ข้ามกาลประสานรัก(จบ): ตอนที่ 1 ขายหน้าราชวงศ์นัก! ตอนที่ 1
“หา!”
แม่สื่อกรีดร้องอย่างตกใจท่ามกลางเสียงประทัดที่ดังขึ้นมาจากทั่วทุกสารทิศ “เจ้าสาว ปลุกไม่ตื่นแล้ว!”
แขกเหรื่อที่มาแสดงความยินดีหน้าจวนของอ๋องฉีต่างก็ตกอกตกใจ
"ตายแล้วหรือ?" ฝีเท้าของอ๋องฉีที่แต่งองค์ด้วยชุดมงคลทั้งร่างหยุดชะงัก นัยน์ตาเย็นชาทอประกายเย้ยหยัน “ยกกลับไปที่จวนมหาเสนาบดี อย่ามาทำให้ข้าเสียสายตา”
แขกเหรื่อพากันลดเสียงลงและกระซิบกระซาบกัน “ได้ยินว่าถึงแม้อ๋องฉีจะหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่ของจวนมหาเสนาบดีแต่เขากลับตกหลุมรักน้องสาวของนางตั้งแต่แรกพบ อีกทั้งยังเคยขอให้ไทเฮาพระราชทานงานอภิเษกให้ใหม่ถึงสองครั้ง แต่ไทเฮาทรงปฏิเสธ ถึงได้ยอมให้พวกนางสองคนเข้ามาอยู่ในจวน คุณหนูใหญ่ก็สมปรารถนาแล้ว ไฉนถึงได้ทำเรื่องเช่นนี้อีก”
เป็นครั้งแรกที่แม่สื่อได้เห็นความไม่ยุติธรรมเช่นนี้ นางเดินไปข้างหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ปลดผ้าแดงที่คลุมหน้าเจ้าสาวออกด้วยมือสั่นเทา แล้วจึงยื่นมือไปอังลมหายใจของเจ้าสาว
จู่ๆ เหลิ่งชิงฮวนที่ดูใกล้ตายในเกี้ยวมงคลก็เบิกตาโพลงขึ้นมา แม่สื่อตกใจมากจนถอยไปด้านหลังและล้มลงกับพื้น
“ยัง ยังไม่ตาย!”
เหลิ่งชิงฮวนขยับร่างกายที่ชาของเธอด้วยความยากลำบาก เจ็บจนเธอส่งเสียงร้องเบาๆ
ยังไม่ตาย? ที่นี่ที่ไหน?
จำได้ว่าสถาบันวิจัยไวรัสของเธอถูกพวกคนร้ายบุกเข้ามาเพื่อที่จะขโมยแหวนนาโนที่พวกเธอพัฒนาได้สำเร็จล่าสุด แหวนนาโนมีขนาดเท่าแหวนปกติทั่วไป แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยผลการวิจัยทั้งหมดของสถาบัน รวมถึงยาจำนวนมากที่ใช้ไม่มีวันหมด หากสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของคนร้าย สิ่งที่ตามมาคือหายนะ
เพื่อนร่วมงานของเธอปกป้องเธอไว้จนเธอสามารถนำแหวนนาโนหนีขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของสถาบันวิจัยไวรัสได้ แต่เมื่อถูกพวกคนร้ายไล่ล่ากดดัน หัวสมองของเธอก็เหมือนวูบดับไปแล้วเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
เธอก้มหน้าอย่างงุนงง ร่างของเธอกำลังสวมมงกุฎหงส์และเครื่องยศงดงาม อีกทั้งยังมีน้ำสีแดงๆ ไหลยาวเป็นทางออกไปด้านนอกเกี้ยว
สาวรับใช้ที่ไว้ผมแกละสองข้างรีบพรวดพราดเข้ามาเกาะหน้าต่างเกี้ยวดูก่อนจะร้องตะโกนน้ำหูน้ำตาไหลด้วยความตกใจ “ยังไม่ตาย คุณหนูของข้ายังไม่ตาย! ท่านอ๋องฉี ได้โปรดตามหมอมาช่วยคุณหนูของข้าด้วย”
คุณหนู? ท่านอ๋องฉี? นี่มันเรื่องอันใดกัน? เหลิ่งชิงฮวนตะลึงงัน เป็นไปได้ไหมว่าเธอยังไม่ตายแต่ทะลุมิติ? เกิดใหม่ชาติแรกยังไม่ทันได้เกิด จู่ๆก็ข้ามมาชาติที่สองเตรียมจะแต่งงานเลยรึไง
คิ้วเรียวยาวของมู่หรงฉีขมวดแน่น เขาหันกลับไปมองเกี้ยวด้วยสายตารังเกียจและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตามหมอมา”
หมอประจำจวนวิ่งออกมาอย่างเหนื่อยหอบพร้อมกล่องยาในมือ เขามุดตัวเข้าไปในเกี้ยวเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บ วางมือลงบนจุดชีพจรของเธอก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นไม่ดี เขาลุกขึ้นและกดเสียงลง “ท่านอ๋อง เชิญเสด็จทางนี้หน่อยขอรับ”
เหล่าแขกพากันมามุงล้อมรอบเกี้ยวอย่างหนาแน่นเพื่อรอดูเรื่องสนุก มู่หรงฉีจึงก้าวเข้าไปใกล้ประตูเกี้ยวก่อนจะยกริมฝีปากขึ้นแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “เป็นหรือตายก็ว่ามาตามตรง”
หมอพิจารณาคำพูดของเขาก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ “อาการบาดเจ็บไม่รุนแรงไกลหัวใจ แต่ว่า…ดูท่าพระชายาจะทรงตั้งครรภ์”
แม้ว่าเสียงจะเบาแต่เหลิ่งชิงฮวนที่อยู่ในเกี้ยวกลับได้ยินชัดเจน เธอเบิกตากว้าง นางเอกคนนี้เพิ่งจะอายุเท่าไรเอง? ประเพณีพื้นบ้านมีอารยะแบบนี้เหรอ?
