ข้ามกาลประสานรัก(จบ)

ข้ามกาลประสานรัก(จบ): ตอนที่ 9 ข้าไม่กลัวคนที่พูดอะไรพล่อยๆ หรอก ตอนที่ 9

#9ตอนที่ 9 ข้าไม่กลัวคนที่พูดอะไรพล่อยๆ หรอก

ภายใต้คำแนะนำของคนรับใช้ เหลิ่งชิงฮวนพาโตวโตวมายังลานหลัก บนประตูมีแผ่นป้ายสีดำที่สลักไว้ด้วยตัวอักษรสีทอง ‘เรือนฉาวเทียน’ ซึ่งนำมาจาก ‘หม่านเจียงหง’ ของเย่ว์เฟย ตัวอักษรมีทั้งความแข็งแกร่งและนุ่มนวล หรูหราและโอ่อ่า แต่ก็เหมาะสมกับท่าทางและจิตใจของเทพสงครามอย่างท่านอ๋อง

ที่ลานไม่มียามคอยคุ้มกัน หลังจากเข้าไปภายในลานอย่างเงียบๆ ก็เห็นว่าประตูใหญ่เปิดออกอยู่และมีเสียงหัวเราะดังออกมาจากทางหน้าต่าง

“วันนี้คุณหนูงดงามมากเลยเจ้าค่ะ งดงามยิ่งกว่าดอกโบตั๋นบนโต๊ะนี้เสียอีก เหลิ่งชิงฮวนเป็นแค่คนบ้านนอกเซ่อซ่าก็เท่านั้น ไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้คุณหนูด้วยซ้ำ แต่ท่านอ๋องช่างมีวิสัยทัศน์ยิ่งนัก อีกเดี๋ยวถ้าท่านกลับมาและได้เห็นคุณหนู จะต้องชอบคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ”

“ช่างพูดมากเสียจริง ที่บอกให้เจ้าไปแจ้งครัวเล็กให้เตรียมเหล้านารีแดง เจ้าเพิ่มบ๊วยต้มเข้าไปหรือยัง”

“คุณหนู ไม่ใช่สิ ควรจะเป็นพระชายามากกว่า พระชายาวางใจได้เลยเจ้าค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเหล้าบ๊วย แม้แต่กับแกล้มต่างๆ ครัวเล็กก็จัดเตรียมให้เป็นแบบที่ท่านอ๋องชอบ รอให้ท่านอ๋องกลับจวนก็สามารถยกไปได้เลยทันที พระชายาไปดื่มเป็นเพื่อนท่านอ๋อง แลกแก้วร่วมสาบาน”

“นังเด็กไร้ยางอาย อย่าลืมเตรียมเงินรางวัลสำหรับพรุ่งนี้เช้าด้วยล่ะ”

แค่ได้ยินเสียงก็รู้แล้วว่าเป็นใคร

รีบร้อนขนาดนี้ กะว่าวันนี้จะอยู่ที่ลานหลักล่อลวงชายหนุ่มจนได้เป็นนายหญิงเลยหรืออย่างไร จะมาทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม? ความจริงแล้วตั้งใจจะเข้าวังเพื่อจะเข้ามาเป็นนายหญิงของจวนท่านอ๋องเสียมากกว่า

เหลิ่งชิงฮวนเดินเข้ามาพร้อมกับคำพูดเหน็บแนม เหลิ่งชิงหลางเอนกายอยู่บนเตียงแกะสลักด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสดใสและแกว่งพู่ระย้าไปมาอย่างเย้ายวน หลังจากเห็นเหลิ่งชิงฮวนเดินเข้ามา เธอก็ลุกขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“เหลิ่งชิงฮวน? ท่านพี่กลับมาแล้วหรือ”

“เกรงว่าคงจะทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว ท่านอ๋องกับข้ายังไม่ได้เลิกรากันไป ความฝันอันงดงามของเจ้าอาจจะยังเร็วไป

เหลิ่งชิงหลางลุกขึ้นนั่ง ในดวงตาปรากฏความอิจฉาและแค้นใจ เธอเหน็บแนม “ตอนนี้ท่านอ๋องยังไม่ได้ทิ้งเจ้าไปแล้วจะอย่างไรเล่า ท่านอ๋องจะยอมให้หญิงสกปรกเฉกเช่นเจ้าไปนอนบนเตียงของท่านได้อย่างไร ห้องเก็บของสิถึงจะเหมาะกับเจ้า ถ้าข้าอยากจะเข้ามาอยู่ที่นี่ แค่พูดประโยคเดียวก็สามารถเข้ามาอยู่ได้แล้ว”

