คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ

คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ: ตอนที่ 2 ตอนที่ 2

#2ตอนที่ 2

นางไม่กล้าแตะไข่มงคลในจานสีแดงฉาน เพราะที่บ้านของท่านอา ไข่ถือเป็นของมีค่า มีเพียงจู้จื่อผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องเท่านั้นที่สามารถกินมันได้

ขนมมงคลก็อร่อยดี เพียงแต่ค่อนข้างแห้ง พอกินเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกกระหายน้ำ

“ดื่มน้ำด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยราวกับกำลังสั่งเด็กน้อย “เอ่อ ใช่แล้ว เจ้ามีนามว่ากระไร”

“จ้าวจิ่นเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

“ข้ามีนามว่าฉินมู่ซิว เจ้าเรียกข้าว่าอาซิวก็ได้”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ตอบอย่างเขินอาย

เมื่อท้องอิ่มแล้ว ท้องฟ้าก็มืดลง จ้าวจิ่นเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้น

นางรู้ดีว่าวันนี้นางเป็นเจ้าสาวใหม่ และหน้าที่ของนางคือเข้าหอ

เมื่อก่อนตอนที่ซักผ้าอยู่ริมลำธาร นางเคยได้ยินพวกหญิงสาวที่ออกเรือนแล้วในหมู่บ้านพูดคุยเรื่องลับๆ ระหว่างสามีภรรยาอย่างบังเอิญ เมื่อเห็นว่าอีกประเดี๋ยวตนก็ต้องเผชิญกับเรื่องอย่างว่านั้นแล้ว จ้าวจิ่นเอ๋อร์ก็รู้สึกเขินอายจนหน้าแดงถึงลำคอ

“พื้นเย็นนะ เจ้าไม่ขึ้นมานอนหรือ”

ฉินมู่ซิวไม่เพียงแต่หน้าตาดีเท่านั้น น้ำเสียงยังไพเราะอีกด้วย ทว่าในเวลานี้กลับเหมือนเสียงสั่งตายเมื่ออยู่ในหูของจ้าวจิ่นเอ๋อร์ นางค่อยๆ ถอดเสื้อนอกออกอย่างเหนียมอาย ยืนอยู่ข้างเตียง ทว่าไม่กล้าขึ้นไป

ฉินมู่ซิวเขยิบเข้าด้านในเพื่อหลีกทาง “เจ้าไปนอนหันหัวไปทางนั้นเถอะ ข้าป่วยอยู่ เดี๋ยวเจ้าจะพลอยป่วยไปด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจิ่นเอ๋อร์รู้สึกเหมือนได้รับการนิรโทษกรรม กระโดดขึ้นเตียงราวกับกระต่าย จากนั้นคว้ามุมผ้าห่มมาห่อกายตัวเองอย่างลวกๆ แล้วแสร้งข่มตานอน

อย่างไรเสียนางก็อายุยังน้อย อีกทั้งยังเร่งเดินทางมาค่อนวัน ไม่นานก็หลับไปจริงๆ

เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่ปลายเท้าเบาลงและสม่ำเสมอ ฉินมู่ซิวที่อยู่ท่ามกลางความมืดก็ส่ายหัวเบาๆ

ยังเป็นเพียงเด็ก

วันต่อมา จ้าวจิ่นเอ๋อร์ตื่นตั้งแต่ยังไม่ทันรุ่งสาง เมื่อวานเร่งเดินทางมาครึ่งค่อนวันโดยที่ท้องว่าง ตกเย็นก็ได้กินขนมมงคลเพียงชิ้นเดียว จึงตื่นขึ้นมาด้วยความหิว

ทันทีที่สัมผัสท้องที่แฟบลง จ้าวจิ่นเอ๋อร์ก็นึกถึงคำพูดของแม่สื่อซุนพูดตอนเป็นแม่สื่อว่า “ตระกูลฉินร่ำรวยมาก มีเนื้อให้กินอยู่เนืองๆ”

ชาวบ้านทุกครัวเรือนในชนบทมีที่ดินไร่นาเพียงน้อยนิดในการดำรงชีวิต การอดมื้ออิ่มมื้อจึงถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา ใครจะกล้ากินเนื้อบ่อยๆ

จ้าวจิ่นเอ๋อร์กินเนื้อครั้งสุดท้ายก็เมื่อตอนเทศกาลตรุษจีน ครอบครัวของท่านอานางทำหมูตุ๋นน้ำแดงเพียงครึ่งจานอย่างตระหนี่ หนำซ้ำยังให้นางเอาน้ำที่เหลือติดจานไปคลุกข้าวกิน

