นิยายเรื่องนี้ข้าขอเป็นคนกำหนดเอง: ตอนที่ 5 ส่งสตรีให้เขา ตอนที่ 5
ดังนั้นสู้ส่งนางให้เขาตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ตีสนิทไว้
กู้ฉางหลิงขมวดคิ้ว ที่เรียกเขามาอย่างรีบร้อนเช่นนี้ ก็เพื่อจะยกสตรีให้เขาหรือ?
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าวว่า “ความปรารถนาดีของท่านหญิง ข้าน้อยซาบซึ้งยิ่งนัก เพียงแต่พวกเราเพิ่งแต่งงานกันได้เพียงปีกว่า หากข้าน้อยรับบ่าวของท่านมาในตอนนี้ เกรงว่าจะเป็นที่ครหานินทา เรื่องนี้เอาไว้ภายภาคหน้าค่อยว่ากันเถิด”
อวิ๋นเวยก็ไม่รีบร้อนอยู่แล้ว เพราะยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือ ตอนนี้เอ่ยขึ้นก็เพื่อหาเหตุผลที่เหมาะสมเท่านั้น
“ตกลง เช่นนั้นหากวันใดท่านต้องการนาง ก็ให้ส่งคนมาบอกข้าได้โดยตรง”
กู้ฉางหลิงพยักหน้ารับ “ท่านยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้ว”
“ยามนี้ก็เย็นมากแล้ว อีกทั้งท่านสวมใส่เสื้อผ้าบางเช่นนี้ ควรรีบกลับไปพักผ่อนจะดีกว่า”
กล่าวจบ เขาก็โค้งกายให้เล็กน้อยอย่างสุภาพตามมารยาท ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
.......
ภายในเรือนเฟิงชิง อวิ๋นเวยรับผ้าเช็ดหน้าไหมปักลายกล้วยไม้ที่เปื้อนเลือดมาจากมือของหรูฮว่า ในที่สุดก็รู้สึกวางใจลง
เพิ่งทะลุมิติเข้ามาได้ไม่นานก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขันเช่นนี้ เล่นเอานางเหนื่อยแทบขาดใจ
หลังจากนำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปเผาในกระถางกำยาน ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าหลังของตนเจ็บแปลบขึ้นมา
ก่อนหน้านี้นางต้องรีบวิ่งไปที่นั่น แม้ว่าหลังจะเจ็บก็ได้แต่ฝืนทนเอาไว้ เวลานี้บนเสื้อคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านของนางเริ่มปรากฏรอยเลือดจาง ๆ
หลังจากหรูฮว่าถอดเสื้อคลุมออก ดวงตาของนางก็แดงเรื่อขึ้นมาทันที รีบสั่งให้คนเตรียมน้ำกับยามา จากนั้นก็ค่อย ๆ ทำแผลให้นางอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้จะเป็นแค่รอยแผลจากแส้ไม่กี่รอย แต่เพราะผิวของเด็กสาวขาวผ่องนัก ยิ่งขับให้รอยแผลเหล่านั้นดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
หรูฮว่าแทบอยากจะรับโทษแทนท่านหญิงของตน ระหว่างที่ทายาให้นางก็ร้องไห้ไปด้วย พร้อมกับสาปแช่งกู้ฉางหลิงไม่ขาดปาก
หากไม่ใช่เพราะแผนการของเขา แล้วท่านหญิงของนางจะต้องมารับโทษเช่นนี้ได้อย่างไร
อวิ๋นเวยได้แต่ฟังนางพร่ำบ่นไปเรื่อย แต่ทุกคำล้วนแฝงไปด้วยความห่วงใยต่อนาง ทำให้หัวใจของนางพลันอ่อนยวบ
ตอนที่อ่านนิยาย นางเคยคิดว่าหรูฮว่าเป็นเพียงบ่าวที่ปากร้าย อาศัยบารมีเจ้านายขัดขวางพระเอกอยู่ตลอด สุดท้ายก็เป็นตัวประกอบที่ต้องตายอย่างอนาถ
แต่พอได้เห็นเรื่องราวในภายหลัง อวิ๋นเวยก็เข้าใจว่านางเป็นเพียงบ่าวผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่ง แม้ว่าจะจงรักภักดีอย่างโง่เขลาไปบ้าง
หลังจากร่างเดิมตายไป มีเพียงหรูฮว่าคนเดียวที่ร่ำไห้อย่างทุกข์ทรมานหน้าหลุมศพของนาง ถึงขนาดพยายามรักษาชื่อเสียงที่แปดเปื้อนของอวิ๋นเวยเอาไว้
ทว่าคนที่ทำผิดต่อพระเอกย่อมไม่มีทางจบลงด้วยดี หลังจากร่างเดิมเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงสามวัน หรูฮว่าก็ถูกฆ่าปิดปากตามไป
เมื่อนึกถึงจุดจบของนาง อวิ๋นเวยก็เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หรูฮว่า ต่อไปหากเจอหน้ากู้ฉางหลิง เจ้าต้องวางตัวให้ดี”
“ท่านหญิง ท่านอย่าบอกนะว่ากู้ฉางหลิงรู้เรื่องอะไรเข้า แล้วขู่ท่านหรือเจ้าคะ?”
