นิยายเรื่องนี้ข้าขอเป็นคนกำหนดเอง

นิยายเรื่องนี้ข้าขอเป็นคนกำหนดเอง: ตอนที่ 4 ผ้าเช็ดหน้าที่ปลิวไสว ตอนที่ 4

#4ตอนที่ 4 ผ้าเช็ดหน้าที่ปลิวไสว

ถึงแม้ว่าหรูเฟิงจะช่วยปกป้องความบริสุทธิ์ของลูกพี่ลูกน้องและพานางกลับมาโดยปลอดภัย แต่กู้ฉางหลิงย่อมรู้ว่านางคิดจะทำอะไร และเขาจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ

เพราะร่างเดิมกล้าล่วงเกินคนที่เขาให้ความสำคัญที่สุด

และอีกอย่าง เขาเกลียดที่สุดคือการถูกข่มขู่

ร่างเดิมจะหาเรื่องใส่ตัวอย่างก็ได้ ตราบใดที่ยังไม่เป็นภัยต่อผลประโยชน์ของเขาหรือคนของเขา เขาก็ยังพออดทนได้

หรูฮว่าก็รู้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรง นางจึงไม่ทันได้เตือนคุณหนูให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน รีบคว้าเพียงผ้าคลุมไหล่ แล้ววิ่งตามออกมา

.....

เรือนหลานเรียบง่ายและสง่างาม ลานบ้านเงียบสงบ มีต้นไม้ดอกไม้เพียงไม่กี่ต้น และมีสาวใช้เดินไปมาอยู่บ้าง

อวิ๋นเวยพุ่งตรงไปยังเรือนของกู้ฉางหลิงอย่างรีบร้อน แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าประตูปิดสนิท หัวใจของนางกระตุกวูบ นางยกมือผลักประตูเข้าไปทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก

เสียงดังปังทำให้กู้ฉางหลิงที่อยู่ภายในต้องหันกลับมา

เขายืนอยู่ข้างราวแขวนเสื้อ กำลังถอดชุดขุนนางออก เข็มขัดเอวถูกปลดออกเสื้อผ้าเลื่อนหลุดลงมาถึงไหล่ กระดูกไหปลาร้าที่โผล่ขึ้นมานั้นดูขัดตา

เมื่อเห็นคนพุ่งเข้ามาอย่างเอาเรื่อง เขากลับไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย ยังคงติดกระดุมเสื้อด้วยท่าทีใจเย็น “ท่านหญิงมาที่นี่กะทันหัน มีเรื่องอันใดหรือ?”

อวิ๋นเวยหอบหายใจเล็กน้อย ไม่มีเวลาชื่นชมเรือนร่างของเขาเลย สายตาของนางจับจ้องไปที่เตียงทันที

ในต้นฉบับ หรูเฟิงโยนผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดลงบนโต๊ะ แต่หน้าต่างในห้องนี้ไม่ได้ปิดสนิท ลมที่พัดเข้ามาพัดพาผ้าเช็ดหน้าปลิวไปตกที่มุมเตียง ดังนั้นจึงทำให้หลังจากที่กู้ฉางหลิงเข้ามาก็ยังไม่ทันได้เห็น กว่าเขาจะรู้ตัวก็สายไป เกือบพลาดโอกาสช่วยลูกพี่ลูกน้อง

ฟังจากน้ำเสียงของเขาตอนนี้ดูเหมือนว่ายังไม่เห็นผ้าเช็ดหน้านั่น

อวิ๋นเวยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงของร่างเดิมว่า “ใต้เท้ากู้ออกมาข้างนอกหน่อย ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”

ระหว่างทางนางได้ตกลงกับหรูฮว่าไว้แล้วว่า หากกู้ฉางหลิงยังไม่เห็นผ้าเช็ดหน้า นางจะหาทางล่อเขาออกมา แล้วให้หรูฮว่าเข้าไปเก็บผ้าเช็ดหน้าออกมาอย่างเงียบ ๆ

“เช่นนั้นรบกวนท่านหญิงรอสักครู่ ข้าน้อยขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“ไม่ได้! ท่านต้องออกมาเดี๋ยวนี้!”

หากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า จะต้องเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้าแน่นอน หากตอนที่เดินกลับไปแล้วเห็นผ้าเช็ดหน้าเล่า

กู้ฉางหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับแปลกใจในท่าทีร้อนรนของนาง “หากเร่งด่วนถึงเพียงนั้น เช่นนั้นท่านหญิงมาคุยในห้องของข้าน้อยเลยดีหรือไม่?”

