อ่อยถึงขนาดนี้ มีหรือท่านอ๋องอย่างท่านจะรอด
ตอนก่อนหน้า
1 / 1,070

อ่อยถึงขนาดนี้ มีหรือท่านอ๋องอย่างท่านจะรอด: ตอนที่ 1 ตอนที่ 1

#1ตอนที่ 1

ลั่วหลันรู้สึกว่าตัวเองคือผู้ทะลุข้ามมิติแห่งกาลเวลาที่น่าสังเวชที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว!

เพลานี้นางกำลังนั่งอยู่ริมแม่น้ำเว่ยที่เจ้าของร่างเพิ่งฆ่าตัวตายสำเร็จ ยิ่งช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ ทำให้นางที่ตัวเปียกโชกต้องหนาวสั่น พลางหวนนึกถึงการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมที่เจ้าของร่างต้องทนทุกข์ทรมาน

สุ่ยลั่วหลันอายุครบสิบเจ็ดในปีนี้ ลุงคนหนึ่งเก็บนางได้ตอนยังเป็นทารกตอนที่ขึ้นภูเขาไปเก็บฟืน เมื่อเห็นว่านางดูน่าสงสาร เขาจึงเก็บนางมาเลี้ยงดู ทว่าการเกิดมาของสุ่ยชุนฮวาผู้เป็นน้องสาว ทำให้ป้าของนางเริ่มเมินเฉยและไม่สนใจในตัวนางอีกต่อไป

ตั้งแต่จำความได้ นางก็ได้แต่กินอาหารที่เหลือจากคนในครอบครัว ทั้งยังต้องรับผิดชอบซักผ้าและทำอาหารให้คนในบ้าน น้องสาวที่อายุน้อยกว่านางหนึ่งปีได้ไปเล่าเรียนหนังสือ ขณะที่นางทำได้เพียงแบกตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นหลังทุกวันตอนรุ่งสางเพื่อล่าสัตว์

แม้ว่านางจะพยายามทำงานหนักเพียงใด ป้าก็ยังไม่ชอบนางอยู่ดี

แต่เมื่อวานจู่ๆ ท่านป้ากลับใจดีกับนางอย่างไร้สาเหตุ ไม่เพียงแต่ซื้ออาภรณ์ให้ใหม่ แต่ยังซื้อเครื่องประทินอย่างชาดทาปากและแป้งน้ำให้อีกด้วย สิบเจ็ดปีมานี้ นางที่ตัวซูบผอมได้แต่สวมอาภรณ์เก่าๆ ของน้องสาว ทำให้นางดีใจมากที่ได้สวมอาภรณ์ใหม่ในครั้งแรก ท่านป้าเองก็ชื่นชมไม่หยุดปาก

เมื่อนึกถึงฉากนั้น ลั่วหลันจึงน้ำตาไหลรินอย่างเจ็บปวด

“หลันเอ๋อร์ ทำไมป้าถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าเจ้ารูปโฉมงดงามขนาดนี้ หากได้แต่งงานคงมีความสุขมากแน่ๆ”

นี่เป็นครั้งแรกที่ป้าของนางเอ่ยปากชื่นชม ทำให้เพลานั้นลั่วหลันอดดีใจไม่ได้ และคิดว่าต่อจากนั้นจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสักที

เย็นวันนั้น นางถอดอาภรณ์ชุดใหม่ที่ป้าซื้อให้ไปเก็บอย่างดี ก่อนจะเตรียมต้มน้ำล้างเท้าให้กับท่านป้า ซึ่งนั่นเป็นภารกิจที่นางต้องทำในทุกๆ วัน

ขณะเดินผ่านห้องของป้า นางก็ได้ยินเสียงสนทนาระหว่างลุงกับป้าทันที

“ไม่ได้” เสียงของลุงดังขึ้นอย่างกะทันหัน

นางมีลางสังหรณ์ในใจลึกๆ ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับตนเอง จึงนั่งยองๆ ลงกับพื้นเพื่อแอบฟัง

เสียงของป้าจึงดังขึ้นขัดจังหวะ “ช่วยเบาเสียงลงหน่อยสิ พวกเราเลี้ยงนางมาสิบเจ็ดปี ถึงเวลาที่นางต้องทำอะไรเพื่อตอบแทนบุญคุณพวกเราบ้าง”

“ท่านอ๋องนั่นกำลังจะตาย หากเจ้าให้หลันเอ๋อร์แต่งงานกับเขา เท่ากับส่งให้นางไปตายเช่นกัน”

“เขาคงไม่ตายๆ ในเร็ววันนี้หรอกน่า หากนางแต่งงานก็จะกลายเป็นชายาเอกเชียวนะ เงินหนึ่งพันตำลึงมันมากพอที่จะทำให้ครอบครัวพวกเราใช้ไปอีกครึ่งชีวิตเลยนะ”

