คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ

คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ: ตอนที่ 6 ตอนที่ 6

#6ตอนที่ 6

ไม่รู้ว่ารออยู่นานเท่าไหร่ ขณะที่หิวจนไส้จะกิ่วแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงเร่งฝีเท้าดังขึ้นในป่า

จ้าวจิ่นเอ๋อร์จิตใจกระชุ่มกระชวยขึ้นมาในทันที

ในที่สุดก็มีคนมาแล้ว!

ขณะกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือ ก็พบว่าที่กำลังวิ่งมาไม่ใช่คน แต่เป็นหมาป่าที่กำลังไล่ล่าสุนัขจิ้งจอก!

หมาป่าตัวนั้นดุร้ายมาก ไม่ช้าก็พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกจนล้มลง ก่อนจะกัดที่คอของมันทันที

สุนัขจิ้งจอกดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ราวกับรู้ว่าตนไม่สามารถสู้ได้ จึงปล่อยพลังสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจ

ทันทีที่มันกระดิกหางขึ้น ทั่วทั้งผืนป่าก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นฉุนอันยากจะบรรยาย......

ในขณะที่หมาป่ากำลังจะอิ่มหนำสำราญอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ กลิ่นเหม็นฉุนก็ลอยเข้าจมูก ทำให้มันจามออกมาสองที

บางทีมันอาจจะคิดว่าสุนัขจิ้งจอกตัวนี้ก็ไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไหร่ แถมยังมีกลิ่นเหม็นฉุนอีกต่างหาก หากกัดลงไปรังแต่จะทำให้ปากอันสูงส่งสกปรก มันจึงหมุนตัวสองรอบด้วยความโมโหแล้ววิ่งหนีไป

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ที่อยู่บนต้นไม้ก็เกือบจะเป็นลมเพราะกลิ่นเหม็นนั้น นางจึงถอดเสื้อคลุมปิดจมูกแน่นๆ แล้วเกาะกิ่งไม้ไว้แน่นๆ เพื่อไม่ให้ตกลงมา

นางทนอยู่บนต้นไม้ทั้งอย่างนั้นจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเป็นปี เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม แต่ก็ยังไม่มีใครมาเลย

โชคดีที่กลิ่นเหม็นฉุนที่สุนัขจิ้งจอกปล่อยออกมานั้นไม่เพียงแต่มีอานุภาพรุนแรง แต่ยังคงอยู่ได้นาน ผ่านไปนานนับชั่วโมงก็ยังไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดโผล่มาอีกเลย

จ้าวจิ่นเอ๋อร์รอจนหมดความอดทน ในใจคิดว่าตนเป็นเพียงลูกสะใภ้เด็กที่เพิ่งถูกซื้อเข้าบ้านของตระกูลฉิน หายตัวไปในป่า คนในบ้านก็คงไม่กล้าเสี่ยงอันตรายออกมาตามหานางแน่

ขืนยังรอเช่นนี้ต่อไป พอฟ้าค่ำ ถึงไม่อดตายก็คงตกใจกลัวจนสติแตกตาย

นางจึงกัดฟันแน่นแล้วปีนลงจากต้นไม้

พึ่งดินพึ่งฟ้าไม่สู้พึ่งพาตนเอง

สุนัขจิ้งจอกตัวนั้นยังคงส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง จ้าวจิ่นเอ๋อร์คิดว่าแม้แต่กลิ่นนี้ก็สามารถทำให้หมาป่าหนีไปได้ หากเอามันติดตัวไปด้วย บางทีอาจจะช่วยให้ปลอดภัยได้ จึงบีบจมูกแน่นขึ้นอีกหน่อย จากนั้นเก็บสุนัขจิ้งจอกแล้วโยนลงในตะกร้าด้วยสีหน้ารังเกียจ

ตลอดทางที่มีกลิ่นเหม็นฉุนอบอวลไปทั่ว ในที่สุดคราวนี้ก็หาทางกลับเจอจนได้

จ้าวจิ่นเอ๋อร์ไม่กล้าชักช้าแม้แต่นาทีเดียว รีบตามรอยสัญลักษณ์กลับลงมาถึงตีนเขา

เมื่อมองเห็นหมู่บ้านซึ่งถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดงมีควันจากปล่องไฟลอยขึ้นมาจากไกลๆ นางก็แทบจะร้องไห้

รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด !

เมื่อนางวิ่งมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เห็นผู้เฒ่าฉินเดินไปเดินมาอยู่ใต้ไหวใหญ่ที่เก่าแก่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

“ท่านย่า!”

พอผู้เฒ่าฉินเห็นจ้าวจิ่นเอ๋อร์ก็เดินไปหาแล้วทำท่าตีเบาๆ ที่ก้นนางสองสามที “เจ้าเด็กนี่ เจ้าไปที่ใดมา! ลุงกับพี่ใหญ่ของเจ้าเข้าป่าไปตามหาเจ้าแล้วรู้หรือไม่!”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์คิดว่าไม่มีใครสนใจว่านางจะเป็นตายร้ายดี แต่พอได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าฉิน น้ำตาที่กลั้นไว้นาน ในที่สุดก็ร่วงหล่นออกมา

“ข้า... ข้าไม่ควรเที่ยวเตร่ พวกท่านลุงกลับมาหรือยังเจ้าคะ?”