“...ไม่มี” นางถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าลองคิดดูให้ดี กู้ฉางหลิงอดทนมาจนถึงตอนนี้ นั่นแสดงว่าเขาเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง อีกทั้งท่านพ่อยังให้ความไว้วางใจเขามาก หากเจ้าพลั้งปากพูดจาไม่ระวังต่อหน้าเขา แล้วเขาจับจุดอ่อนของเจ้าได้ เกรงว่าเจ้าคงจะถูกจับแยกจากข้าเป็นแน่”
“ข้าแต่งเข้าตระกูลกู้แล้ว ไม่มีคนสนิทอยู่ข้างกาย การจะออกไปไหนมาไหนก็ลำบาก ตอนนี้คนในเรือนก็จะถูกเปลี่ยนอีก หากเจ้าจากข้าไปอีกคน ข้าจะทำอย่างไรเล่า?”
นางไม่ได้แทนตัวเองว่าอย่าสูงศักดิ์ แต่กลับใช้คำว่าข้าแทน ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงในทันที
น้ำตาของหรูฮว่าไหลรินลงมาแทบจะทันที
เสียงดังตุบ นางคุกเข่าลงกับพื้น พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านหญิงสั่งสอนถูกต้องแล้ว บ่าวโง่เขลา โชคดีที่ท่านหญิงเตือนสติ ต่อไปบ่าวจะระวังตัวให้มาก เวลาพบกับกู้ฉาง...ไม่สิ ใต้เท้ากู้จะไม่ให้เขาจับผิดได้เป็นอันขาดเจ้าค่ะ”
อวิ๋นเวยประคองนางให้ลุกขึ้น “อืม เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ข้าต้องการเจ้า แต่เจ้าก็ต้องเติบโตขึ้นด้วย”
หรูฮว่ารับคำทันที ในใจรู้สึกหน่วงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ท่านหญิงไม่ค่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้ ในชั่วขณะหนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเติบโตขึ้น
หลังจากทำแผลที่แผ่นหลังเรียบร้อย อวิ๋นเวยเปลี่ยนเป็นชุดใหม หรูฮว่ากำลังช่วยนางจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย
“เรื่องวันนี้ เจ้าได้บอกอะไรกับหรูซือหรือไม่?”
หรูฮว่าส่ายหัว แล้วบอกว่าช่วงนี้บ้านของหรูซือมีเรื่องพอดี นางไม่ได้อยู่ในจวน ดังนั้นเรื่องพวกนี้นางย่อมไม่รู้
อวิ๋นเวยพยักหน้า โชคดีที่หรูซือไม่รู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นเกรงว่านางคงรีบไปบอกกู้ฉางหลิงนานแล้ว
นางกำชับ “ต่อไปเจ้าอย่าพูดทุกเรื่องให้นางฟัง”
“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?”
หรูซือรับใช้ท่านหญิงมาตั้งแต่เด็กเหมือนกับนาง เหตุใดท่านหญิงถึงเริ่มระแวงหรูซือขึ้นมา?
อวิ๋นเวยไม่ได้อธิบายมากนัก “พรุ่งนี้เมื่อหรูซือกลับมาแล้ว เจ้าก็ทำตัวตามปกติกับนาง เพียงแต่หากเป็นเรื่องที่ข้ามอบหมายให้เจ้าทำโดยเฉพาะ ห้ามบอกนางเด็ดขาด”
หรูซือถูกกู้ฉางหลิงซื้อตัวไปแล้ว ตอนนี้นางกลายเป็นสายสืบให้เขาโดยสมบูรณ์
นางคิดจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ เพื่อปล่อยข่าวที่อยากให้กู้ฉางหลิงรู้
เพียงแต่หรูฮว่าเชื่อใจหรูซือมากเกินไป หากไม่เตือนสติ เกรงว่าคงเล่าให้หรูซือฟังหมด
ตามเนื้อเรื่องเดิมการตายของอวิ๋นเวย หรูซือก็มีส่วนร่วมไม่น้อย...
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลมต้นฤดูร้อนพัดเอาความเย็นยะเยือกมาแผ่วเบา
อวิ๋นเวยอาบน้ำเสร็จ แต่ยังไม่มีความง่วง นางคลุมเสื้อคลุมแล้วเดินไปนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง
ตอนมื้อเย็น ได้ยินคนจากเรือนหน้าบอกว่า กู้ฉางหลิงรีบออกไปอย่างเร่งด่วน
เขาให้ความสำคัญกับน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของตนมากขนาดนี้ ย่อมต้องส่งคนไปเฝ้าดูอีกฝ่ายแน่นอน ต่อให้ข่าวมาช้าหน่อย ตอนนี้ก็คงรู้แล้ว
อวิ๋นเวยรู้สึกกังวลขึ้นมา ไม่รู้ว่าทางหรูเฟิงจัดการได้เรียบร้อยหรือยัง?
