เกิดใหม่เป็นหนูน้อยนำโชคแห่งชนบท

เกิดใหม่เป็นหนูน้อยนำโชคแห่งชนบท: ตอนที่ 5 แยกบ้าน ตอนที่ 5

#5ตอนที่ 5 แยกบ้าน

ซูซานหลางเดินออกมาด้านนอก หยุดไปสักครู่จึงเดินเข้าไป

เขาคุกเข่าลงตรงหน้าพ่อเฒ่าซู แล้วอธิบาย

“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้จงใจต่อต้านท่านแม่ แต่เพราะแม่ของเจ้าหัวและเจ้าฉงกำลังตกอยู่ในอันตราย เลือดตกจนใกล้ตาย ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้ จ้าวซื่อคลอดลูกให้ข้าตั้งสี่คน ข้าเห็นนางตายไปต่อหน้าไม่ได้”

“ลูกเนรคุณ เสียแรงที่ข้าเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้เจ้าจนเติบใหญ่ หากรู้แต่แรกว่าเจ้าจะเนรคุณเช่นนี้ ข้าน่าจะจับเจ้ากดน้ำให้ตายไปเสียตั้งแต่แรก เพื่อคนนอกทำกับแม่ได้ขนาดนี้ เจ้าคนใจไม้ไส้ระกำ วันนี้เจ้าเนรคุณข้าได้ วันหน้าคงจะขึ้นมาขี้เยี่ยวบนหัวข้า ในเมื่อเจ้าไม่มีแม่คนนี้อยู่ในใจ เช่นนั้นข้าก็ไม่เอาลูกชายคนนี้แล้วเหมือนกัน พาครอบครัวเฮงซวยของเจ้าไสหัวออกไปซะ!”

หวังซื่อชี้หน้าซูซานหลางพร้อมก่นด่าอย่างหยาบคาย ไม่มีท่าทีหวาดกลัวซูซานหลางเหมือนเมื่อครู่สักนิด

เมื่อครู่นางอยู่บ้านคนเดียว เกิดซูซานหลางขัดขืนขึ้นมานางสู้ไม่ไหว แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน หัวหน้าครอบครัวอยู่ที่นี่ ต่อให้ซูซานหลางใจกล้าขนาดไหน ก็ไม่กล้าต่อต้านพ่อแท้ๆ

“น้องสาม เจ้าช่างเลอะเลือน เมียไม่มีแล้วค่อยหาใหม่ก็ได้ แต่แม่มีเพียงคนเดียวนะ”

หลี่ซื่อที่ยืนข้างกันใส่สีตีไข่ ระหว่างที่พูดประโยคนี้ ลืมไปจนหมดสิ้นว่าตัวเองก็เป็นลูกสะใภ้ที่แต่งเข้ามาเหมือนกัน

สีหน้าพ่อเฒ่าซูบึ้งตึง พร้อมเอ่ยถาม

“หมอว่าอย่างไรบ้าง?”

ซูซานหลางกัดฟันแน่น จนโหนกแก้มของเขานูนขึ้นมา

เขาเอ่ยอย่างยากเย็น

“หมออู๋บอกว่าร่างกายนางทรุดโทรมเกินไป ต่อไปมีลูกไม่ได้อีกแล้ว หากคลอดลูกอีกต้องตายแน่นอน จ้าวซื่อไม่ได้ทำผิดต่อข้า นางคลอดลูกให้ข้าสี่คน แต่ข้าซูซานหลางชะตาไม่ดีเอง ต่อไปข้าจะไม่ให้จ้าวซื่อคลอดลูกอีกแล้ว”

เมื่อซูซานหลางพูดจบ เขาเงยหน้ามองพ่อเฒ่าซูอย่างแน่วแน่

เขาวาดฝันว่าในแววตาพ่อเฒ่าซูจะมีความอ่อนโยนบ้าง แต่เขาผิดหวัง เพราะในสายตาพ่อเฒ่าซู มีเพียงความเย็นชา ในวินาทีนี้ ซูซานหลางเข้าใจแล้ว พ่อเขาไม่ต้องการเขาแล้ว

พ่อเฒ่าซูไม่พูด แต่หวังซื่อกลับเอ่ยเสียงเย็น

“จ้าวซื่อมันเป็นตัวซวย เจ้าต้องหย่ากับนาง ยัยเด็กนั่นก็เป็นตัวซวย พอเกิดมาก็ดวงกินคนอื่น โยนทิ้งเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ถึงจะดี หากเจ้าไม่เห็นด้วย ครอบครัวพวกเจ้าก็ไสหัวออกไปซะ”