“วันนี้เป็นวันแรกที่ข้าเข้าบ้าน อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นเรื่องมงคล จะมีเนื้อให้กินหรือไม่นะ?”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย และเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว

ในขณะนั้นเองด้านนอกประตูก็มีเสียงสนั่นดังปังขึ้น ซึ่งทำให้ฉินมู่ซิวสะดุ้งตื่น

“เสียงกระไร?”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์รีบใส่เสื้อผ้าแล้วเอ่ยว่า “ข้าจะออกไปดูหน่อย”

พอเปิดประตูออกไปก็สะดุดอะไรบางอย่าง จนเกือบล้มหน้าคว่ำ

เมื่อเพ่งมองแสงรุ่งอรุณสลัวๆ ก็พบว่าเป็นห่านป่า!

ห่านตัวนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไม่ขยับ ไม่รู้ว่าตายหรือสลบ

ที่ชนเข้าเมื่อครู่คือเจ้าตัวนี้หรือ?

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ทั้งดีใจและตื่นเต้น รีบจับมันขึ้นมาแล้วกลับเข้าห้องทันที “อาซิว ห่านป่า!”

ฉินมู่ซิวก็รู้สึกตกใจเช่นกัน ในยามนี้ แม้แต่นายพรานเข้าป่าไล่สัตว์ก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา แต่กลับมีห่านป่าบินมาชนเข้ากับประตูของพวกเขาจนสลบ ช่างโชคดีเสียจริง

จ้าวจิ่นเอ๋อร์หิ้วปีกสองข้างเพื่อกะน้ำหนักด้วยมือ “อย่างน้อยก็หนักสักสิบกิโล หนักขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่บินตกลงมาได้”

เมื่อเห็นสองแก้มของนางแดงระเรื่อเพราะความดีใจ ฉินมู่ซิวก็รู้สึกใจเต้นเล็กน้อย

และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นลางดีนะ งานแต่งงานของคนโบราณก็มักจะใช้ห่านป่าเป็นสินสอด เดิมทีงานแต่งงานของเราก็ถือว่าทำไปพอเป็นพิธี อีกทั้งห่านป่าเป็นสัตว์หายากที่ไม่ได้เตรียมไว้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเจอมันได้เอง”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์พอรู้หนังสืออยู่บ้าง ทว่านางกลับไม่เข้าใจสิ่งที่ฉินมู่ซิวเอ่ย

ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าสามีของตนถึงแม้ร่างกายจะไม่แข็งแรง แต่ก็มีความรู้ความสามารถมาก

นางก้มหน้าพลางกัดริมฝีปากก่อนเอ่ยอย่างไม่สอดคล้องว่า “พอให้ครอบครัวเรากินได้หลายวันเลยนะ”

ฉินมู่ซิวไม่รู้สึกว่านางหยาบคาย แต่กลับรู้สึกว่านางมองตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลฉินไปแล้วและรู้สึกสบายใจ จึงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ส่งไปที่ห้องครัวเถอะ ให้ท่านย่าและท่านป้าช่วยจัดการ”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ยิ้มตาหยี “เจ้าค่ะ!”

พูดจบก็ถือห่านป่ากระโดดโลดเต้นออกไปด้วยความดีใจ ฉินมู่ซิวมองตามด้วยสายตาเหม่อลอย แต่แล้วความคิดของเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงไอที่ดังลั่น

ทันใดนั้นฉินมู่ซิวพลันฉุกคิดขึ้นได้ว่าดูเหมือนเมื่อคืนวาน... จะไม่ได้ไอเลยแม้แต่ครั้งเดียว?

เดิมทีเขาไม่อยากแต่งงาน ทว่าไม่อาจเปลี่ยนความคิดของผู้เฒ่าฉินได้ ไม่คิดเลยว่าสาวน้อยผู้นี้จะเก็บห่านป่าได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา และอาการไอของเขาก็ดีขึ้นมาก หรือว่าสาวน้อยผู้นี้จะนำโชคลาภมาให้เขา?

เมื่อจ้าวจิ่นเอ๋อร์มาถึงห้องครัว ผู้เฒ่าฉินก็กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้า

ปีนี้ผู้เฒ่าฉินอายุห้าสิบกว่าปี ทว่าร่างกายแข็งแรงมาก

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้นำครอบครัวแล้ว แต่ก็ไม่เคยนิ่งดูดาย ในบ้านนี้คำพูดของท่านเป็นที่สุด ลูกหลานทุกคนต่างเคารพนับถือ

devc-2bf6eb72-32879คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ: ตอนที่ 2 ตอนที่ 2