หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ

หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ: ตอนที่ 4 ชายเช่นใดเหมาะสมกับน้องสาวเจ้า ตอนที่ 4

#4ตอนที่ 4 ชายเช่นใดเหมาะสมกับน้องสาวเจ้า

จงซื่อสวมอาภรณ์แพรไหมสีดำสนิท สันจมูกโด่งรับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เสริมให้เขาดูสูงศักดิ์เย็นชา

สายตาของเขาเหลือบมองมาทางโต๊ะของฝั่งสตรีเป็นครั้งครา หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า เขาจับจองเพียงนางผู้นั้น ราวกับบนโลกใบนี้มีนางอยู่เพียงคนเดียว

ชาติที่แล้ว ณ เวลานี้ หนิงฝูไม่รู้ว่าจงซื่อมีใจให้เซี่ยหรูอี๋ นางนั่งอยู่ด้านหลังของอีกฝ่าย จึงเข้าใจผิดมาตลอดว่าเขากำลังมองตนเอง

ยามนี้หนิงฝูรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง นางยังไม่อาจถอนตัวเองออกจากบทบาทภรรยาของจงซื่อได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้นางรู้สึกเพียงว่า สามีของตนกำลังปันใจให้หญิงอื่น

ภาพในคืนเข้าห้องหอผุดขึ้นมาในสมองของนางอีกครั้ง คืนนั้นจงซื่อมิได้ร่วมหลับนอนกับนาง จนกระทั่งแต่งงานได้สามเดือน เขาจึงยอมเหยียบย่างเข้าสู่เรือนนอนของนาง หลังเสร็จกิจกรรม นางเรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า 'ท่านพี่' เขาก็หาได้ตอบรับในทันทีไม่

"จงซื่อกำลังมองเจ้าหรือเปล่าน่ะ" เว่ยจื่ออีพลันเอ่ยถาม

หนิงฝูเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่กลางใจ ความขื่นข่มในชาติก่อน ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย ทำให้นางรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ แต่กระนั้นนางก็ยังฝืนยิ้ม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "พี่หญิงเว่ย สตรีที่อยากแต่งเข้าจวนอ๋องเซวียนนั้นมีมากนัก แต่ข้าไม่มีทางเป็นหนึ่งในนั้น ท่านอย่าได้เอาเรื่องนี้มาล้อข้าเล่นอีกเลย"

นางไม่อยากทนความขมขื่นเช่นนั้นอีกต่อไป

ชาตินี้ นางจะไม่ลดตัวไปไขว่คว้าขอความรักจากใครอีก

บุรุษในโลกนี้มีอยู่ถมไป

เมื่อถึงคราวเล่นดื่มสุราต่อบทกลอน หนิงฝูก็มิได้ทำตัวเฉิดฉายอย่างในอดีต

ตอนนั้นนางเพียงต้องเรียกร้องสายตาของใครบางคน แต่บัดนี้ มันไม่จำเป็นอีกต่อไป

ผู้ที่ชนะในครั้งนี้ คือคุณหนูตระกูลหลิน

เซี่ยหรูอี๋ไม่ชอบชิงดีชิงเด่นแต่ไหนแต่ไหร่ ครั้งนี้เองก็เช่นกัน นางเพียงแย้มยิ้มบางเบาแล้วกล่าว "น้องหญิงหลินช่างมีสำนวนโวหารงดงามนัก"

"ต้องขอบคุณที่พี่หญิงช่วยออมมือให้ข้า" คุณหนูตระกูลหลินกล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ

"น้องหญิงหลินอย่าได้ยกยอข้าเกินไปเลย ว่าแต่อาฝู วันนี้เจ้าดูเงียบไปนัก หรือว่าจะยังไม่หายดี" เซี่ยหรูอี๋ถามนางด้วยความเป็นห่วง

หนิงฝูกับเซี่ยหรูอี๋มิได้สนิทชิดเชื้อกันนัก เมื่อถูกแสดงความห่วงใย จึงทำให้นางประหลาดใจอยู่บ้าง "คงจะใช่เจ้าค่ะ ยังรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นอะไรมาก พี่หญิงเซี่ยอย่าได้กังวลเลย"

นางเป็นเจ้าภาพ และปกติหนิงฝูก็ใจกว้างอยู่แล้ว ของรางวัลที่เตรียมไว้สำหรับผู้ชนะในครั้งนี้ เป็นภาพวาดต้นฉบับของท่านตงกุย จิตรกรผู้มีชื่อเสียงในราชวงศ์ก่อน คุณหนูหลินผู้ได้รับภาพวาดไปครองรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก นางกล่าวคำขอบคุณไม่หยุดปาก

"ได้ยินว่าฝีมือการเขียนพู่กันและวาดภาพของพี่หญิงก็โดดเด่นยิ่งนัก ภาพนี้ตกอยู่ในมือท่าน ก็นับว่าไม่เสียของ" หนิงฝูโบกมือเบา ๆ ก่อนเดินไปหาฮูหยินเฒ่า แล้วนั่งลงที่ข้างกายของนางอย่างเงียบ ๆ

"อาฝูกำลังจะโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว" ฮูหยินเฒ่ามองนางด้วยแววตาอ่อนโยน เมื่อครู่หนิงฝูแอบชำเลืองมองคุณชายสามแห่งจวนอ๋องเซวียน ฮูหยินเฒ่ามองเห็นอย่างชัดเจน