เธอจับชีพจรตัวเองอย่างไม่มั่นใจ หัวใจของเธอเต้นรัวทันทีราวกับถูกม้าดีดใส่อย่างแรง
“ประเสริฐ!”
มู่หรงฉีเอ่ยคำว่าประเสริฐ ติดกันสองครั้งลมเย็นลอดผ่านไรฟันเขาออกมา เขาก้าวถอยไปด้านหลังก่อนจะเดินขึ้นมาข้างหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเข้ากระดูก “ท่านมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายสั่งสอนลูกสาวได้ดีเสียจริง!”
เหลิ่งชิงฮวนหายใจติดขัด เดิมทีเธอเสียเลือดมากเกินไปอีกทั้งยังวิงเวียน ตอนนี้เกิดอาการสมองขาดออกซิเจนจนแทบจะว่างเปล่า
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา
บุรุษที่เต็มไปด้วยไอสังหาร บุรุษที่หล่อเหลาผู้นี้คือสามีที่เธอหมั้นหมายไว้ด้วยนานแล้ว เขาคือองค์ชายรองคนปัจจุบัน เทพเจ้าแห่งสงครามในตำนานของราชวงศ์ฉางอัน อ๋องฉี!
ว่ากันว่าเขาตามติดท่านตาของเขา อันกั๋วกง ไปรบด้วยตั้งแต่เด็กๆ เขาเก่งเรื่องกลยุทธ์ทำให้ได้รับชัยชนะและประสบความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจ เขาเป็นแบบอย่างที่บุรุษหลายคนในฉางอันก็เทียบไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นสามีที่หญิงสาวต่างถวิลหา
เจ้าของร่างเดิมมีสัญญาหมั้นหมายกับเขามาตั้งนานแล้ว แต่น่าเสียดายที่เมื่อราวๆ หนึ่งเดือนก่อน เจ้าของร่างได้ไปถวายเครื่องหอมที่สำนักแม่ชี ระหว่างทางกลับบ้านก็เจอเข้ากับชายฉกรรจ์สวมหน้ากาก มันพรากเอาความบริสุทธิ์ของเธอไป ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็เพิ่งรู้ไม่นานนี้ว่าท้อง!
การสวมเขาให้กับเชื้อพระวงศ์นั้นไม่ใช่เรื่องน่าขบขันเลยสักนิด แต่หากไม่แต่งก็เป็นการขัดต่อราชโองการ ดังนั้นเจ้าของร่างเดิมที่หมดหนทางไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะตามมา เธอจึงเลือกที่จะจบทุกอย่างไว้ภายในเกี้ยวนี้
ไพ่ในมือที่เห็นชัดๆ อยู่แล้วว่าต้องพ่ายแพ้แบบนี้ ให้เธอมารับช่วงต่อก็ต่างกันแค่จะตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้นเอง
เหลิ่งชิงฮวนกรีดร้องเสียงดัง
“ปล่อย ปล่อยข้านะ!”
“ปล่อย? ข้าขอถามเจ้า จวนมหาเสนาบดีของเจ้าคิดว่าจวนอ๋องฉีของข้าเป็นอะไร? เหลิ่งชิงฮวน เจ้ารนหาที่ตายนักใช่ไหม? งั้นข้าก็จะทำให้เจ้าสมปรารถนา!”
เรี่ยวแรงของเหลิ่งชิงฮวนค่อยๆ หมด เธอพยายามคลานไปหามู่หรงฉี
สายตาของมู่หรงฉีขรึมลง เขาถอยหลังหนึ่งก้าว เหลิ่งชิงฮวนที่อ่อนแอปวกเปียกอยู่เดิม
เมื่อไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง
“คุณหนู” โตวโตว สาวรับใช้รีบเข้ามาพยุง แม้ว่าเธอจะตัวสั่นด้วยความกลัวแต่ก็ยังปกป้องคุณหนูของเธอไว้ด้านหลัง “ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต คุณหนูของข้าบาดเจ็บหนักเช่นนี้ ท่านอาจทำให้นางตายได้นะเจ้าคะ”
มู่หรงฉีก้าวเข้ามาใกล้เธอ ความโกรธถาโถมไปทั่วใบหน้าคม “ถึงตายก็ยังไม่สาสม”
เหลิ่งชิงฮวนกลั้นลมหายใจจนไอออกมาอย่างรุนแรง บาดแผลที่หน้าอกจึงมีเลือดไหลออกมามากกว่าเดิม
“ท่านอ๋อง!”