ผู้เฒ่าฉินส่ายหน้า “ยังไม่กลับเลย ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว คงใกล้จะกลับมาแล้วล่ะ เจ้ากลับมาก็ดี กลับมาก็ดีแล้ว! คงตกใจมากใช่หรือไม่ รีบกลับไปดื่มชาร้อนๆ สักถ้วยเพื่อคลายความตกใจเถอะ!”

ระหว่างทางกลับบ้านก็ยังบ่นพึมพำอีกว่า “คนทั้งบ้านรอตั้งแต่เที่ยงจนถึงบ่าย ร้อนรนกระวนกระวายใจไปหมด! หากเกิดอันใดขึ้นกับเจ้าในป่า เราจะไปบอกอากับอาสะใภ้ของเจ้าว่าอย่างไร?”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์กัดริมฝีปากแน่น ในใจคิดว่าตอนอยู่บ้านท่านอา นางหลงป่าจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน ก็ไม่เคยมีใครออกไปตามหานางเลย...

พอพวกนางเข้ามาในบ้านก็เห็นหวังเฟิ่งอิงกับลูกสะใภ้หลิวเหม่ยอวี้ พร้อมด้วยลูกสาวฉินเจินจูเดินไปเดินมาในลานบ้าน

“หากรู้แต่แรกก็พานางไปด้วยแล้ว ใครจะรู้ว่านางจะโง่ขนาดนี้ แค่เข้าป่าไปก็หลงทางหากลับไม่ถูก!” หวังเฟิ่งอิงบ่นพึมพำ

หลิวเหม่ยอวี้เหลือบเห็นผู้เฒ่าฉินและจ้าวจิ่นเอ๋อร์ที่ประตู จึงรีบดึงชายเสื้อของนาง

หวังเฟิ่งอิงเงยหน้าขึ้นมองก็สะดุ้งตกใจในทันที เมื่อเห็นจ้าวจิ่นเอ๋อร์ปลอดภัยก็โล่งใจ

แต่ปากกลับบ่นว่า “อ่อนแอเกินไป แค่เข้าป่าก็ทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ต่อไปจะกล้าขอให้เจ้าทำงานได้อย่างไร?”

ฉินเจินจูกลับบ่นว่า “ทุกคนบอกว่านางเป็นตัวซวย ท่านย่าก็ไม่เชื่อ!”

จ้าวจิ่นเอ๋อร์จะกล้าตอบกลับเสียที่ไหน ทำได้เพียงยืนตัวสั่นอยู่หลังผู้เฒ่าฉินอย่างรู้สึกผิด

ผู้เฒ่าฉินรู้ว่าจ้าวจิ่นเอ๋อร์ทำให้คนทั้งบ้านเป็นห่วงจนใจจะขาดมาทั้งบ่าย ก็เลยไม่รู้จะปกป้องอย่างไร จึงเงียบไป

หลิวเหม่ยอวี้คนที่ไม่ชอบพูดมาแต่ไหนแต่ไร จู่ ๆ ก็ยกนิ้วบีบจมูก “มีใครฉี่รดกางเกงหรือไม่ เหตุใดจู่ ๆ ในลานของเราถึงได้มีกลิ่นเหม็นฉุนเช่นนี้?”

เมื่อครู่ทุกคนต่างก็กังวลจนไม่ได้สังเกต แต่พอหลิวเหม่ยอวี้เตือน ทุกคนก็รีบบีบจมูกทันที

“ใช่แล้ว กลิ่นอะไร เหตุใดจึงมีกลินฉุดจัง!”

ผู้เฒ่าฉินอยู่ใกล้กับจ้าวจิ่นเอ๋อร์ที่สุด “นังหนูจิ่น ดูเหมือนกลิ่นนี้จะอยู่บนตัวเจ้าเลยนะ?”

ทันใดนั้นนางพลันมีความรู้สึกสงสาร ที่ทำให้หลานสะใภ้ตกใจจนถึงขั้นฉี่รดกางเกง

จ้าวจิ่นเอ๋อร์รู้สึกอายอย่างมาก รีบหยิบสุนัขจิ้งจอกที่ตายออกจากตะกร้าทันที

“คือมันที่ส่งกลิ่นเหม็น ข้าเห็นกลิ่นของมันสามารถไล่หมาป่าได้ เลยแบกมันไว้เพื่อป้องกันตัว ข้าจะไปขุดหลุมฝังมันไว้ที่ฝั่งตะวันตกสุดของหมู่บ้านเดี๋ยวนี้”

เมื่อผู้เฒ่าฉินนอกจากเห็นบาดแผลที่คอสุนัขจิ้งจอกแล้ว พอเห็นขนที่มันเงางามไร้ความเสียหายใดๆ ดวงตาก็เป็นประกายทันที

devc-2bf6eb72-32879คู่มือรักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ: ตอนที่ 6 ตอนที่ 6