“ถ้าเจ้ามีความสามารถขนาดนั้น ทำไมตอนนั้นถึงไม่ให้ท่านอ๋องมอบตำแหน่งพระชายาเอกให้เจ้าเลยล่ะ”

“เจ้า!” เหลิ่งชิงหลางชี้ไปที่หน้าของเธอด้วยสีหน้าโกรธเคือง “ถ้าไม่ใช่เพราะมีนังชั่วช้าเช่นเจ้ามาแย่งตำแหน่งบุตรีฮูหยินเอกของข้าไปละก็ เจ้าจะได้เป็นชายาเอกได้อย่างไร”

เหลิ่งชิงฮวนไม่อยากที่จะต่อล้อต่อเถียงเรื่องบุญคุณความแค้นของคนรุ่นก่อนกับเธอ ถึงอย่างไรก็คงจะเป็นการสีซอให้ควายฟังเสียเปล่าๆ

“เหลิ่งชิงหลาง อยู่ในจวนมหาเสนาบดีเจ้าจะโอ้อวดอย่างไรก็ได้ แต่ที่นี่คือจวนอ๋องฉี เจ้าเป็นแค่ชายารองเท่านั้น เจ้าควรจะรู้กฎของการเป็นอนุภรรยา ถ้าเจ้ายังเป็นบ้าเป็นหลังเช่นนี้อีก อย่าหาว่าพระชายาเอกอย่างข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน”

เหลิ่งชิงหลางตะลึงกับท่าทางของเธอเมื่อสักครู่นี้ สักพักก็ได้สติขึ้นมา เธอก็หัวเราะจนตัวสั่นเทา “เหลิ่งชิงฮวน เจ้าเห็นตัวเองเป็นต้นหอมที่ทุกคนจะต้องใส่เข้าไปในเครื่องจิ้มหรือ เจ้าทำตัวผิดประเวณี สำส่อนไปทั่ว อย่ามาพูดให้คำว่าพระชายาเอกแปดเปื้อนหน่อยเลย”

เหลิ่งชิงฮวนไม่มีท่าทีของความร้อนใจ “เจ้าจะพูดให้ดังขึ้นอีกก็ได้นะ ทำให้รู้กันไปทั้งจวนเลยยิ่งดี พอถึงตอนที่ท่านอ๋องเสียเกียรติ ความผิดคงไม่ได้มาตกอยู่ที่ข้าหรอก...

...แต่ถ้าเรื่องแดงมาถึงข้า แค่ข้ายืนยันว่าชายฉกรรจ์คือท่านอ๋อง ถ้าเขาเปลี่ยนใจมาเล่นกับข้าและทิ้งข้าไป ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้าพูดเรื่องสำนักแม่ชีออกมา อย่างมากก็เสียกันทั้งคู่ ข้าไม่กลัวแม้แต่ความตายแล้วข้ายังต้องกลัวอะไรอีก”

คำพูดเหล่านั้นถูกพูดออกมาอย่างสบายๆ แต่ทุกๆ คำกลับมีพลัง เหลิ่งชิงหลางเข้าใจดีว่าตอนนี้เหลิ่งชิงฮวนเป็นราวกับสัตว์ที่ต่อสู้อยู่ในกรง และถูกบีบจนแทบไร้หนทาง ถ้าเธอบีบเธอเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง เหลิ่งชิงฮวนอาจจะทำเรื่องที่ทำให้สูญเสียกันทั้งสองฝ่ายก็เป็นได้

เธอไม่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและไม่เกรงกลัวสิ่งใด แต่ในใจของเธอก็ยังคำนึงถึงจิตใจบริสุทธิ์ไร้มลทินของมู่หรงฉีอยู่เสมอ ก่อนที่เธอจะคว้าหัวใจของชายหนุ่มคนนี้ได้ เธอต้องห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด

แน่นอนว่าเธอไม่พอใจที่ต้องทำตัวโอนอ่อนต่อหน้าเหลิ่งชิงฮวน เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้ากำลังขอให้ข้าเก็บความลับให้อยู่นะ ยังจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนอีกหรือ เห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ข้าจะไว้หน้าเจ้าในฐานะน้องก็แล้วกัน เรื่องนี้เงียบเอาไว้ก่อน”