เหลิ่งชิงหลาง คุณหนูรองของจวนมหาเสนาบดีรีบวิ่งแหวกฝูงชนออกมาภายใต้การช่วยพยุงของหญิงชรา เธอรีบดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่ดูน่ารัก ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้ามู่หรงฉีราวกับต้นสนลู่ลม
“ทั้งหมดเป็นเพราะชิงหลางไม่ดี ไม่ควรเชื่อฟังพี่สาวแล้วแต่งงานกับท่านอ๋อง พี่สาวหม่อมฉันนิสัยหุนหันถึงได้ทำการเช่นนี้ ท่านอ๋องต้องการตำหนิโทษ ชิงหลางก็ยินดีที่จะรับโทษแทนนาง”
คำพูดที่ดูขอร้องนี้เหมือนเป็นการประณามเหลิ่งชิงฮวนที่ต้องการจะจบทุกอย่าง
ฝูงชนต่างพากันถกเถียงขึ้นมาทันที “แม้แต่กับน้องสาวยังยอมไม่ได้ เห็นได้ชัดว่านางน่ะขี้อิจฉา ไร้คุณธรรม มิน่าล่ะท่านอ๋องฉีถึงไม่อยากแต่งกับนาง”
“ใช่ๆ คุณหนูรองกล้ำกลืนฝืนทนขนาดนี้ แต่ตอนอยู่ในจวนมหาเสนาบดีคุณหนูใหญ่กลับหยิ่งผยองนัก!”
ดวงตาที่เข้มลึกราวกับน้ำหมึกของมู่หรงฉีอ่อนลงมากเมื่อเห็นเหลิ่งชิงหลาง เขายื่นมือเรียวยาวไปหาเธอ "นางฆ่าตัวตายเองเกี่ยวอันใดกับเจ้า? ที่นี่ไม่ใช่จวนมหาเสนาบดี เจ้าไม่ต้องมาขอความเมตตาเช่นนี้"
เหลิ่งชิงหลางเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคลอไปด้วยน้ำสีใส เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย วางมือที่อ่อนแอเหมือนไร้กระดูกลงบนฝ่ามือของเขา “ท่านอ๋องกับพี่สาวมีพระราชโองการอภิเษกกันก่อน ดังนั้นนางจึงไม่อยากให้หม่อมฉันแต่งเข้ามาในจวน ท่านอ๋องได้โปรดเมตตาส่งหม่อมฉันกลับไปที่จวนมหาเสนาบดีเถอะนะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ของเราสองพี่น้อง”
มู่หรงฉีพยุงนางขึ้นมาก่อนจะตะคอก "เหลวไหล หรือว่าข้าจะต้องขออนุญาตนางก่อนจะตั้งชายารองได้อย่างนั้นหรือ? นางใช้วิธีนี้มาจับข้าไว้ คนที่สมควรไปคือนาง! ทหาร พานางคนนี้กลับไปที่จวนมหาเสนาบดี ให้ท่านมหาเสนาบดีอบรมนางเสียหน่อย"
ทันทีที่เขาพูดก็เกิดความโกลาหลขึ้น
วันงานแต่งก็โดนทิ้งเสียแล้ว คุณหนูใหญ่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี กล้าล่วงเกินแม้กระทั่งอ๋องฉี ช่างแกว่งเท้าหาเสี้ยนจริงๆ
สาวรับใช้โตวโตวร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก แต่เหลิ่งชิงฮวนกลับมีท่าทีสงบนิ่ง
กลยุทธ์ที่ดีคือรู้จักรุกรู้จักถอย คนที่ถูกบีบบังคับให้ลุกขึ้นมาสู้ย่อมได้รับชัยชนะ! ดูเหมือนนางน้องสาวต่างมารดาคนนี้จะไม่ใช่ตัวละครธรรมดา ไม่แปลกใจที่นางจะสามารถเบียดตัวละครหลักแล้วขึ้นมาแทนที่ได้
เหลิ่งชิงฮวนไม่ตอบโต้อะไรเพราะอย่างไรเสียเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อะไรอยู่แล้ว มู่หรงฉีก็เพียงแค่รักษาหน้าให้กับจวนมหาเสนาบดีโดยไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น หากยังหน้าด้านอยู่ตรงนี้ต่อไป เกรงว่าจะเป็นการนำความอับอายมาสู่ตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย
เธอลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก “โตวโตว ไปกันเถอะ”
เหลิ่งชิงหลางหลุบตาลงเก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้
มู่หรงฉีเอ่ยเสียงเย็น “ถือว่าเจ้ารู้จักเอาตัวรอด!”