สำหรับจวนอ๋องเซวียนนั้น ฮูหยินเฒ่าย่อมพอใจอยู่แล้ว ไม่เพียงช่วยชีวิตหนิงฝูเอาไว้ ยังเป็นเชื้อพระวงศ์ที่องค์จักรพรรดิให้ความสำคัญและไว้วางใจที่สุด เพียงแต่ไม่รู้ว่า จวนอ๋องเซวียนมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องคู่ครองของจงซื่อ

"เมื่อครู่พี่หญิงเว่ยก็ล้อหลานเล่นไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้แม้แต่ท่านย่าก็ยังจะมาเย้าแหย่หลานเล่นอีกหรือเจ้าคะ" หนิงฝูกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ย่าจะทำลงได้อย่างไรกัน" ฮูหยินเฒ่าเองก็ยิ้มกล่าว

ทางฝั่งบุรุษนั้นหาได้ครึกครื้นเหมือนฝ่ายสตรี หนิงอวี้กับจงซื่อกำลังสนทนากันเรื่องภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ คนอื่น ๆ จึงไม่กล้าเอ่ยวาจาเฮฮาไร้สาระอีก และหลายคนก็กำลังยุ่งอยู่กับการสอบเป็นขุนนาง หัวข้อสนทนาจึงวนเวียนอยู่กับการเรื่องปรัชญาและการบริหารบ้านเมืองเป็นหลัก

"หนิงอวี้ ปีก่อนน้องสาวเจ้ายังดูเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็ก ๆ อยู่เลย ไฉนพอมาเห็นวันนี้ กลับงามสะคราญถึงเพียงนี้" เว่ยฟู่พลันกล่าวขึ้น

จงซื่อกับลู่สิงจือต่างพากันเงยหน้ามองเขา

"น้องสาวข้า เจ้าอย่าได้คิดเกินเลย" หนิงอวี้เอ่ยตัดบทอย่างไม่ลังเล

จวนหนิงกั๋วกง หาใช่ตระกูลใหญ่ที่มีลูกหลานคับคั่ง มีเพียงสองครอบครัวเท่านั้น หนิงอวี้ หนิงหร่าน หนิงเหอล้วนเป็นลูกหลานของบ้านใหญ่ ส่วนหนิงเจิงกับหนิงฝูเป็นบุตรหลานของบ้านรอง ลูกของหนิงเจินหย่วน หนิงหร่านแต่งงานออกเรือนไปแล้ว และวันนี้หนิงเหอก็ไม่อยู่ ดังนั้นหนิงอวี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาหมายถึงใคร

"แล้วเจ้าว่า น้องสาวเจ้าเหมาะสมกับบุรุษเช่นใดหรือ" เว่ยฟู่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

เมื่อหนิงอวี้ได้ฟัง ก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปยังลู่สิงจือ

บุรุษผู้นั้นรูปลักษณ์งามสง่า มิใช่คนช่างพูดช่างจาอันใด แม้ตระกูลลู่จะมิใช่ตระกูลที่โดดเด่นอันใดในเมืองหลวง แต่อาสะใภ้ผู้มีมาตรฐานสูงของเขา กลับถามถึงพื้นเพของลู่สิงจือกับเขาด้วยด้วยตนเอง

เดิมทีเขาคิดว่า ผู้ที่สามารถทำให้อาสะใภ้ของเขาสนใจได้ อย่างไรก็ต้องเป็นคุณชายตระกูลขุนนาง หรือมีเชื้อสายราชวงศ์อย่างจงซื่อเท่านั้น เพราะนางมักยึดถืออยู่เสมอว่า หนิงฝูควรได้ในสิ่งที่ดีที่สุด

"ที่แน่ ๆ คือไม่ใช่คนอย่างเจ้า" หนิงอวี้กล่าว

เว่ยฟู่เห็นดังนั้น ก็ไม่แส่หาเรื่องหน้าแตกเองอีกต่อไป

ส่วนจงซื่อก็เดาได้ว่า ตระกูลหนิงพอจะมีตัวเลือกสำหรับบุตรเขยที่จะมาเป็นคู่ครองของหนิงฝูแล้ว แต่ตราบใดที่คนผู้นั้นมิใช่ตน เขาย่อมไม่ใส่ใจ นั้นถือเป็นเรื่องภายในของจวนตระกูลหนิง

จงซื่อนึกถึงวันที่ตนช่วยหนิงฝูจากเหตุการณ์ตกน้ำ ตอนแรกนางยังตื่นตกใจดิ้นรนอย่างเต็มแรง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขา นางก็ไม่ดิ้นรนอีก เพียงแต่กอดเขาเอาไว้แน่นด้วยท่าทางน่าสงสาร พร้อมเอ่ยเรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า 'ท่านพี่'

นั่นคือคำที่สตรีชายเรียกสามีของตน

จงซื่อไม่อยากจะช่วยใครโดยที่ต้องเอาตัวเองเข้าไปพัวพัน ทว่าในยามนั้นเหตุการณ์คับขันนัก เขาเองก็ไม่อาจเมินเฉยเห็นนางตายต่อหน้าต่อตาได้

เมื่อช่วยนางขึ้นฝั่งได้แล้ว เขาจึงร้องเรียกลู่สิงจือที่เดินผ่านมาพอดี ให้อีกฝ่ายช่วยดูแลหนิงฝู ส่วนตนปลีกตัวไปเรียกคนมาช่วย

devc-30b71ced-32917หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ: ตอนที่ 4 ชายเช่นใดเหมาะสมกับน้องสาวเจ้า ตอนที่ 4