เหลิ่งชิงฮวนยิ้มเย้ยหยันและมองด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าผิดแล้ว เหลิ่งชิงหลาง ข้าแค่จะเตือนเจ้าไว้ก็เท่านั้น ก่อนที่ข้าจะออกจากจวนอ๋องฉีไป เจ้าน่าจะเก็บหางของเจ้าไว้ให้ดีและทำตัวเป็นคนให้มากที่สุด อย่ามาหาเรื่องข้าอีก ข้าไม่กลัวคนที่พูดอะไรพล่อยๆ หรอก”

เห็นชัดๆ ว่าเป็นเหลิ่งชิงฮวนคนเดิม รูปร่างหน้าตาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่ไอเย็นที่ออกมาจากร่างกายของเธอก็แทรกซึมเข้าไปในอวัยวะทุกส่วนของเธอ ทั้งอวัยวะภายในตันทั้ง5 และอวัยวะกลวงทั้ง6 จนทำให้เหลิ่งชิงหลางรู้สึกปากสั่นและขนลุกขึ้นมา

เวลานั้น เธอยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง ท่าทางโอ้อวดของเธอเมื่อสักครู่นี้หายไปจนเกือบหมด

เหลิ่งชิงฮวนหันไปออกคำสั่งกับโตวโตว “นำผ้าห่มผ้านอนทั้งหมดที่พระชายารองสัมผัสไปเผาซะ”

เหลิ่งชิงหลางได้สติกลับมา “เจ้ากล้าเหยียดหยามข้างั้นหรือ”

เหลิ่งชิงฮวนพยักหน้าอย่างใจเย็น “ใช่ ข้ากำลังเหยียดหยามเจ้าอยู่ เจ้าจะไปฟ้องท่านอ๋องก็ได้ อธิบายให้เขาฟังว่าทำไมเจ้าถึงต้องมานอนบนเตียงสมรสของข้าด้วย”

เหลิ่งชิงหลางพูดอะไรไม่ออกทันที เธออดกลั้นความโกรธเอาไว้จนหน้าแดงก่ำ เธอกัดฟันและพูดออกมาสามคำ “เจ้าจำไว้! ท่านอ๋องต้องให้ข้าเป็นพระชายาเอกแน่นอน!”

จากนั้นเธอก็เดินออกไปอย่างโกรธเคืองพร้อมกับสาวใช้

โตวโตวก้าวไปด้านหน้าเพื่อนำผ้าปูเตียง หมอนและของต่างๆ ออกไปอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างลำบากใจ “งั้นคืนนี้คุณหนูจะนอนอย่างไรหรือเจ้าคะ”

“สินเดิมที่ข้านำมามีเครื่องนอนเยอะมาก เปลี่ยนวันละผืนให้ครบหนึ่งเดือนก็ได้ จะต้องทุกข์ใจว่าจะนอนอย่างไรอีกหรือ”

“แต่บ่าวไม่เคยเห็นสินเดิมพวกนั้นเลย ทั้งหมดคงจะถูกคุณหนูรองยึดไปหมดแล้ว ถึงอย่างไรทรัพย์สินต่างๆ ก็ไม่น้อยเลย ไหนจะทองคำและเงินแท้ที่ไม่มีใครกล้าแตะอีก”

จุดนี้เหลิ่งชิงฮวนคิดไม่ถึงจริงๆ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันยังมีชีวิตอยู่เลย มารยาทจะแย่เกินไปแล้ว ต้องคิดหาวิธีให้ยอมคายความลับออกมา จะได้หาวิธีจัดซื้อจวน หลังจากนี้จะได้เป็นที่พักพิงให้เจ้ากับข้า”

โตวโตวลังเลว่าจะพูดออกมาดีหรือไม่อยู่หลายครั้ง และสุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา “คุณหนูเจ้าคะ เมื่อวานตอนที่คุณหนูเป็นลมไปและคุณหนูรองก็ถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อของคุณหนูออก บ่าวเห็นว่าสัญลักษณ์บัวแดงแห่งความบริสุทธิ์ของคุณหนูไม่อยู่แล้ว”

เหลิ่งชิงฮวนเม้มปาก “ที่เหลิ่งชิงหลางพูดทั้งหมดเป็นความจริง”

