หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ: ตอนที่ 5 ของกำนัลแทนคำขอบคุณ ตอนที่ 5
"วันนั้นจงซื่อจื่อเรียกข้าไว้ เพราะเกรงว่าหากอยู่ลำพังชายหญิงสองต่อสอง จะถอนตัวไม่ได้กระมัง" หลังงานเลี้ยงจบลง ขณะที่จงซื่อกับลู่สิงจือเดินไปด้วยกัน ลู่สิงจือพลันเอ่ยถามขึ้น
จงซื่อมิได้ตอบอันใด
"ในสายตาของท่าน จวนหนิงกั๋วกงกับข้า คงถือเป็นการเกี่ยวดองที่ไม่เลว แม้จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอันใดขึ้น หากมีใครสักคน ต้องรับผิดชอบต่อคุณหนูสี่แห่งตระกูลหนิง ก็มีข้ารับหน้าแทนท่าน ส่วนท่านก็สามารถถอนตัวได้อย่างสมบูรณ์" ลู่สิงจือกล่าวอย่างราบเรียบ
หากไม่ใช่เพราะคำเรียก 'ท่านพี่' ที่จู่ ๆ หนิงฝูก็เอ่ยออกมาในวันนั้น จงซื่อก็คงไม่คิดมากถึงเพียงนี้ เขาทำไปเพื่อช่วยคน ตระกูลหนิงย่อมเข้าใจสถานการณ์ ไม่เอาความเรื่องที่เขาแตะต้องตัวนาง ทว่าเมื่อหนิงฝูเอ่ยคำนั้นออกมา จงซื่อก็อดที่จะกังวลไม่ได้ว่า คุณหนูสี่ตระกูลหนิงจะเรียกร้องให้เขารับผิดชอบ
เพราะถึงอย่างไร การที่ดรุณีผู้ยังมิทันถึงวัยปักปิ่น หลุดปากเรียกบุรุษผู้หนึ่งว่า 'ท่านพี่' นั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ตื่นตัวหวาดระแวงแล้ว
จงซื่อเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา "ต้องขออภัยด้วย"
ลู่สิงจือกล่าว "ซื่อจื่อกล่าวเกินไปแล้ว ข้าเพียงเอ่ยถามเพราะความข้องใจ มิได้รู้สึกเสียใจที่ช่วยคุณหนูสี่ และพร้อมจะยอมรับทุกผลลัพธ์ที่ตามมา เพียงแต่หวังว่าวันหน้า ซื่อจื่อจะไม่มานั่งเสียใจภายหลัง"
เสียใจอย่างนั้นหรือ
จงซื่อยกเปลือกตามองเขาแวบหนึ่ง หางตาพลันไปสะดุดเข้ากับดรุณีผู้มีท่าทีกระอักกระอ่วน ที่ยืนอยู่กับหนิงอวี้ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากพวกเขาไม่ไกลนัก
หนิงฝูถูกฮูหยินหนิงเรียกให้มากล่าวคำขอบคุณโดยเฉพาะ ให้หนิงอวี้เป็นคนพานางมา จะได้ไม่มีผู้ใดเอาไปนินทาเห็นว่าไม่เหมาะสม วันหลังค่อยไปยังจวนอ๋องเซวียน และจวนตระกูลลู่ด้วยตนเอง วันนี้เมื่อผู้มีพระคุณแวะมาถึงที่ ก็สมควรต้องมากล่าวขอบคุณก่อน
"เห็นพวกท่านอยู่กันพร้อมหน้า ข้าเลยพาอาฝูมาเพื่อขอบคุณ" หนิงอวี้อธิบายถึงจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้
"ขอบคุณที่วันนั้นจงซื่อจื่อกับคุณชายลู่ช่วยข้าเอาไว้ ทำให้อาฝูรอดชีวิตกลับมาได้" หนิงฝูมิได้มองจงซื่อ สายตาของนางตกอยู่บนร่างลู่สิงจือ
คุณชายรองตระกูลลู่มีรูปโฉมสง่างามถึงเพียงนี้ หนิงฝูกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาในชาติก่อน แม้จงซื่อจะรูปงามยิ่งกว่า แต่มันกลับให้ความรู้สึกรุกล้ำจนเกินไป มีเพียงดรุณีวัยแรกแย้มถึงชอบความดุดันเย้ายวนที่สะกดใจ สำหรับหนิงฝูที่เคยแต่งงานมาแล้ว ชื่นชอบบุรุษที่มีโฉมหน้าอ่อนโยนสง่างามอย่างลู่เอ้อร์มากกว่า
อาการเหม่อลอยของนาง บุรุษทั้งสามที่อยู่ตรงนั้นล้วนเห็นอยู่ในสายตา
หนิงอวี้เหลือบมองจงซื่อด้วยสายตาแปลกประหลาด ก่อนหน้านี้ไม่นาน เว่ยจื่ออียังแอบมากระซิบกับเขาอยู่เลยว่า อาฝูมีใจให้จงซื่อจื่อ ทว่าตอนนี้กลับถูกลู่เอ้อร์ดึงดูดเข้าเสียแล้ว
น้องหญิงสี่ของเขานี่ช่าง... ตัดสินผู้คนด้วยรูปลักษณ์เสียจริง
ลู่เอ้อร์ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง ปล่อยให้นางมองสำรวจตามอัธยาศัย ก่อนเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "ร่างกายของคุณหนูสี่ดีขึ้นบ้างหรือยัง"
"ไม่เป็นอะไรมากแล้ว" หนิงฝูกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "นี่เป็นของขอบคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ข้าตั้งใจเตรียมไว้ ซื่อจื่อกับคุณชายลู่โปรดรับเอาไว้ด้วย"