“ข้าบอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ เหตุใดเจ้าไม่ให้ชุนฮวาไปแทนล่ะ ข้าขอเตือนเจ้าไว้เลยนะ หากคิดไม่ซื่อกับหลันเอ๋อร์อีก ข้าจะตีเจ้าให้น่วมเลย”

พูดจบ ลุงก็เดินกระทืบเท้าแรงๆ ออกไปที่หน้าประตู

ลั่วหลันกลัวว่าลุงจะรู้ว่านางแอบฟัง จึงรีบวิ่งกลับห้องเก็บฟืนที่นางอาศัยมานานกว่าสิบปี

นางร้องไห้คร่ำควรญบนเตียงไม้ครู่ใหญ่ ที่แท้จู่ๆ ท่านป้าทำดีกับนางเพราะมีเหตุผลบางอย่างนี่เอง เมื่อก่อนนางเคยได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีท่านอ๋องป่วยหนักคนหนึ่งซึ่งเป็นดั่งไม้ใกล้ฝั่ง พระสนมฉางกุ่ยเฟยจึงอยากให้เขาได้แต่งงานก่อนสิ้นลมหายใจ แน่นอนว่าตามกฎของแคว้นต้าหนิง หลังจากท่านอ๋องสิ้นลมหายใจ ชายาเอกที่เพิ่งแต่งงานต้องถูกร่วมฝังไปพร้อมกัน

เรื่องเช่นนี้ไม่มีเหล่าสตรีสูงศักดิ์คนใดย่อมทำอย่างแน่นอน พระสนมฉางกุ้ยเฟยจึงออกประกาศตามหา ผู้ใดที่ยินดีส่งบุตรสาวแต่งงานเข้ามาในจวนอ๋องจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินหนึ่งพันตำลึง

ต่อให้สถานะของท่านอ๋องจะสูงส่งเพียงใด แต่ก็ไม่มีใครยินดีส่งบุตรสาวให้ไปเจอชะตากรรมเช่นนั้น

เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่มีประกาศออกไป แม้มีสตรีที่หวังในชื่อเสียงเงินทองไปเยือนถึงจวนอ๋อง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างพวกนางกลับเปลี่ยนใจกันทั้งสิ้น ดังนั้นประกาศจึงยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

เมื่อวานป้าของลั่วหลันเข้าเมืองไปขายไข่ไก่ ทำให้ได้ยินเรื่องนี้และเกิดความคิดอยากส่งลั่วหลันไปที่นั่น

ลั่วหลันเจ้าของร่างคนเดิมนั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องเก็บฟืนทั้งคืน เมื่อคิดว่าตนเองต้องถูกร่วมฝัง นางก็รู้สึกสิ้นหวังและอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ทุกคนยังคงหลับใหล นางจึงกระโดดลงไปในแม่น้ำเว่ยไร้ก้นบึ้งด้วยอาภรณ์ชุดใหม่

ในเวลาเดียวกันลั่วหลันที่เกิดในศตวรรษที่ 25 พลันสิ้นใจตายอย่างกะทันหัน เพราะทำงานในห้องวิจัยมานานถึงสามวันสามคืน ทำให้วิญญาณทะลุมิติแห่งกาลเวลาไปติดอยู่ในร่างของลั่วหลันยุคต้าหนิงที่เพิ่งสิ้นลมหายใจ

โชคดีที่ว่ายน้ำเป็น ไม่เช่นนั้นคงต้องจมน้ำตายทันทีที่ทะลุมิติไป

ลั่วหลันตะเกียกตะกายขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนจะสัมผัสบาดแผลบนร่างกายเบา ๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในใจ

แผลเหล่านี้ท่านป้าเป็นคนเอาเข็มมาทิ่มตอนลุงเจ้าของร่างคนเดิมไม่อยู่ ป้าของนางมักกล่าวหาว่านางแอบขโมยของกินทุกครั้ง อันที่จริงเป็นเพราะนางกินแต่ของเย็น ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร เพียงแค่อยากเข้าครัวไปต้มน้ำร้อนดื่มในยามกลางคืน แต่ป้าของนางกลับเข้าใจผิด คิดว่านางแอบย่องไปขโมยของกิน

เจ้าของร่างคนเดิมเป็นคนอ่อนแอใจเสาะ ต่อให้ถูกป้าทุบตีอย่างไร ก็ไม่เคยปริปากอธิบายหรือขัดขืน ปล่อยให้แส้ของป้าฟาดลงบนร่างกายอยู่อย่างนั้น...

เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมด นางก็อดพึมพำกับตัวเองไม่ได้

“เฮ้อ ช่างโชคร้ายจริงๆ ชาติก่อนเคยเป็นอัจฉริยะทางการแพทย์ที่มีแต่คนนับหน้าถือตา ชาตินี้กลับกลายเป็นเด็กสาวยากจนบาดแผลเต็มตัว แค่ครีมขวดแดงสักขวดยังไม่มีเลย”

devc-2bf6eb72-32879อ่อยถึงขนาดนี้ มีหรือท่านอ๋องอย่างท่านจะรอด: ตอนที่ 1 ตอนที่ 1