คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ
ตอนก่อนหน้า
1 / 840

คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ: ตอนที่ 1 ตอนที่ 1

#1ตอนที่ 1

ปลายคิมหันต์ฤดูเดือนเจ็ด

ตัวซวยอันดับหนึ่งของหมู่บ้านลู่เอ๋อร์ จ้าวจิ่นเอ๋อร์ ในที่สุดก็จะได้ออกเรือนแล้ว

แม้ว่าจะบอกว่าเป็นการแต่งงาน แต่แท้จริงแล้วคือถูกขาย จ้าวจิ่นเอ๋อร์ก็รู้เหตุผลที่ตนถูกขายดี เพราะโชคชะตาของนางแย่มากจริงๆ

อาภัพมารดาตั้งแต่เกิด ซ้ำยังอาภัพบิดาตอนแปดขวบ ส่วนอาก็ดันมาประสบอุบัติเหตุขาหักหลังรับเลี้ยงนางได้ไม่ถึงครึ่งปี

กว่าจะเลี้ยงดูจนถึงอายุสิบสี่ปี ครอบครัวกลับยิ่งจนลงทุกปีๆ

ในขณะที่ข้าวสารใกล้จะไม่พอกรอกหม้อ ก็มีแม่สื่อจากตำบลมาสู่ขอด้วยเงินแปดตำลึง

ผู้เป็นอาสะใภ้ตอบตกลงอย่างไม่รอช้า และส่งนางขึ้นเกี้ยวด้วยตัวเอง

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ไม่โกรธนาง เพราะรู้ดีว่าโชคชะตาของตนแย่มากจริง ๆ ทว่าในใจลึก ๆ ก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้

ระหว่างทางไปหมู่บ้านเสี่ยวก่าง มีแม่น้ำสายหนึ่ง

และต้องนั่งแพไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำไป

ตอนนางขึ้นแพไม้ไผ่ ความซวยก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะนางเผลอเหยียบพลาด

ในขณะที่นางกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ฝูงปลาหลีฮื้อหลากสีก็ได้ล้อมรอบนางไว้

“เอ๊ะ นั่นปลาหลีฮื้อนำโชคตัวที่กระโดดได้สูงที่สุดในหมู่บ้านเรามิใช่หรือ”

“ได้ยินมาว่านางทำผิดหลังผ่านประตูมังกรไปแล้ว จึงถูกลงโทษให้กลับมาเกิดใหม่”

“มิน่าเล่า เจ้าดูกลุ่มพลังดำขลับที่หว่างคิ้วของนางสิ แค่ดูก็รู้ว่าเป็นโหงวเฮ้งของคนดวงซวย นี่สร้างอัปยศอดให้ชื่อเสียงของปลาหลีฮื้อนำโชคของเราเลยนะ”

“อย่างน้อยก็เคยเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันมาก่อน เราช่วยนางขจัดความโชคร้ายและเสริมความโชคดีให้นางกันเถอะ!”

“ตกลง!”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์จึงถูกฝูงปลาช่วยชีวิตอย่างงงๆ

......

เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็ทำเอาแม่สื่อซุนตกใจแทบแย่ “นางหนู ชื่อเสียงตัวซวยของเจ้าสมกับที่ร่ำลือจริง ๆ โชคดีที่เจ้าปีนขึ้นมาได้เอง มิเช่นนั้นยายแก่อย่างข้าจะหาลูกสะใภ้ที่ไหนไปชดใช้เงินแปดตำลึงให้เขา”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์รู้สึกอายมาก รีบก่อกองไฟเพื่อตากเสื้อผ้าให้แห้งก่อนเร่งแม่สื่อซุนให้รีบออกเดินทาง

พวกนางข้ามแม่น้ำแล้วข้ามภูเขาอีกหนึ่งลูก จนกระทั่งสองชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดหญิงชราและหญิงสาวก็มาถึงหมู่บ้านเสี่ยวก่าง

เพียงแต่จ้าวจิ่นเอ๋อร์ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า

ที่รอเข้าพิธีไหว้เทวดาฟ้าดินกับนางจะเป็นไก่ตัวผู้ตัวใหญ่

ตอนที่แม่สื่อซุนไปสู่ขอ นางคุยโว้โอ้อวดตระกูลฉินไว้อย่างสวยหรูมาก คุยโม้ว่าบ้านหลังใหญ่โตก่อด้วยอิฐแดงและกระเบื้องเขียว มีเนื้อกินทุกมื้อ

แต่ไม่ได้พูดถึงฉินมู่ซิว สามีในอนาคตของจ้าวจิ่นเอ๋อร์ว่าป่วยเป็นวัณโรค แถมป่วยหนักจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้

ผู้เฒ่าฉินเห็นใจหลานชายมากจึงนำเงินเก็บเก่ามาสู่ขอ (ซื้อ) ภรรยาให้หลานชาย ด้วยความหวังว่าจะช่วยแก้เคล็ด ช่วยให้หลานชายมีอายุยืนยาวขึ้นและมีลูกหลานสืบสกุล

ในระหว่างทำพิธีไหว้เทวดาฟ้าดิน ไก่ผู้ตัวนั้นก็ได้บินมาถ่ายมูลกองโตใส่หลังเท้าของจ้าวจิ่นเอ๋อร์อย่างไม่รู้กาลเทศะเสียอย่างนั้น!

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ถูกเรียกว่าตัวซวยตั้งแต่เด็กจึงเคยชินกับเรื่องโชคร้ายเช่นนี้แล้ว จึงเหยียบขี้ไก่กองนั้นเข้าห้องหอไป

ห้องหอไม่ใหญ่นัก แต่เก็บกวาดได้สะอาดเรียบร้อยมาก เพิ่งย่างเข้าสู่สารทฤดู ก็เริ่มก่อไฟอุ่นเตียงแล้ว

จ้าวจิ่นเอ๋อร์คิดในใจว่า นี่ต้องใช้ฟืนมากขนาดไหน ตระกูลฉินช่างใจป้ำเสียจริง!

ในห้องหอมีชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง เขายังไม่ทันเอ่ยอะไรออกมาก็ไอออกมาเป็นชุดแล้ว ชายผู้นั้นก็คือสามีของนาง ฉินมู่ซิว

เมื่อได้ยินเขาไอจนหายใจไม่ทัน จ้าวจิ่นเอ๋อร์ก็เข้าใจในทันทีว่าเตียงถูกอุ่นเพื่อเขาโดยเฉพาะ

บางทีคนตระกูลฉินคงคิดว่าเขาอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก ก่อนเขาตายคงหมดฟืนไปไม่มากนัก

“น้ำ...”

ชายผู้นั้นตะโกนร้องเสียงหนึ่งขณะหายใจหืดหอบ

เขากำลังเรียกนางหรือไม่ก็หารู้ได้ ทว่าจ้าวจิ่นเอ๋อร์ยังคงก้าวเดินไปที่โต๊ะเล็กๆ สองสามก้าว จากนั้นเทน้ำชาร้อนใส่ถ้วยแล้วนำไปให้เขา

ไม่ว่าเขาจะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ แต่ในเมื่อแต่งงานกับเขาแล้ว เขาก็คือสามีของนาง การปรนนิบัติดูแลสามีของตนเป็นหน้าที่ที่นางพึงกระทำ

พอได้ดื่มน้ำแล้ว ชายหนุ่มก็หายใจคล่องขึ้น มองจ้าวจิ่นเอ๋อร์อย่างคาดคะเนแวบหนึ่งก่อนที่ความประหลาดใจจะผุดขึ้นในแววตา

“เจ้าคือภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ของข้าหรือ”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อในทันที รีบก้มหน้าลงก่อนเอ่ยตอบเสียงเบาเหมือนยุง “อืม”

ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ร่างกายของข้าไม่ค่อยดี ให้เจ้าเข้าพิธีไหว้เทวดาฟ้าดินกับไก่ ทำให้เจ้าต้องลำบากใจแล้ว”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางมีชีวิตจนอายุสิบสี่ปี ยังไม่เคยเห็นบุรุษในหมู่บ้านคนใดพูดกับภรรยาว่าลำบากใจเลย แม้แต่อาของนาง แค่มีความคิดเห็นต่างก็จะตบตีอาสะใภ้ของนางทันที

บุรุษที่พูดจาดีเช่นนี้ ทำให้ความเขินอายและความกลัวของจ้าวจิ่นเอ๋อร์ลดลงไปมาก เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองเขา

ก็เห็นชายผู้นั้นมีสันจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง คิ้วเข้มและดวงตาสดใส ดูไม่เหมือนหนุ่มชาวบ้านทั่วไปเลย เกิดมาช่าง...

ช่างหน้าตาหล่อเหลาอย่างมาก!

แต่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือเขาผอมเกินไป และหน้าตาซีดเซียว

“ไม่เป็นไร เจ้าดูแลสุขภาพให้ดี สำคัญกว่า”

ชายหนุ่มมองจ้าวจิ่นเอ๋อร์อยู่นานสองนาน ก่อนจะยิ้มมุมปาก

“รีบเดินทางมาทั้งวัน คงหิวแล้วใช่หรือไม่? ตรงนั้นมีขนมมงคลและไข่ต้มมงคล กินรองท้องเสียหน่อยเถอะ”

“ข้าไม่หิว” ทว่าทันทีที่จ้าวจิ่นเอ๋อร์เอ่ยจบ ท้องก็ร้องโครกครากอย่างเกเร

ชายหนุ่มไม่ได้หัวเราะเยาะนาง กลับเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ต่อไปเจ้ากับข้าก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว สามีภรรยากันไม่ต้องเกรงใจ”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์จึงเดินไปที่โต๊ะ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบขนมมงคลชิ้นหนึ่งขึ้นมา

devc-2bf6eb72-32879