหนือผู้ใดจริงๆ”
ซูเย่ว์แตะจมูกตนเองเบาๆ เหตุใดชายชราคนนี้จึงทำตัวแปลกประหลาดเหลือเกิน
“หมอจัง ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวอู่เถิด” ซูเย่ว์กล่าวอย่างอึดอัด
“อ้อ ก็ได้ เสี่ยวอู่ เมื่อครู่เจ้ามอบยาอะไรให้กับเด็กหญิงคนนั้นหรือ”
“ยานั่นน่ะหรือ” ซูเย่ว์หยิบขวดยาออกมาอีกครั้ง “ข้าปรุงยาถอนพิษขึ้นมาเอง ใช้ได้ดีทีเดียว”
“เจ้าปรุง...ยาถอนพิษขึ้นมาเองหรือ” หมอจังอุทานออกมาเสียงดัง
“เอ่อ...ใช่…” ซูเย่ว์เองก็ตกใจกับปฏิกิริยาของเขาเช่นกัน
จากนั้นนางจึงเห็นสายตาที่จ้องมองมายังขวดยาในมือราวกับเปลวเพลิงลุกโชน พร้อมแผดเผาขวดให้เป็นรู นางจึงพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก “ท่าน...อยากได้หรือไม่”
พร้อมกับยื่นขวดยาในมือออกไป
“จริงหรือ... มอบให้ข้าจริงๆ หรือ” มือของหมอจังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น เขาเช็ดมือบนเสื้อผ้าสองสามครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปรับขวดยาด้วยความเคารพ
นี่คือยาถอนพิษราคาแสนแพงในท้องตลาด อาจกล่าวได้ว่าแม้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ หมอเทวดาเสวียนเพียงหยิบออกมาสองเม็ด ก็ทำให้ยุทธภพแทบนองเลือดแล้ว
“อืม ข้ามอบให้ท่าน เพียงแต่ยาในนี้เหลือสามเม็ด หากท่านไม่รังเกียจก็รับไปเถิด”
“สามเม็ด!” โอ้สวรรค์ ยังเหลืออีกตั้งสามเม็ด “ไม่รังเกียจ ไม่รังเกียจ ข้าจะรังเกียจได้อย่างไร”
ชายคนหนึ่งถือขวดยาเล็กๆ เดินออกไปตามทางอย่างมีความสุข
เสวียนเสี่ยวซื่อ : ตาเฒ่าคนนี้คงจะเสียสติไปแล้ว แค่ยาไม่กี่เม็ดเอง ทำไมถึงยิ้มกว้างขนาดนั้น
ซูเย่ว์ : รีบออกไปจากที่นี่เถิด ทำไมคนของศิษย์พี่สามถึงดูไม่ค่อยเต็มเต็งเช่นนี้ล่ะ
ขณะที่ทั้งสองกำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างจากไปอย่างไร ชายวัยกลางคนสวมชุดสีเขียวเข้มก็รีบเดินเข้ามา “เสี่ยวซื่อมาแล้วหรือ”
“โอ้ อาสวี ข้าเอง” เสวียนเสี่ยวซื่อรีบเข้าไปทักทาย
“ในที่สุดเจ้าก็ยอมมาเสียที หากยังไม่มาข้าจะ...” ผู้ดูแลสวีที่ถูกเรียกว่าอาสวีตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มรูปงามที่อยู่ถัดจากเสวียนเสี่ยวซื่อ ก่อนจะกลับมาตอบสนองอีกครั้ง “นี่คือ... ·เสี่ยวอู่สินะ อาสวีแทบจำเจ้าไม่ได้เสียแล้ว”
สวีเลี่ยงคือผู้ดูแลโรงหมอเทวดาและเป็นคนของเสวียนเสี่ยวซาน มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการของโรงหมอเทวดาในแคว้นต่างๆ เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปข้างนอก ส่วนเวลาที่เหลือจะประจำอยู่ที่โรงหมอเทวดาในเมืองไป๋อวิ๋น และมักจะขึ้นเขาไปส่งจดหมายแทนเสวียนเสี่ยวซานเป็นประจำ ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับซูเย่ว์ไม่น้อย