ของกำนัลที่นางเตรียมให้ลู่เอ้อร์ เป็นกระดาษเซวียนเนื้อดีที่ทำจากไม้จันทน์ซึ่งหาได้อยากยิ่ง ส่วนที่เตรียมไว้ให้จงซื่อนั้น คือ "หนังสือรวมบทกวีของอาจารย์เปี้ยนหยาง" ซึ่งเป็นบทกวีเล่มโปรดของเขา ในชาติก่อน เขาเคยเอ่ยปากขอจากนางอยู่หลายครั้ง ทว่านางกลับได้มอบให้องค์ชายสี่ ชาตินี้นางใช้มันมอบให้เขาแทนคำขอบคุณ นับเป็นความจริงใจจากใจจริง
นางคิดถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา จึงได้ค้นหามันออกมาในระหว่างพักฟื้นร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงได้ค้นเอาของจิปาถะออกมามากมาย แม้กระทั่งสมบัติก้นหีบที่ท่านแม่เตรียมเอาไว้ให้นางในวันหน้า ถึงนางจะเคยแต่งงานมาแล้ว แต่เมื่อได้เห็น ก็ยังอดหน้าแดงไม่ได้ กระนั้นนางก็ยังเปิดดูตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายอยู่ดี
ถึงจงซื่อจะมิใช่สามีที่ดี แต่เรื่องอย่างว่ากลับทำให้นางรู้สึกเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อย กระทั่งตอนนี้นางยังรู้สึกติดใจอยู่เลย
ตอนนี้แค่เพียงเปิดดู ก็พอช่วยคลายความอยากได้อยู่บ้าง
ส่วนกวีนิพนธ์เล่มนั้น ยามว่างนางก็ได้หยิบขึ้นมาอ่านอยู่บ้าง
เรื่องเลือกของกำนัล หนิงฝูมีความชำนาญไม่น้อย ของทั้งสองชิ้นนี้ จงซื่อกับลู่สิงจือล้วนปฏิเสธไม่ลง
หลังจากนั้นไม่นาน จงซื่อก็หาข้ออ้างขอตัวจากไปก่อน ส่วนลู่สิงจือได้อยู่พูดคุยต่ออีกครู่หนึ่ง
......
พอกลับจวนอ๋อง หลังจากชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ครั้นว่างจากกิจใด ๆ จงซื่อจึงได้นำ "หนังสือรวมบทกวีของอาจารย์เปี้ยนหยาง" ที่หนิงฝูมอบให้ออกมาเปิดอ่าน
ทว่าเพียงเปิดหน้าแรก มือของเขาก็ต้องชะงัก
นี่มิใช่ตำรารวมบทกวีแต่อย่างใด มันคือหนังสือภาพสอนเรื่องกิจกรรมระหว่างสามีภรรยาต่างหาก
เนื้อหาล่อแหลมเกินบรรยาย ทำให้คนหน้าแดงไปจนถึงหู แม้สีหน้าของจงซื่อจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ยังคงพลิกหน้าหนังสือดูไปเรื่อยอย่างไร้อารมณ์ แต่ใบหูของเขากลับแดงระเรื่อขึ้นมา
เมื่อเปิดผ่านมาถึงหน้าหนึ่ง ด้านบนยังปรากฏลายมือของสตรีเขียนกำกับเอาไว้
"เอวของจงซื่อไม่ดีนัก เกรงว่าจะทำท่านี้ไม่ได้"
เหมือนจะเสียดาย ทั้งเหมือนรังเกียจ
จงซื่อจ้องมองประโยคนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเย็นเยียบออกมาเบา แล้วโยนตำรานั้นทิ้งไป
หลายวันต่อจากนั้น น้อยนักที่หนิงฝูจะออกไปข้างนอก นางใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องหนังสือ เพื่อตามเก็บบทเรียนที่ตกหล่น
จนกระทั่งใกล้ถึงวันที่ต้องกลับสำนักศึกษา นางถึงตามหนิงฮูหยิน ไปพบฮูหยินเฒ่าที่เรือนชินหยวน
เรือนชินหยวนคือเรือนพักของฮูหยินหนิงเฒ่า สองฝั่งทางมีต้นดอกหอมหมื่นลี้ปลูกเรียงราย แม้ดอกจะโรยราไปแล้ว กลับยังคงส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ลอยอบอวลในอากาศ ให้ความรู้สึกหอมสดชื่นจับใจ สมกับชื่อ 'ชิ่นหยวน' ยิ่งนัก
"ท่านย่า" หนิงฝูยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าสู่เรือน ก็ส่งเสียงเรียกก่อนเสียแล้ว
"อาฝู มานั่งข้างย่ามา" ฮูหยินหนิงเฒ่าเอ่ยขึ้น
เมื่อหนิงฝูนั่งลง สาวใช้ข้างกายของฮูหยินเฒ่าก็รีบยื่นเตาอังมือใบหนึ่งให้นางทันที
ฮูหยินเฒ่ามองนางอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น "วันนี้สีหน้าดูสดใสขึ้นมาไม่น้อย"
หนิงฮูหยินที่อยู่ด้านข้างยิ้มกล่าว "อีกไม่กี่วันก็จะต้องกลับไปสำนักศึกษาแล้ว วันนี้เลยตั้งใจพานางมาบอกกล่าวท่านแม่โดยเฉพาะ"