“ข้าไม่ชินกับการอยู่ในห้องท่าน ท่านออกไปคุยกับข้าข้างนอกดีกว่า”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าน้อยอยู่ในสภาพนี้คงไม่สะดวกออกไป รบกวนท่านหญิงช่วยหลบไปสักครู่ ให้ข้าน้อยได้สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย”

หลบไปไม่ได้ ใครจะรู้ว่าเขาจะหันไปมองเตียงตอนไหน

อวิ๋นเวยทำเป็นสงบ “มีอะไรต้องหลบกัน ท่านกับข้าก็เป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว ท่านสวมเถิด”

ในที่สุดกู้ฉางหลิงเงยหน้าขึ้นมองนาง

อวิ๋นเวยยืดอกเชิดหน้าขึ้น ทำเหมือนไม่สนใจอะไร

เมื่อเห็นนางยืนยันว่าไม่หลบไปไหน กู้ฉางหลิงจึงค่อย ๆ ร้อยเชือกเสื้อให้กลับไปเหมือนเดิม

คนเช่นนางคงจะเคยเห็นบุรุษถอดเสื้อบ่อย ๆ จนไม่มีความละอายแล้ว

กู้ฉางหลิงรีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ขณะที่จะหยิบเข็มขัดคาดเอวขึ้น แต่ทันใดนั้นก็มีลมพัดมาเข้ามาในโถง...

เนื่องจากอวิ๋นเวยเพิ่งเปิดประตูทิ้งไว้ ลมพัดแรงและพาผ้าเช็ดหน้าที่ตกอยู่มุมเตียงลอยขึ้นมา!

ในชั่ววินาทีนั้น หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงขึ้น

มองเห็นผ้าเช็ดหน้าลอยไปตกใกล้เท้าของกู้ฉางหลิง อวิ๋นเวยรีบก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทันคิด

กู้ฉางหลิงหันกลับมาและเห็นนางวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว คิดว่านางคงจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว และลงมือเหมือนทุกทีที่ผ่านมา

ก็จริงอยู่ ครั้งนี้ที่ทำให้นางโดนกักบริเวณและลงโทษ นางทนได้มาจนถึงตอนนี้แล้วค่อยลงมือ นับว่าดีขึ้นกว่าหลายครั้งก่อนแล้ว

เขาหรี่ตา ไม่ได้หลบ เพียงแต่กำมืออย่างแอบ ๆ

ใครจะรู้ว่าอวิ๋นเวยเดินรวดเดียวมาหยุดอยู่ตรงหน้าตนเอง กลับยืนนิ่งอยู่แบบนั้น

ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้จนกู้ฉางหลิงสามารถมองเห็นขนตาที่สั่นเล็กน้อยของนางและการหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ

เขาขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนเดิม “ท่านหญิงนี่...?”

อวิ๋นเวยใจเต้นแรงไปหมด “ข้า...”

ตายจริง สถานการณ์นี้นางไม่มีทางก้มเก็บต่อหน้าต่อตากู้ฉางหลิงได้เลย อีกทั้งยังกลัวผ้าเช็ดหน้าจะถูกลมพัดไปอีก ทำได้แค่ยื่นเท้าไปเหยียบไว้โดยสัญชาตญาณ

โชคดีที่กระโปรงยุคโบราณที่ยาวเกินไปนี้ช่วยได้ กระโปรงที่ลากลงมาถึงพื้นพอซ่อนเอาไว้ที่เท้าก็ไม่สามารถมองเห็นได้

แต่ทำให้นางไม่สามารถขยับได้ ไม่เช่นนั้นลมพัดไปอีกจะทำอย่างไร?

กู้ฉางหลิงก็น่าประหลาดใจจริง ๆ เกลียดการที่นางเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แต่กลับไม่หลีกเลี่ยง

ระยะห่างระหว่างทั้งสองตอนนี้ดูเหมือนจะมีความหมายที่คลุมเครือ

อวิ๋นเวยรู้สึกไม่สะดวกใจเลยเบี่ยงสายตาจากกระดูกไหปลาร้าเขาออกไป เร่งหาข้ออ้างในหัวของตัวเอง ขณะที่หางตามองไปที่เข็มขัดเอวของ ทันใดนั้นก็มีความคิดขึ้นมา

“ข้าพึ่งเห็นเสื้อผ้าของใต้เท้ากู้มีคราบเลือดที่ด้านหลัง คงจะเป็นเพราะการถอดเสื้อทำให้บาดแผลขยับ ข้ารู้สึกผิดที่ท่านบาดเจ็บเพราะข้า ดังนั้นขอให้ข้าช่วยคาดเข็มขัดให้ท่านเถิด”

พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะมาคาดเข็มขัดให้เขาหรือ?