ขณะที่กำลังคิดอยู่ เงาดำสายหนึ่งพลันร่อนลงอย่างเงียบงัน หรูฮว่ารีบปิดหน้าต่างทันที
หรูเฟิงในชุดดำสนิท คุกเข่าลงทำความเคารพ
อวิ๋นเวยถามอย่างร้อนรน “พาคนกลับไปอย่างปลอดภัยแล้วหรือไม่?”
“ทูลท่านหญิง ส่งตัวกลับไปอย่างปลอดภัยแล้วขอรับ”
“ได้ยินว่าลูกพี่ลูกน้องของเขางดงามยิ่งนัก นางถูกพวกโจรป่าข่มเหงหรือไม่?”
“ข้าน้อยไปถึงทันเวลา พวกโจรพวกนั้นมีใจคิดไม่ดี แต่ยังไม่ทันลงมือ ข้าน้อยก็ช่วยนางออกมาได้ก่อนขอรับ”
ได้ยินดังนั้น อวิ๋นเวยก็ถอนหายใจโล่งอก
ในเนื้อเรื่องเดิมบรรยายไว้ว่านาง เกือบจะถูกล่วงเกิน คำว่า “เกือบ” นี้แม้จะไม่ถึงขั้นสุดท้าย แต่แค่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็มากพอจะเป็นฝันร้ายของสาววัยเยาว์
หนังสือบรรยายว่านางเริ่มมีสภาพจิตใจย่ำแย่ รู้สึกว่าตัวเองแปดเปื้อนอยู่ตลอดเวลา พระเอกก็จนปัญญา ทำได้เพียงใช้ ‘ความอ่อนโยน’ ของตนเองช่วยให้นางพ้นจากฝันร้ายได้
ในเมื่อครั้งนี้สามารถปกป้องนางได้ และส่งตัวกลับไปอย่างปลอดภัยแล้วก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
“แล้วนางได้เห็นหน้าของเจ้าหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้ตอนเร่งรีบ นางลืมกำชับให้หรูเฟิงปิดบังใบหน้า หากวันหน้าบังเอิญเจอกัน แล้วหรูเฟิงถูกจำได้ขึ้นมาคงยุ่งยากไม่น้อย
“ไม่เห็นขอรับ ข้าน้อยสวมหน้ากากขอรับ”
“ดีมาก” อวิ๋นเวยโบกมือเป็นสัญญาณให้หรูเฟิงถอยออกไป
นางไม่ได้ถามถึงชะตากรรมของพวกโจรป่าที่เหลือ ในเมื่อก่อนหน้านี้กำชับไว้ให้ทำลายร่องรอยการลักพาตัว นั่นก็หมายความว่ามีเพียงทางเลือกเดียว ไม่มีตัวเลือกที่สอง
คนพวกนั้นโหดร้ายไร้มนุษยธรรม นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับพวกนั้นเลย
แต่ก็ยังรู้สึกสับสนอยู่บ้าง โลกใบนี้ไม่ใช่โลกแห่งนิติธรรมสมัยใหม่อีกต่อไปแล้ว
......
รุ่งเช้าวันถัดมา หรูซือเพิ่งกลับมาจากบ้านชนบท รีบรุดมาขอเข้าพบ พร้อมกล่าวขออภัยที่ล่าช้าไปบ้างและขอให้ท่านหญิงอภัยให้
นางสวมเสิ้อผ้าสีเหลืองอ่อน รูปร่างเพรียวบาง แม้โครงหน้าจะไม่สะดุดตาเป็นแต่ดูทนทาน แต่มองได้ไม่เบื่อและสวยงาม เปรียบเสมือนหยกเนื้อละเอียดจากตระกูลเล็ก ๆ
ในเนื้อเรื่องเดิม กู้ฉางหลิงหลงรักความอ่อนโยนและเรียบร้อยของนาง ไม่เคยทำให้นางต้องหึงหวง และให้ความสำคัญกับนางไม่น้อย แม้แต่ฉากบนเรือก็ยังมีการบรรยายไว้หลายฉาก
ตอนนี้อวิ๋นเวยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไปอีกนานแค่ไหน นางก็ต้องดูแลสตรีของเขาให้ดีเช่นกัน
แต่ก็ต้องไม่มากเกินไป ถึงอย่างไรนางก็คือท่านหญิง ดังนั้นนางจึงแค่โบกมือเบา ๆ เป็นสัญญาณให้ลุกขึ้น “ไม่เป็นไร นาน ๆ ทีเจ้ากลับไปสักครั้ง อยู่ต่ออีกสักสองสามวันก็ไม่เป็นไร กลับไปคราวนี้ที่บ้านทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไหม?