ร้ายพ่ายกลายรัก: ตอนที่ 13 ต่อหน้าทุกคน1 ตอนที่ 13
จวนอันใหญ่โตของตระกูลฟงมีเรือนมากมายทั้งยังมีอาณาบริเวณกว้างขวาง
ระหว่างทางเดินของแต่ละเรือนประกอบไปด้วยสวนสวยรายรอบมีหินอ่อนทอดยาวคดเคี้ยวระหว่างเรือนและสวนที่มีสระบัวออกดอกชูช่องดงามตระการตาพาเอาจิตใจเบิกบาน...
ฟงชินหยางเดินนำหน้าหลิงเวยมาตามทางเดินของเรือนต่างๆ ภายในจวนจนกระทั่งถึงเรือนใหญ่กลางจวนจึงหยุดเท้าก้าวเดินเพื่อรอคนตัวเล็กที่เดินนวยนาดนุ่มนวลเหลือเกิน
ในยามปกติเขาเจอแต่พวกเดินฉับๆ ก้าวเท้าหนักๆ ของเหล่าลูกน้องในอาณัติไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี แต่กับภรรยาของเขานางนี้ทำให้เขาไม่ชินเอาเสียเลย
ชายหนุ่มจึงต้องเดินให้ช้าลงแล้วหยุดเดินเพื่อยืนรอนางอยู่หลายก้าว เขาทำอย่างนั้นอยู่หลายคราจากเรือนหอของตนจนกระทั่งถึงหน้าเรือนกลางก่อนจะหันมามองนางด้วยสีหน้ามืดครึ้มสายตามืดดำไม่เปลี่ยนแปลง
เขากำลังปรับอารมณ์ของตนเองเพื่อมิให้บิดามารดาจับผิดเขาได้ในเรื่องการแต่งงานที่ผิดพลาดนี้ เขายอมรับว่าไม่เคยต้องเสแสร้างแกล้งทำเรื่องใดมาก่อน
นี่จึงนับว่าเป็นเรื่องแรกทั้งยังยากเย็นหนักหนา
ความผิดพลาดไหนเลยจักน่าอับอายเยี่ยงนี้!
หลิงเวยที่กำลังเพลินเหลือเกินกับสภาพแวดล้อมของจวนแห่งนี้จำต้องหันหน้ามามองคนตัวโตที่ยืนสงบนิ่งด้วยท่าทางน่ากลัวไม่สร่างซาด้วยดวงตาเริ่มพร่าเลือน นางกลัวเขาจนอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว
"หยุด!" ชายหนุ่มคำรามเสียงเบา
หลิงเวยสะดุ้งตกใจพลางหยุดเดินทันที
ฟงชินหยางขยับกายเข้ามาแล้วก้มหน้ากระซิบกระซาบเสียงกดต่ำใส่ใบหน้างามของภรรยาตัวดี "ห้ามทำให้ใครเคลือบแคลงเรื่องความสัมพันธ์ของเราเด็ดขาด เรื่องที่ข้าถูกเจ้าวางยาก็ห้ามให้ใครรู้ จำได้หรือไม่?"
หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักตอบรับรัวเร็ว
ชายหนุ่มก้มหน้ามองหญิงสาวที่พยักหน้าถี่รัวคล้ายนกน้อยหาอาหารอย่างนั้นเขาจึงขมวดคิ้วจ้องมองนางนิ่งงัน
เขามองพวงแก้มของนางที่กำลังขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อ ดวงตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากขบเม้มกันแน่นด้วยความรู้สึกคันยุบยิบเหลือคณา เขากำลังนึกระอานางตรงหน้าเหลือเกิน มารยาของนางทำเขาหงุดหงิดเสียจริง
ฟงชินหยางละสายตาคู่คมออกจากสาเหตุของอาการคันตามเนื้อตัวของตนก้าวเท้าเดินหน้าต่อเพื่อเข้ามายังห้องโถงของเรือนใหญ่ที่มีบิดาและมารดาพร้อมด้วยน้องชายและน้องสาวของเขานั่งรออยู่ในนั้น
หลิงเวยรีบเดินตามหลังของสามีเข้ามายังห้องโถงด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับครอบครัวใหม่ นางถึงกับต้องยืนนิ่งที่หน้าประตูเรือนเมื่อมองเห็นคนในครอบครัวของสามีนั่งรออยู่ในนั้น
ทุกคนในนั้นก็นิ่งอึ้งไม่ต่างกันเมื่อมองมาแล้วเห็นคู่บ่าวสาวตรงธรณีประตูและสายตาของทุกคนนั้นยังจ้องมองมายังหลิงเวยเป็นตาเดียวกันแบบไม่วางตา
อึดใจพลันมีเสียงหัวเราะคล้ายขบขันดังออกมาจากน้องทั้งสองเมื่อทุกสายตามองมาทางเรือนผมของนางที่สามีข้างกายเป็นผู้ม้วนเกล้าให้พร้อมปักปิ่น
หลิงเวยจึงยิ่งตระหนัก
เขาแกล้งนางจริงๆ ด้วย...
ภายในห้องโถงอ้นกว้างขวางของเรือนใหญ่กลางจวนตระกูลฟง...
ประมุขของจวนตระกูลฟงนามว่าซือหลางกำลังนั่งมองบุคคลทั้งสองด้วยดวงตาคมกริบเฉกเช่นบุตรชาย เขามีมาดสุขุมนุ่มลึกทั้งยังเจ้าระเบียบเคร่งครัด แผ่กลิ่นอายน่ายำเกรงทรงพลังน่าเกรงขามอยู่ตลอดเวลา การแต่งงานที่รวดเร็วรวบรัดของบุตรชายคนโตสร้างความไม่พอใจแก่เขาอยู่มากเนื่องจากว่ามันคล้ายกับเป็นการดูแคลนฝ่ายหญิงอย่างยิ่งยวดมิรู้ได้ว่าเกิดเรื่องไม่งามก่อนหน้าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นเขาจักต้องจัดการให้หนัก
ฮูหยินฟงนามว่าซินหรูนั่งมองบุตรชายที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูกับลูกสะใภ้ด้วยดวงตาเปี่ยมสุขอมยิ้มน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา นางพอจะมองออกว่าสะใภ้คนนี้มีลักษณะเป็นสตรีเช่นไร หากแต่บุตรชายของนางเสียอีกที่น่าเป็นห่วง เช่นนั้นแล้วนางจักต้องเข้มงวดเสียหน่อย
ฟงจินหมิงบุตรชายคนรองของบ้านถึงกับชะงักงันเมื่อมองเห็นใบหน้าของพี่สะใภ้แบบเต็มตาโดยไม่มีผ้าคลุมหน้าอีกต่อไป นั่นนางฟ้าหรือนางสวรรค์กันแน่
ฟงลี่หลินบุตรีคนเล็กไม่มีการคิดอันใดได้มากไปกว่าการได้กลั่นแกล้งพี่ใหญ่ของนางที่มีนิสัยดุร้ายคล้ายเสือในป่าใหญ่ นางกำลังคิดชั่งใจว่าจะแกล้งสิ่งใดพี่ชายดี
ฟงชินหยางที่บัดนี้ได้พาภรรยามายืนอยู่ตรงหน้าทุกคนในครอบครัวแล้วจึงยืนนิ่งๆ สู้สายตาทุกผู้คนด้วยมาดเรียบเฉยสายตาคมกริบซ่อนแววหวาดหวั่นผิดกับหลิงเวยที่เริ่มสั่นสะพรึงขึ้นมา
หญิงสาวหันหน้ามากระซิบกระซาบกับคนตัวโตข้างกายด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเบาหวิว "ข้ายังไม่รู้นามของทุกคนเลย"
"ซือหลาง ซินหรู จินหมิง ลี่หลิน ตามลำดับอาวุโส"
"..."
ฟงชินหยางกระซิบตอบรัวเร็วประหนึ่งว่าเอ่ยสั่งการทหารด้วยรหัสลับในสนามรบยามข้าศึกเข้าประชิดกระนั้น
หลิงเวยได้ฟังคำจึงรีบคิดตามประหนึ่งว่าเป็นลูกน้องทหารของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ นางจึงพยักหน้าน้อยๆ เข้าใจ
"ข้าชื่อหลิงเวย" หญิงสาวคิดได้ว่ายังไม่รู้จักนามของสามีเพราะในพิธีแต่งงานเมื่อวานนางหูอื้อตาลายไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งนั้น นางจึงกระซิบแนะนำชื่อของตนอย่างรู้งาน
"ข้าชินหยาง" ชายหนุ่มรู้งานยิ่งกว่ากระซิบกระซาบแนะนำตัวกลับไป
"จะยืนกระซิบพร่ำคำรักกันอีกนานหรือไม่" เสียงหวานใสของฟงลี่หลินพลันดังมาจากกลางห้องโถงไกลออกไป "อะไรจะหวานกันปานนั้นเจ้าคะ" จบคำก็หัวเราะคิกคักชอบใจทำเอาบิดามารดาถึงกับต้องกระแอมไออยู่ในลำคอ
ฟงชินหยางจึงเริ่มปฏิบัติการหลอกข้าศึกให้ตายใจโดยการเอื้อมฝ่ามือกรุ่นร้อนจับประคองไหล่บอบบางของหลิงเวยเอาไว้ ทำทีเดินเข้ามากลางห้องโถงอย่างทะนุถนอมภรรยาเหลือเกินทำเอาหญิงสาวถึงกับตัวเกร็งแข็งทื่อคล้ายกับถูกผีสิง
"เดินดีๆ" เขากระซิบดุดันภายใต้รอยยิ้มเสแสร้ง
หลิงเวยจึงรีบคลี่ยิ้มงดงามมุมปากกระตุกเล็กน้อยพลางปล่อยลำตัวที่เกร็งขึงเมื่อครู่ให้คลายลงแล้วเดินตามการประคับประคองของสามีมาตามทาง