แม้ว่าโตวโตวจะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่ก็ยังคงตัวสั่นและแทบจะล้มลงกับพื้น “เป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ บ่าวไม่เคยห่างจากคุณหนูแม้แต่ก้าวเดียว และคุณหนูก็ประพฤติตัวดีมาตลอด ไม่พูดคุยกับชายอื่นแม้แต่ประโยคเดียว”

“ครั้งที่แล้วที่แม่หวังไปกราบไหว้บูชาที่สำนักแม่ชีหนานชานเป็นเพื่อนข้าและได้นอนค้างคืนกับเหลิ่งชิงหลาง จินอี๋เหนียง พวกเขาทำอะไรบางอย่างกับไม้จันทน์หอม พร้อมกับให้ชายหนุ่มเข้ามาภายในสำนักแม่ชี และ...” เหลิ่งชิงฮวนหยุดพูดและเหลือบไปมองใบหน้าซีดเผือดของโตวโตว และพูดต่อไปราวกับยิงเขวี้ยงระเบิดไปอย่างโหดเหี้ยม “และข้าก็กำลังตั้งครรภ์อยู่”

โตวโตวถอยหลังไปสองก้าว ครั้งนี้แม้แต่ริมฝีปากของเธอก็ซีดเผือดเช่นกัน เธอขมวดคิ้วทำหน้าราวกับจะร้องไห้ออกมา “ปะ เป็นไปได้อย่างไร”

เหลิ่งชิงฮวนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ความจริงก็เป็นเช่นนี้แหละ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ดังนั้นเจ้าอย่าคิดอะไรลมๆ แล้งๆ อีก ความเป็นไปได้ที่ข้ากับอ๋องฉีจะได้คืนดีกัน ถ้ากลับไปอยู่กับจินอี๋เหนียงที่จวนมหาเสนาบดีก็ไม่มีผลดีอะไร ถ้าเจ้ายินดีที่จะติดตามข้าไป ข้าจะจัดการเส้นทางของเราสองคนให้เร็วที่สุด หรือไม่อย่างนั้นเจ้าก็กลับไปที่จวนมหาเสนาบดีคนเดียว แต่เหลิ่งชิงหลางจิตใจหยาบช้า คงไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ”

โตวโตวส่ายหัวอย่างแน่วแน่ “บ่าวจะติดตามคุณหนูไปตลอดชีวิตเลยเจ้าค่ะ บ่าวเพียงแค่เจ็บปวดใจแทนคุณหนูก็เท่านั้น คุณหนูรองทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้อย่างไรกัน”

“หลังจากนี้พวกเราจะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ดังนั้นข้าจะไม่ปิดบังอะไรกับเจ้าเลย และเจ้าก็ไม่ต้องรู้สึกว่าเจ้าด้อยกว่าเลย พวกเราไม่เคยไปทำอะไรให้ใคร ต่อไปนี้ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอ ส่วนเรื่องความแค้นนี้ ขอแค่ข้า เหลิ่งชิงฮวนยังอยู่ จะต้องทวงความยุติธรรมกลับมาให้ตัวเองอย่างแน่นอน”

เพราะชีวิตนี้ เจ้าของเดิมได้พลันสลายไปแล้ว ตัวเองได้ยืมร่างกายของเธอ จะไม่ยอมให้อภัยเหลิ่งชิงหลางกับแม่ของนางไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

นายหญิงและสาวรับใช้พูดคุยกันอย่างจริงใจจนเหลิ่งชิงฮวนหมดแรง เธอเอนกายลงบนเตียงนุ่มๆ และค่อยๆ ผล็อยหลับไป

โตวโตวถอยออกมาอย่างรู้งาน เพื่อให้เธอได้พักผ่อน จากนั้นก็เข้าไปในห้องครัวเพื่อไปเอาน้ำร้อนและโจ๊ก

เหลิ่งชิงฮวนรู้ว่าตอนนี้มู่หรงฉีไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก เหลิ่งชิงหลางจ้องมองมาด้วยความโกรธแค้นแบบไม่สามารถทำให้มันหายไปได้ อีกเดี๋ยวตัวเองจะต้องเจอกับมรสุมใหญ่ที่กำลังจะเข้ามา จะต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม

ไม่รู้เลยว่าความอันตรายกับวันพรุ่งนี้ อะไรจะมาถึงก่อนกัน

devc-10ddca78-32951ข้ามกาลประสานรัก(จบ): ตอนที่ 9 ข้าไม่กลัวคนที่พูดอะไรพล่อยๆ หรอก ตอนที่ 9