พ่อเฒ่าซูหยุดไปสักครู่ ถึงได้เอ่ยกับซูซานหลาง

“ซานหลาง วันนี้เจ้าทำผิดมหันต์ พ่อกับแม่ทนเจ้าไม่ได้ สิ่งที่แม่เจ้าพูดได้ยินหรือไม่? หากเจ้าทำตามยังคงเป็นลูกชายคนที่สามของข้า แต่หากเจ้าไม่ยอม เช่นนั้นจงพาครอบครัวของเจ้าย้ายออกไปซะ”

จ้าวซื่อคลอดลูกไม่ได้แล้ว เท่ากับไร้ประโยชน์ บ้านสามมีลูกสี่คน แต่ไม่มีใครพึ่งพิงได้ เหมือนกับต้นกล้าที่ไม่ดีในไร่ ต้องถอนทิ้งตั้งแต่เนิ่นๆ โตมาจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อต้นกล้าที่ดี

หากสละบ้านสาม เขายังมีลูกชายอีกสองคน ลูกชายคนโตมีหลายชายสามคน ลูกชายคนรองมีหลานชายสองคน แต่ละครอบครัวต้องส่งหนึ่งคนไปเรียนหนังสือ บ้านสามถือเป็นตัวถ่วง จำเป็นต้องสละทิ้ง

เหมือนพ่อเฒ่าซูจะให้ทางเลือกแก่ซูซานหลาง ความจริงไม่มีที่ให้เขายืนแม้แต่น้อย

เพราะเขารู้ว่าซูซานหลางไม่มีทางหย่ากับจ้าวซื่อและไม่มีทางทิ้งลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งคลอด

ซูซานหลางเจ็บปวดหัวใจมาก เขากัดฟัน กัดรุนแรงจนฟันแทบแหลก จนกระทั่งเขาได้กลิ่นคาวเลือดในปากถึงได้รู้สึกตัว

เขาหันมองพ่อเฒ่าซู

“ได้ เช่นนั้นพ่อกับแม่จงแยกครอบครัวข้าออกไปอยู่เองเถอะ”

เมื่อซูซานหลางพูดจบ เขาก้มหัวลง แล้วโค้งตัวลงไปคำนับพ่อเฒ่าซูกับหวังซื่อเสียงดัง

เขาแค่หวังว่าการเจ็บตัวในครั้งนี้จะทำให้พ่อแม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ แบ่งสมบัติให้เขามากหน่อย

หวังซื่อเบี่ยงตัวหลบ พร้อมเยาะเย้ยเสียงเย็น

“อย่าคำนับอีกเลย ข้ารับไม่ไหวหรอกนะ”

พ่อเฒ่าซูเอ่ยเสียงเย็น

“แบ่งข้าวโพดให้เจ้าสองร้อยชั่ง ข้าวสารห้าสิบชั่ง หมูน้ำค้างสิบชั่ง ไก่สองตัว เจ้าพาครอบครัวเจ้าไปพักที่เรือนเก่าตรงหลังเขา ที่ดินสี่ไร่ตรงหลังเขายกให้เจ้า ส่วนผักเขียว แบ่งใบผักกาดเขียวให้เจ้าสามสิบชั่ง”

เมื่อพ่อเฒ่าซูพูดจบ ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดอีก ซูซานหลางรออยู่สักครู่ ถึงได้แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่พ่อแม่แบ่งให้เขา

เขามองพ่อเฒ่าซูอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาเอ่ยอย่างยากเย็น

“แล้วที่นาล่ะ?”

ครอบครัวมีที่ไร่ดีสิบไร่ มีที่นาดีสิบไร่ แต่พ่อของเขาไม่เคยคิดจะยกให้เขา

ในบ้านมีไก่ยี่สิบตัว มีเป็ดห้าตัว มีน้ำค้างมีอีกแปดเก้าชิ้น แต่ละชิ้นหนักสิบกว่าชั่ง ปีนี้ข้าวโพดให้ผลผลิตดี เก็บได้มากถึงสามพันกว่าชั่ง ผลเก็บเกี่ยวของข้าวสารก็ดี มีมากถึงพันชั่ง แต่กลับแบ่งให้เขาแค่ไก่สองตัว เนื้อสิบชั่ง ข้าวสารห้าสิบชั่ง ข้าวโพดสองร้อยชั่ง กับใบผักกาดเขียวอีกสามสิบชั่ง

ไม่ต้องพูดถึงว่าซูซานหลางจะเจ็บปวดแค่ไหน ในใจของพ่อกับแม่ลำเอียงถึงเพียงนี้เชียวหรือ

