นับแต่นี้ไป วิถีไร้รักคือวิถีของข้า: ตอนที่ 8 ไม่เหมือนกัน ตอนที่ 8
ขี่หลังเสือลงยาก
เย่ฉงซินเริ่มรู้สึกเสียใจ เมื่อวานไม่ควรให้อวี๋จาวขอโทษต่อหน้าคนอื่น วันนี้ไม่ต่างอะไรกับการย่างนางบนไฟ ภายในใจรู้สึกตำหนิฟางเฉิงหล่างที่รับปากเรื่องนี้
"หือ"
อวี๋จาวส่งเสียงหือเบา ๆ
เสียงไม่ดัง
แต่กลับแฝงไปด้วยความกดดันอย่างแปลกประหลาด
กลุ่มคนเริ่มเกิดความโกลาหล
ทุกคนต่างเฝ้ารอปฏิกิริยาของเย่ฉงซิน
เย่ฉงซินได้แต่กัดฟันรับขลุ่ยจื่ออวิ๋นที่อวี๋จาวยื่นมาเอาไว้ "ขอบคุณศิษย์พี่"
"ตูม"
ความโกรธเคืองที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นพุ่งทะลักออกมา
หลานจืออวี๋ทั้งตะลึงทั้งโมโห ดวงตามีสีแดงเล็กน้อย
"อวี๋...จาว..."
ลูกศิษย์ที่อยู่โดยรอบตกใจอย่างแรง ต่างพากันขยับถอยหลัง ด้วยสีหน้าหวาดผวา
เย่ฉงซินถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
เนื่องจากสีหน้าท่าทางในตอนนี้ของหลานจืออวี๋นั้นมันน่ากลัวเกินไป แม้แต่นางยังอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว
"จืออวี๋ ใจเย็น ๆ ก่อน"
ฟางเฉิงหล่างเดินเข้าไปขวางอยู่ด้านหน้าอวี๋จาว เขาตบแขนหลานจืออวี๋เพื่อปลอบโยน
วินาทีต่อมา
เขาชะงักงัน
แขนทั้งสองของหลานจืออวี๋กำลังสั่นสะท้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟางเฉิงหล่างตระหนักได้ว่า หลานจืออวี๋มิได้รังเกียจอวี๋จาวอย่างที่เขาแสดงออกมา
"ข้าขอโทษไปแล้ว ของขวัญแทนคำขอโทษก็มอบให้ไปแล้ว เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนทุกคนแล้ว"
อวี๋จาวประสานมือแบบส่งเดช แล้วเดินจากไป ทิ้งทุกคนที่ตกตะลึงเอาไว้ด้านหลัง
"นาง นางจากไปแบบนี้เลยหรือ"
ใครบางคนพึมพำด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เมื่อก่อนหลานจืออวี๋เพียงแค่ขมวดคิ้ว อวี๋จาวก็จะวนเวียนอยู่รอบตัวเขาอย่างกังวล
วันนี้กลับไม่แม้แต่จะถามสักคำ ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไรอย่างนั้น
หรือว่า...นางบ้าไปแล้ว
สีหน้าท่าทางของหลานจืออวี๋เหม่อลอยเล็กน้อย
จากไปแล้วหรือ
นี่อวี๋จาวจากไปแล้วหรือ
มิได้เอ่ยขอโทษ
มิได้กล่าวอธิบาย
จากไปอย่างดื้อ ๆ เช่นนี้
ความประหลาดใจเกิดขึ้นเป็นเวลาสั้น ๆ จากนั้นความเดือดดาลอย่างล้นฟ้าก็เข้ามาแทน
"ดี ดีมาก"
ความโกรธกระแทกอยู่ในอกไม่หยุด หลานจืออวี๋กัดฟันกรอด
"จืออวี๋ เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน ตอนนี้สถานการณ์ของเจ้าไม่ปกติเลย"
ฟางเฉิงหล่างปวดสมองยิ่งนัก
เดิมคิดว่าความขัดแย้งระหว่างศิษย์น้องหกกับศิษย์น้องเล็กคลี่คลายลงแล้ว ทุกคนจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ แต่ศิษย์น้องรองและศิษย์น้องหกกลับมีความขัดแย้งกันขึ้นมาอีกเสียอย่างนั้น
หลานจืออวี๋ดวงตาแดงก่ำ "เขาใจเย็นมาก"
ฟางเฉิงหล่างทอดถอนใจ เขายิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วหันไปมองเย่ฉงซิน "ศิษย์น้องเล็ก เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะคุยกับศิษย์พี่รองของเจ้าหน่อย"
เย่ฉงซินเหลือบมองหลานจืออวี๋ นางพยักหน้าอย่างรู้สถานการณ์ ไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องขลุ่ยจื่ออวิ๋นเลย และจากไปอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าลูกศิษย์คนอื่น ๆ จะอยากอยู่ดูเรื่องสนุกของยอดเขาตู๋เยว่ แต่ก็ไม่กล้าทำอย่างโจ่งแจ้ง จึงจากไปอย่างไม่เต็มใจ
ฟางเฉิงหล่างกล่าวกับหลานจืออวี๋ด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตามข้ามา"
เซียนชิงเหยี่ยนปิดด่านบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งปี ฟางเฉิงหล่างมีสถานะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ จึงค่อนข้างมีอำนาจบารมี แม้ว่าในใจของหลานจืออวี๋จะมีความไม่เต็มใจอยู่มากมายแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าที่จะคัดคำสั่ง
ทั้งสองหาสถานที่เงียบสงบบนยอดเขาตู๋เยว่
"จืออวี๋ วันนี้เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้ว" ฟางเฉิงหล่างมีท่าทางเข้มงวด
หากไม่ใช่เพราะมีเขาอยู่ ยอดเขาตู๋เยว่คงกลายเป็นตัวตลกของนิกายเต๋าทั้งห้า
"ศิษย์พี่ใหญ่ เป็นอวี๋จาวที่ทำให้ข้าอับอายก่อน นับแต่นี้ไปข้ากับนางไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันอีก" หลานจืออวี๋มีสีหน้ามืดมน
"เหลวไหล" ฟางเฉิงหล่างตวาดเสียงดุ "ศิษย์น้องหกทำให้เจ้าอับอายอย่างไร"
"นางเอาของของข้าไปมอบให้คนอื่น"
แค่หลานจืออวี๋นึกถึงภาพเหตุการณ์ในเมื่อสักครู่ ก็รู้สึกว่าไฟโมโหในอกได้ลุกลามไปทั่วร่าง ดังจะแผดเผาร่างและวิญญาณของเขาจนหมดสิ้น
"นั่นไม่ใช่คนอื่น นั่นคือศิษย์น้องเล็กของเจ้า คือเย่ฉงซิน เจ้าสนิทกับศิษย์น้องเล็กมาตลอดมิใช่หรือ เหตุใดถึงรับไม่ได้เล่า"
หลานจืออวี๋ชะงัก ความงงงันแวบผ่านไปในดวงตา "นั่น นั่นมันไม่เหมือนกัน..."
"มันไม่เหมือนกันตรงไหน ศิษย์น้องหกกับศิษย์น้องเล็กต่างก็เป็นศิษย์น้องของเจ้า มันแตกต่างกันตรงไหนหรือ" ฟางเฉิงหล่างคะยั้นคะยอ
"นาง ข้า..." หลานจืออวี๋พูดไม่ออก สุดท้ายก็กัดฟัน "มันไม่เหมือนกัน"