เขาไม่เชื่อ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างใคร่ครวญ แล้วส่งเข็มขัดคาดเอวให้นางจริง ๆ “เช่นนั้นรบกวนท่านหญิงด้วย”

อวิ๋นเวยยิ้มออกมาในขณะที่รับเข็มขัดมาอย่างจำใจแล้วช่วยคาดให้เขา

นางยืนอยู่ตรงหน้าเขาและไม่สามารถขยับไปไหนได้ เพียงยืดแขนไปข้างหน้า ทำให้ดูเหมือนกำลังจะโอบเขา

กู้ฉางหลิงตัวแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด แววตาแสดงความรังเกียจอย่างโจ่งแจ้ง แต่กลับไม่ได้ถอยหลัง

ราวกับว่าต้องการดูว่านางจะทำอะไรต่อไป

อวิ๋นเวยเป็นคนยุคปัจจุบัน จะรู้ได้อย่างไรว่าเข็มขัดคาดเอวนี้คาดอย่างไร อีกอย่างร่างเดิมเป็นท่านหญิง คงไม่ทำให้บุรุษหรอก

เมื่อเกิดความคิดขึ้นมาในหัว นางแสร้งทำเป็นคาดเข็มขัดให้ แล้วทำทีเป็นไม่ระวัง “อ๊ะ ขอโทษ ข้าจับไม่มั่น”

หรูฮว่าก้าวเข้ามาทันที ก้มลงเก็บของพลางกล่าวว่า “ท่านหญิง ท่านทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ให้บ่าวทำให้ใต้เท้ากู้เถิดเจ้าค่ะ”

มุมที่หรูฮว่าก้มตัวลงนั้น บังสายตาของกู้ฉางหลิงพอดี อวิ๋นเวยจึงถือโอกาสยกเท้าขึ้นแล้วถอยหลังไปก้าวใหญ่ “ขอโทษ ข้าทำเป็นครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์ ครั้งนี้...ครั้งนี้ให้หรูฮว่าช่วยท่านก็แล้วกัน ไว้ครั้งหน้าข้าจะเรียนรู้”

กู้ฉางหลิงเองก็ดูเหมือนจะหมดความอดทนแล้ว เขาคว้าเอาเข็มขัดคาดเอวออกจากมือของหรูฮว่า “ไม่ต้อง ข้าทำเอง”

เขาจัดการคาดเข็มขัดคาดเอวเสร็จภายในไม่กี่อึดใจ แล้วทำท่าผายมือเชิญ

อวิ๋นเวยรู้สึกโล่งใจ มองหรูฮว่าแวบหนึ่งก่อนจะเดินเคียงไปกับเขา

พวกเขาเดินมาถึงศาลาก่อนจะหยุดลง

กู้ฉางหลิงเหมือนจะอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป จึงเอ่ยขึ้นก่อน “ท่านหญิงรีบเร่งมาพบข้าเช่นนี้ ตกลงแล้วมีเรื่องใดกันแน่?”

อวิ๋นเวยคิดคำพูดไว้แล้วระหว่างทาง จึงกระแอมเล็กน้อยก่อนตอบ “เมื่อครู่ที่ท่านมาเยี่ยม ข้าก็นึกขึ้นมาได้ว่าใต้เท้าได้รับบาดเจ็บ แต่กลับไม่มีใครคอยดูแลใกล้ชิด อีกทั้งตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามาก็ยังไม่เคยทำหน้าที่ภรรยาเลย ข้ารู้สึกผิดยิ่งนัก ดังนั้นข้าคิดว่าจะส่งหรูซือให้ท่าน ท่านคิดเห็นอย่างไร?”

หรูซือและหรูฮว่าล้วนเป็นข้างกายที่นางพามาด้วยตอนแต่งงาน ซึ่งสาวใช้ประเภทนี้พูดให้ตรงไปตรงมาก็คือ ถูกเตรียมไว้เป็นสาวใช้ห้องข้างของนายท่าน

เพียงแต่หรูฮว่านั้นจิตใจซื่อตรง ยืนหยัดเคียงข้างนางมาโดยตลอด และไม่เคยเห็นกู้ฉางหลิงอยู่ในสายตาเลย

แต่หรูซือกลับแตกต่างออกไป หากดูจากสถานการณ์ตอนนี้ กู้ฉางหลิงคงซื้อตัวหรูซือได้แล้ว และในอนาคตเมื่อร่างเดิมของนางตายไป หรูซือก็ถูกยกฐานะเป็นสาวใช้ข้างกายของเขา

devc-2bf6eb72-32879นิยายเรื่องนี้ข้าขอเป็นคนกำหนดเอง: ตอนที่ 4 ผ้าเช็ดหน้าที่ปลิวไสว ตอนที่ 4