พ่อเฒ่าซูเอ่ยเสียงเย็น

“บ้านเจ้าไม่มีคนสืบสกุล ครอบครัวพี่ใหญ่พี่รองเจ้ามีคนมาก อีกอย่างเจ้าเฉิงกับเจ้าซุ่นต้องเรียนหนังสือ หากผลการเรียนดี ต้องเข้าไปสอบในเมืองที่บ้านยังต้องขายที่นาอีก วันนี้เจ้าอกตัญญู ข้าแบ่งให้เจ้าพวกนี้ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว หากเจ้ายังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ข้าคงต้องไปเชิญผู้ใหญ่บ้านให้มาเป็นพยาน ตัดชื่อเจ้าออกจากสาแหรกวงศ์ตระกูล ต่อไปข้าไม่มีลูกชายเช่นเจ้าอีก”

การที่พ่อเฒ่าซูพูดเช่นนี้ ถือว่าสละซูซานหลางแล้ว

จำนวนสิ่งของที่แบ่งได้ ครอบครัวซูซานหลางคนกินใช้ไม่พ้นฤดูหนาวแล้วรอจนฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น พ่อเฒ่าซูก็ยังยืนกรานจะทำเช่นนี้

พ่อเฒ่าซูพูดขนาดนี้แล้ว หากซูซานหลางยังพูดต่อไป เกิดต้องถูกตัดชื่ออกจากสาแหรกคงเลวร้ายกว่าเดิม

ในดวงตาเขาน้ำตาคลอเบ้า กัดฟันจนฟันแทบแหลก แล้วฝืนเค้นคำพูดออกมาว่าตกลง

เมื่อพ่อเฒ่าซูได้ยินซูซานหลางตอบตกลง สีหน้าบึ้งตึงจึงอ่อนลงเล็กน้อย

“ข้าวของในครัว แบ่งให้เจ้าเยอะหน่อย ต่อไปครอบครัวของเจ้าแยกไปใช้ชีวิตเอง จะดีหรือเลวก็ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่แล้ว ส่วนเรื่องดูแลพ่อกับแม่เจ้าก็ไม่ต้องยุ่ง”

หัวใจของซูซานหลางมีเลือดไหล แต่กลับต้องฝืนพูดออกไปอย่างสำนึกบุญคุณ

“ขอบคุณท่านพ่อ”

ซูซานหลางลุกขึ้น แล้วเดินกลับไปที่เรือนตัวเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก

หลี่ซื่อเห็นเรื่องราวเป็นเช่นนี้ สีหน้าอดยิ้มไม่ได้ จากนั้นชนซูต้าหลางเบาๆ

“ต้าหลาง น้องสามจะไปมีชีวิตที่ดีของตัวเองแล้ว เจ้ากับน้องรองไปช่วยหน่อยเถอะ ไปช่วยเขาขนของหน่อย”

ซูต้าหลางรู้สึกตัว รู้ว่าการแบ่งเช่นนี้ครอบครัวตัวเองได้เปรียบ จึงหัวเราะ

“ได้เลย”

ซูเอ้อหลางเองก็ตอบรับ

“สมควรช่วย”

ซูเอ้อหลางไม่ค่อยเสียใจเท่าใด เพราะเขาเองก็ได้ประโยชน์ เมื่อเติบใหญ่มีครอบครัว แม้จะยังไม่ได้แยกบ้าน แต่อย่างไรครอบครัวตัวเองก็ไม่เหมือนกัน

ครอบครัวน้องสามเหมือนตัวถ่วง เจ้าหวากับเจ้าฉงสมองมีปัญหา ไม่แน่วันหนึ่งอาจก่อเรื่องใหญ่ ซานเม่ยกับซื่อเม่ยล้วนเป็นหญิง โตมาก็ต้องออกเรือน เก็บไว้ที่บ้านก็เลี้ยงเสียข้าวสุก

ลูกชายเขากำลังจะเรียนหนังสือ เรียนหนังสือจะไม่ใช้จ่ายเงินได้อย่างไร เมื่อไม่มีบ้านสามเป็นตัวถ่วง จะไม่ใช่เรื่องดีได้อย่างไร

ด้วยความเป็นพี่น้อง ซูต้าหลางกับซูเอ้อหลาง ช่วยซูซานหลางขนย้ายสิ่งของที่พ่อเฒ่าซูแบ่งให้ซูซานหลางไปที่เรือนเก่าอย่างกระตือรือร้น

ระหว่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หลี่ซื่อแอบเข้าไปที่เรือนหลัง

devc-328016cf-32909เกิดใหม่เป็นหนูน้อยนำโชคแห่งชนบท: ตอนที่ 5 แยกบ้าน ตอนที่ 5